บาหลีเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตไม่ไกลประเทศไทยที่ต้องหาโอกาสไปให้ได้สักครั้ง เกาะเล็กๆ ในอินโดนีเซียแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขาหรือป่าไม้ วันนี้เราจะชวนทุกคนมาหาตั๋วถูกแอร์เอเชียแล้วไปเที่ยวยาวๆ ที่บาหลีกัน

เริ่มต้นจากการจองตั๋วเครื่องบินกันก่อน ใครอยากได้ตั๋วถูกและดีก็ต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ Traveloka รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะที่นี่การันตีตั๋วราคาสบายกระเป๋ากว่าหลายๆ เว็บไซต์ และเราก็ไม่ได้พูดลอยๆ มีหลักฐานมาให้ดูกันด้วย โดยวันนี้เราจะเปรียบเทียบการจองตั๋วเครื่องบินไปบาหลีผ่านทางเว็บไซต์ Traveloka และเว็บไซต์ของแอร์เอเชีย (Air asia) กัน เริ่มต้นที่การเลือกจุดหมายปลายทางและวันออกเดินทางก่อนเลย โดยเรากำหนดไว้ระหว่างวันที่ 7 – 11 พฤษภาคม 2018

หลังจากเลือกจุดหมายปลายทางและวันเดินทางแล้ว ก็จะมีเที่ยวบินขึ้นมาให้เลือกซึ่งเรากดเลือกเที่ยวบินขาไปเวลา 06.15 น. และขากลับเวลา 12.00 น. ทั้งสองเว็บไซต์ จะสังเกตได้ว่าเว็บไซต์ของ Traveloka แสดงราคาตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียขาไปอยู่ที่ 4,039.25 บาทและขากลับอยู่ที่ 3,320.20 บาท รวมเป็น 7,359.45 บาท

ในขณะที่เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย (Air asia) แสดงราคาขาไปอยู่ที่ 3,490 บาทและขากลับอยู่ที่ 3,910 บาท รวมเป็น 7,400 บาทซึ่งสูงกว่า Traveloka

และเมื่อมาถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน มีการปรับเปลี่ยนราคาเล็กน้อย ยอดรวมที่ต้องจ่ายสำหรับเที่ยวบินนี้ก็คือ 7,381.88 ซึ่งก็ยังคงต่ำกว่าเว็บไซต์แอร์เอเชีย (Air asia) แถมทาง Traveloka ยังไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมในการตัดบัตรอีกด้วย ทำให้ยอดนี้เป็นยอดสุดท้ายที่ต้องจ่ายจริง

ในส่วนของเว็บไซต์แอร์เอเชีย (Air asia) ยอดรวมที่ต้องจ่ายจากหน้าที่แล้วคือ 7,400 บาท แต่หากเลือกจ่ายแบบบัตรเครดิตก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 180 บาท รวมยอดที่ต้องจ่ายจริงเป็น 7,580 บาท สูงกว่าอีกเว็บไซต์อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นใครที่กำลังหาตั๋วถูกก็ตรงดิ่งเข้าไปที่ Traveloka ได้เลยรับรองว่าได้ราคาดี มีโปรโมชั่นส่วนลดให้ตลอด ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

จองตั๋วเครื่องบิน Air asia กับ Traveloka คลิก

 

เมื่อได้ตั๋วถูกแล้วก็ออกเดินทางไปเที่ยวบาหลีกันได้เลย วันนี้เราจะมาแนะนำสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในบาหลีที่ไม่ควรพลาดกัน ใครมีเวลาเที่ยวยาวๆ ก็ต้องลองไปเก็บกันให้ครบ

 

 

  • ภูเขาไฟบาตูร์และหมู่บ้านคินตามณี (Batur Volcano and Kintamani Village)

 

ภูเขาไฟบาตูร์เป็นภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ของเกาะบาหลีที่พ่วงความสวยงามเข้าไปด้วย ตัวภูเขาไฟแห่งนี้มีอายุมากกว่า 50,000 ปี ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบบาตูร์ หนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดบนเกาะ บริเวณปากปล่องภูเขาไฟเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านคินตามณี หมู่บ้านโบราณที่มีร้านอาหารและจุดชมวิวสวยงามให้ชมอยู่หลายจุด บริเวณหมู่บ้านคินตามณีถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยที่สุดของเกาะบาหลีเลยทีเดียว

อัตรค่าเข้าชม : ค่าเข้าหมู่บ้านคินตามณีคนละ 10,000 รูเปีย

วันและเวลาทำการ : 24 ชั่วโมง

 

 

  • วัดเบซากิห์หรือปุราเบซากิห์ (Pura Besakih)

 

วัดเบซากิห์ได้ชื่อว่าเป็นวัดหลวงของเกาะบาหลี มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานที่สุด มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุด ความโดดเด่นของที่นี่คือสถานที่ตั้งที่สวยงามเพราะมีภูเขาไฟอากุง ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในเกาะเป็นฉากหลังบวกกับสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยตัววัดจะประกอบไปด้วยวิหารใหญ่น้อยจำนวนมากกว่า 80 วิหารเลย

อัตรค่าเข้าชม : 15,000 รูเปีย

วันและเวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.

 

 

  • ป่าลิงอูบุด (Ubud Monkey Forest)

 

ป่าลิงอูบุดเป็นป่าฝนที่เต็มไปด้วยต้นไทร คลองเล็กคลองน้อย วัด เจดีย์และศาลาเก่าแก่ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูเลยก็ว่าได้ และสาเหตุที่ได้ชื่อว่าป่าลิงก็เพราะภายในบริเวณนี้จะมีลิงแสมอยู่เป็นจำนวนมาก ป่าลิงอูบุดเปิดให้เข้าชมสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่อยู่ภายในได้แต่มีกฎว่าห้ามให้อาหารลิงเด็ดขาด

อัตรค่าเข้าชม : ค่าเข้าหมู่บ้านคนละ 40,000 รูเปีย

วันและเวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.

 

 

  • นาขั้นบันไดจาตีลูวีห์ (Jatiluwih)

 

นาขั้นบันไดจาตีลูวีห์เป็นหนึ่งในอันซีนของเกาะบาหลี ครอบคลุมพื้นที่หุบเขาฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นนาข้าวขั้นบันไดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอินโดนีเซีย ด้วยระดับความสูงกว่า 700 เมตรจากน้ำทะเล ทำให้บริเวณนาขั้นบันไดมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปีแถมยังมีวิวสวยๆ เป็นนาข้าวขนาดใหญ่แบบพาโนรามาที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนให้ได้แชะภาพกันอีกด้วย

อัตรค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

วันและเวลาทำการ : 24 ชั่วโมง

 

 

  • วัดทานาล็อต (Tanah Lot Temple)

 

วัดทานาล็อตเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะบาหลี ตัววัดตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหิน สามารถข้ามไปเยี่ยมชมได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น สาเหตุที่วัดถูกสร้างขึ้นให้เหมือนอยู่กลางทะเลก็เพื่อเป็นการบูเชาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลนั่นเอง ใครอยากชมสถาปัตยกรรมแบบวัดฮินดูสวยๆ กลางทะเลต้องห้ามพลาด

อัตรค่าเข้าชม : 15,000 รูเปีย

วันและเวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.

 

จากเรื่องเที่ยวก็มาต่อกันที่ที่พัก ที่พักบนเกาะบาหลีมีหลากหลายแต่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามบริเวณชายหาด เพราะนอกจากจะเป็นทำเลที่ดีแล้ว ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านค้าให้เลือกกิน เลือกช้อปกันแบบสะดวกสบาย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าหาดไหนในบาหลีที่น่าไปพักบ้าง

 

 

  • หาดคูต้า (Kuta Beach)

 

หาดคูต้าเป็นหาดยอดนิยมของบาหลีเต็มไปด้วยที่พักสวยๆ มากมาย ทะเลบริเวณนี้เหมาะแก่การโต้คลื่น เนื่องจากมีคลื่นลมที่เหมาะสมกำลังดีบวกกับพื้นทะเลที่เป็นทราย คูต้าจึงเป็นแหล่งรวมนักเซิร์ฟจากทั่วโลก ถ้าใครไม่ถนัดการเล่นโต้คลื่น ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น พาราเซลลิ่ง บานาน่าโบ๊ทหรือการนวดสไตล์อินโดนีเซีย

 

 

  • หาดจิมบารัน (Jimbaran Beach)

 

หาดจิมบารันเป็นสถานที่สำหรับคนอยากได้ความเป็นส่วนตัว หลีกหนีจากความวุ่นวายเนื่องจากที่นี่ค่อนข้างสงบ ใกล้ๆ เป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง มาพักที่หาดจิมบารันนอกจากจะได้ความสงบเป็นส่วนตัวแล้วก็ยังจะได้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวประมงบนเกาะบาหลีอีกด้วย

 

 

  • หาดเซมินยัค (Seminyak Beach)

 

ใครชอบความหรูหราก็ต้องลองมาพักที่หาดนี้ หาดเซมินยัคเป็นหาดที่เงียบสงบมากกว่าหาดคูต้าแต่ก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสปาและกิจกรรมทางทะเลที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางทางศิลปะของเกาะบาหลีอีกด้วยเพราะเป็นสถานที่ตั้งของแกลเลอรี่อยู่หลายแห่งและยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะบาหลีอีกด้วย

บาหลีเป็นสถานที่ที่หลายคนบอกว่ามีมนต์ขลัง ลองหาโอกาสลางานยาวๆ แล้วไปเที่ยวที่บาหลีกันดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะต้องติดใจวัฒนธรรมและความสวยงามของเกาะเล็กๆ แห่งนี้อย่างแน่นอน