เท่าที่จำความได้ ทริปทัวร์วัด ล่าสุดของเราคงเป็น ไหว้พระ 9 วัด อยุธยากับที่บ้านตั้งแต่สมัยมัธยมเลยมั้ง เรายังคงจำความเหนื่อยในตอนนั้นได้อย่างดี และบอกกับตัวเองว่า ทัวร์ 9 วัดหนะหรอ ไม่เอาอีกแล้วววววว วันนึงเที่ยวแค่ 2-3 วัดก็เกินพอแล้ว

 

 

แต่แล้วก็เหมือนเกิดเหตุการณ์เดจาวูอีกครั้ง เรามีหยุดยาวช่วงสงกรานต์อยู่ 4 วัน เลยนั่งหาตั๋วเพื่อหาที่เที่ยวล่วงหน้า 2 อาทิตย์ !!! ทำดีมากจ้า 2 อาทิตย์ ไปที่ไหนก็คงแพง ดูตั๋วไปจีนหนะหรอ นู้นเป็นหมื่น ไหนจะทำวีซงวีซ่าอีก ขนาดเชียงใหม่ใกล้ๆไปกลับยังปาไปจะ 6,000 เลย ในเมื่อไกลไปก็แพง ในประเทศก็แพง เลยลองหาตั๋วไปเที่ยวเพื่อนบ้านดูเล่นๆ สุดท้ายก็มาสะดุดกับตั๋วเครื่องบิน กทม.-เสียมราฐ ในราคาไปกลับแค่ 3,000 บาท เห็นราคานี้เอาจริงคือตาลุกวาวมาก นั่งหาข้อมูลประมาณ 2 ชม. และก็ตัดสินใจลองไปเที่ยวมรดกโลกดูสักครั้ง จัดเต็มวัด จัดเต็มปราสาทกันไปเลย 9 วัดอยุธยาก็เจอมาแล้ว เอาสิ่!!! แค่นี้หรอ สบ๊ายยยยยยย…???

 

 

—– เตรียมตัวก่อนเดินทาง ——

อย่างที่บอกว่าเราหาที่ลงในช่วงสงกรานต์ เวลาเราจะหาตั๋วถูก หรือ ค้นหาเที่ยวบิน เราจะใช้ เว็บ Traveloka เป็นสื่อกลางในการค้นหา เราลองกดหมดทั้ง จีน เชียงใหม่ ภูเก็ต พม่า จนมาจบที่กัมพูชา ราคาที่แสนจะน่ารัก และเวลาก็ดีสุดๆเลยด้วย ขาไป ดอนเมือง – เสียมราฐ 10.10-11.10 น. / ขากลับ เสียมราฐ – ดอนเมือง 21.45-22.50 น.

จองตั๋วเครื่องบินไปเสียมเรียบ กับ Traveloka

 

มีตั๋วแล้ว แลกเงินก็แล้ว ก็อย่าลืมจองเรื่องที่พัก ตอนจองตั๋วเราก็จองที่พักใน Traveloka เลย เราเลือกที่พักชื่อ Adventure Hostel Siem Reap เป็น Hostel ที่เปิดใหม่ สะอาด แบ่งเตียงอย่างดี ตกคืนละ 350 บาทต่อคนเอง (โปรลดบ่อยมากบอกเลยยย)

จองที่พัก Adventure Hostel กับ Traveloka

 

ส่วนทริปนี้เราสรุปแล้วว่า เราเดินทางกัน 2 คน และจะตะลุยเสียมราฐทั้งหมด 4 วัน ใช้วันหยุดสงกรานต์กันให้เต็มที่ไปเลย เราจะตะเวนเก็บวัดและปราสาท ทั้งหมด 15 ที่ และหมู่บ้านอีก 1 ที่ และแลกเงิน (USD) ดอลลาร์สหรัฐ ไว้ ตีเป็นเงินไทย 6,000 บาท

 

—– Day 1 ดอนเมือง-เสียมราฐ ——

เริ่มเดินทางจากดอนเมืองมาเสียมราฐ ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชม. จากนั้นเราก็แวะซื้อซิมโทรศัพท์หน้าสนามบิน ราคามีหลากหลายมาก เราจบกันที่ซิมละ 3 usd หรือ 90 บาท เล่นได้ 7 วันแบบเน็ตไม่อั้น

ข้อดีของการเดินทางด้วยเครื่องบิน คือ ไม่ต้องกลัวรถโดยสารต่างๆจะโกง เพราะว่า หน้าสนามบินจะมีบริษัทคอยจัดการเรื่องรถ จะไม่มีรถที่มาวอคอิน บวกราคาแน่นอน ส่วนราคา คือ มอเตอร์ไซด์ 14 usd/รถสามล้อ 14 usd /รถเก๋ง 15 usd/รถตู้ใหญ่ 20 usd ดูจากราคาแล้วสรุปเราตกลงกันว่าไปรถเก๋ง ที่ราคา 15 usd คือเพิ่มแค่ 30 บาทจากสามล้อก็ได้นั่งรถใหญ่ แอร์เย็นสบายๆแล้ว

 

แพลนเราวันนี้คือเที่ยวสักสองที่ละนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน ตอนแรกกะติดต่อรถกับทางที่พัก จากที่เราดูรีวิวมาส่วนใหญ่มักบอกว่า ราคาเหมาต่อวันของสามล้อ อย่าเกิน 25 usd และเรื่องโกงเอย เทลูกค้าเอย ก็เลยตัดสินใจว่าจะให้ที่พักดีลเรื่องรถให้

 

แต่ในระหว่างนั่งรถมาที่พัก คนขับก็เริ่มถามแพลนการเดินทางต่างๆของพวกเรา รวมถึงเสนอราคาในการจ้างรถเค้าพาเที่ยว แต่คือรถเค้าเป็นรถเก๋งแบบมีแอร์ไง ราคาเลยแพงแบบแพงมาก อย่างตอนแรกคือเค้าเสนอมาว่า เที่ยวครึ่งวันสำหรับวันแรก คิดราคา 50 -70 usd เรากับพี่ก็ปฎิเสธแบบรัวๆมาก โนอย่างเดียว จนเค้าก็เสนอมาอีกว่า หรือคุณจะไปสามล้อ เค้าคิดราคาเหมาทั้งหมด 20 usd อย่างวันแรกครึ่งวัน เค้าคิด 10 usd และคนขับคือน้องชายเค้า ถ้าคุณสนใจ มัดจำก่อน 50 usd และเที่ยวเสร็จค่อยจ่ายเค้า …

 

เอาจริง พวกเราทำหน้าตาไม่ไว้ใจเล็กน้อย จนคนขับคงรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่าง 5555 เลยบอกว่า ไม่ต้องกังวลใดใด เค้าเป็นพนักงานบริษัทนี้ที่หน้าสนามบิน เค้าไม่โกงอยู่แล้ว ถ้าเกิดเค้าโกง คุณโทรหาเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทและแจ้งชื่อผมได้เลย … เอาเว้ยยย ใจแลกใจ สรุปคือเราดีลเหมารถสามล้อ ทั้งหมด 3 วันครึ่งกับคนขับรถคนนี้ โดยคนที่จะพาเราเที่ยวคือน้องชายของเค้า ชื่อว่า ทีย์

 

ส่วนนี่คือบรรยากาศที่นอน เป็น hostel ใหม่ ห้องนึงนอนรวม 4 คน แต่ละที่นอนแบ่งกั้นอย่างดี ส่วนตัวชอบแบบนี้นะ รู้สึกยังมีความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญราคาถูกด้วย

 

เริ่มทริปวันแรกประมาณบ่ายสาม เราแวะเที่ยว 2 ที่คือ
1. วัด Banteaykdei ตรงข้ามคือ sras srang (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
2. ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ วัด Prae Roup (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)

 

ก่อนเริ่มเดินทาง ทีย์ก็พาเรามาซื้อ pass สำหรับเที่ยวนครวัด นครธม และปราสาทต่างๆ จะมีอยู่ 3 แบบคือ
1 วัน = 37 usd (ตั๋วหมดอายุวันเดียว)
3 วัน = 62 usd (ตั๋วหมดอายุภายใน 10 วัน)
7 วัน = 72 usd (ตั๋วหมดอายุภายใน 30 วัน)

เราอยู่ที่นี่ทั้งหมด 4 วัน เลยเลือก pass 3 วัน ในราคา 62 usd (ราคาแรงมากกกกก ดังนั้นต้องเที่ยวให้คุ้ม)

 

สถานที่แรกที่ทีย์พาเรามาคือ วัด Banteaykdei เอาจริงๆเราออกเสียงไม่ถูกนะ แต่คืออยากไปไหน ก็กางแพลนให้ทีย์เค้าดู เราหมดเวลากับที่นี่นานพอสมควร อาจเพราะเป็นที่แรก ก็เลยตื่นตาตื่นใจมั้ง 55555

 

สถานที่ 2 ของวันนี้คือ วัด Prae Roup เป็นอีกจุดที่คนรอชมพระอาทิตย์ตก บรรยากาศก็ถือว่าโอเคประมาณนึงนะแต่สำหรับเรา เราว่าวิวสำหรับดูพระอาทิตย์ตกไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่

วันแรกเราเก็บกันแค่ 2 ที่ก่อน เพราะส่วนใหญ่จะหนักวันพรุ่งนี้ เพราะเราต้องไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ นครวัด สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่า มรดกโลก หึยแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

 

—– Day 2 หนึ่งวันกับ 7 ปราสาท —–

วันนี้เราจะเที่ยวรอบนอกของเสียมเรียบกัน ส่วนพรุ่งนี้เราค่อยเก็บเกาะด้านในของเสียมเรียบ แพลนสำหรับวันนี้คือ
1. นครวัด Angkor Wat (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว) สำหรับดูพระอาทิตย์ขึ้น
2. นครธม Angkor Thom วัด Bayon (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
3. วัด Ta Keo (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
4. Ta Prohm (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว) สถานที่ถ่ายทำ Tomb Raider
5. ปราสาท Kravan (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
6. วัด Banteay Srei (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
7. Phnom Bakheng (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว) สำหรับดูพระอาทิตย์ตก

 

 

เช้านี้เรานัด ทีย์ตอน ตี 5 เพื่อจะรอดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่นครวัด เราว่าเรามาเช้าแล้วนะ คนก็ยังเยอะแบบเยอะมากๆ
บรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นก็จะประมาณนี้ สวยงามมาก

 

หลังจากนั้นเราก็มาเดินรอบๆปราสาท บอกเลยว่า ปราสาทใหญ่มากกกกกกก
เราใช้เวลาลัดเลาะอยู่ที่นี่เกือบ 3 ชั่วโมงได้

 

บรรยากาศในนครวัดถือว่าสวย และมีเสน่ห์มากสำหรับเรา
อันนี้คือจุดขึ้นด้านบนของนครวัด เค้าจะจำกัดจำนวนคนใช้บันได ไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อความปลอดภัย

 

หลังจากเดินชมนครวัดจนหนำใจแล้ว เราก็เตรียมตัวจะไปสถานที่ต่อไป

 

อย่างที่บอกคือเรามาในช่วงสงกรานต์ บรรยากาศหน้านครวัดก็จะคึกครื้น มีกิจกรรม ดนตรี และขายของแบบ คล้ายๆงานกาชาดบ้านเรา

 

จบจากนครวัด เราก็มาต่อกันที่ วัด Bayon ในนครธม

.

นครวัดว่าคนเยอะแล้ว เจอนครธมไปนี่คือแพ้เลย เพราะนครธมคนเยอะมากกกกกก มากแบบมากๆๆๆ แน่นไปหมด เราเดินแค่แปบเดียว ก็ต้องออกมา มาถ่ายบรรยากาศข้างนอกแทน แต่โดยรวม เราชอบที่นี่สุด เพราะบรรยากาศ และความสวยของปราสาทที่มีสเน่ห์มากๆ

 

ถัดมาเรามาต่อกันที่ วัด Ta Keo หรือเรียกแบบไทยๆว่า วันท่าแก้ว ที่นี่คนน้อย ยากหน่อยก็ตรงเดินขึ้นบันไดสูงๆนี่แหละ

 

ต่อมาคือ Ta Prohm สถานที่ถ่ายทำ Tomb Raider ส่วนตัวรู้สึกว่าที่นี่มีเสน่ห์มาก และจะมีต้นไม้รากยาวๆ ถือว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คเลยก็ว่าได้ เพราะคิวต่อแถวรูปนี่ยาวมาก

 

ต่อมาเราแวะกันที่ ปราสาท Kravan เป็นปราสาทเล็กๆอยู่ริมถนน มีตึกแต่ตึกเดียว แถมคนน้อยดีด้วย

 

เรามาต่อกันที่ วัด Banteay Srei ที่นี่เป็นอีกที่ที่สวยเลยแหละ วัดใหญ่อยู่เหมือนกัน จุดสวยมีหลายมุมเลย เราใช้เวลาอยู่ที่นี่สักพักก็ต้องรีบออกเดินทางไปสถานที่สุดท้าย

 

บรรยากาศมุ่งสู่ที่สุดท้าย รถติดมากเวอร์ แถมรอบๆคือเล่นน้ำกันสนุกมาก แต่คนที่นี่ เค้าเห็นใครไม่เล่น คือเค้าก็ไม่สาดน้ำเลย

 

ส่วนที่เราสะดุดของที่นี่คือ เค้าจะปิกนิกกันริมทางเลย อย่างบ้านเราคือปิกนิกที่ สวนสาธารณะงี้ใช่ม๊ะ แต่ที่นี่คือ ข้างทาง เค้าก็ปิกนิกกันได้ชิวโพดดดดด.

 

สถานที่สุดท้ายของเราคือ Phnom Bakheng เป็นจุดยอดนิยมสำหรับดูพระอาทิตย์ตกมาก เส้นทางก่อนมาถึง Phnom Bakheng ต้องใช้เวลานิดนึง เพราะรถติดอยู่พอควร และเราต้องเดินเท้าขึ้นไป น่าจะ 300-400 เมตรได้ เป็นทางขึ้นรัวๆเลย ดังนั้นเผื่อเวลาเดินขึ้นสักหน่อยเนอะ ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินมาถึง Phnom Bakheng นั่งรอพระอาทิตย์ตกนานมาก …. จนสุดท้ายต้องถอดใจ เพราะวันนี้พี่พระอาทิตย์ไม่โผล่มาให้เราเห็น มีก็แต่เมฆก้อนโตที่บอกเป็นนัยๆว่าจะมีฝนตามมา TT สรุปคือ อกหักแสงเย็นที่เค้าว่าสวยที่สุดสะงั้น แงงงง

พอจบที่ Phnom Bakheng เราก็หาอะไรกินแถว Pub Street และกลับไปพักผ่อน คือวันนี้เพลียมาก ตั้งแต่ ตี 5 ยัน เกือบ 2 ทุ่ม เพราะเส้นทางกลับจาก Phnom Bakheng มา Pub Street รถติดมากถึงมากที่สุด สำหรับวันที่ 2 นี้ต้องไปก่อน ราตรีสวัสดิ์ คร๊อกฟี้ Zzzzzzz

 

—– Day 3 หนึ่งตลาด หนึ่งปราสาท หนึ่งหมู่บ้าน —–

ตอนแรกแพลนวันนี้คือจะเที่ยวรอบเมือง ด้านในของเสียมเรียบ แต่คนขับบอกกับเราว่า วันนี้เป็นสุดท้ายที่จะเล่นสงกรานต์ของที่นี่ ถ้าให้แนะนำรอบในของเมืองไว้เที่ยวพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้ออกนอกเมืองไปหมู่บ้าน กับปราสาทเบงเมเรียดีกว่า เพราะสองที่นี้อยู่ไกล ส่วนแพลนของวันที่ 3 ของเราตามนี้เลย
1.Kampong Phluk หมู่บ้านริม Tonle Sap (เสียค่าเรือ $20)
2. ปราสาท Beng Mealea (เสียค่าเข้าชม $5)
3. Siem Reap Night Market (Pub Street)
วันนี้เรานัดกับทีย์สายหน่อย เพราะว่าเมื่อวานจัดเต็มและเพลียมาก จากเสียมเรียบ เรามุ่งตรงไปที่ หมู่บ้านโตนเลสาบ ระยะทางราวๆ 50 กม. คือนั่งสามล้อกันหัวเหนียวกันไปข้าง 55555

 

พอมาถึงท่าเรือ ก่อนอื่นเลยเราต้องซื้อตั๋วสำหรับนั่งเรือ … ราคาแรว๊งมากเด๊อออออ ตกคนละ 20 usd ก็ราวๆ 600 บาท

 

เอกลักษณ์ของที่นี่คือ เป็นหมู่บ้านกลางน้ำ ที่ไม่มีพื้นดิน แต่ช่วงที่เราไปเป็นหน้าแล้ง น้ำเลยลดลงมาก เลยจะเห็นได้ว่า เสาบ้านคือสูงมากกกกกกก

 

คนขับเรือก็พาเราล่องไปเรื่อยๆ ไม่ถึง 10 นาที ก็มาปล่อยพวกเราไว้กลางแพ แพนึง ที่มีขายอาหาร … ปล่อยไว้ประมาณ 20 นาทีได้เลยอะ ก็พากลับ สรุปคือ 600 บาทที่เสียไป … ไม่มีความคุ้มใดๆ คือ 2 คนก็ 1,200 บาทไง แอบเสียดายหน่อยๆ แต่ถ้าใครอยากเห็นบรรยากาศก็ลองดูได้นะ แต่สำหรับเราเราว่าค่าเรือแพงไปนิดอะ

 

หลังจากใช้เวลากับหมู่บ้านประมาณนึง เราก็มาต่ออีกหนึ่งปราสาทที่เราชอบมากที่สุด นั้นก็คือปราสาท Beng Mealea จากหมู่บ้านใช้ระยะทางอีก 50 กม. บอกเลยว่าหัวเหนียวไปอีกรอบ ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชม. ทีย์ก็พาเรามาซื้อตั๋วเพื่อเข้าปราสาท ราคา 5 usd จากจุดซื้อตั๋วก็ไม่ไกลจากทางเข้าปราสาทเท่าไหร่

 

และกว่าเราจะมาถึงก็คือจะ 4 เย็นแล้ว และปราสาทนี้ปิดประมาณหกโมงเย็น การมาถึงที่นี่เย็นมีทั้งดีทั้งเสีย ข้อดีคือ เราได้แสงเย็นกระทบกับปราสาท แต่ข้อเสียคือ วังเวงมากกก ถึงมากที่สุด แถมคนน้อยด้วย ยิ่งเสียวหลังไปใหญ่ ฮ่าๆ

 

บรรยากาศรอบๆจะมีความเขียวของมอส และแสงกระทบจากพระอาทิตย์ พื้นที่ปราสาท Beng Mealea ถือว่าใหญ่มาก มีให้เดินทุกทิศ

 

และแต่ละทิศก็มีความสวยที่แตกต่างกัน แต่เรากับพี่ต้องทำเวลา เพราะเริ่มเย็น เริ่มมืด เดี๋ยวจะอันตราย พอเดินจุใจแล้ว ครบไม่ครบไม่รู้ แต่แสงเริ่มมืดแล้ว เราเลยรีบกลับไปที่รถ เพื่อจะกลับไปในเมืองกัน

 

ระหว่างทางมีผลไม้ขายตลอดทาง เลยให้ทีย์จอดเพื่อแวะซื้อ สรุปคือพี่คนขายพูดไทยชัดมากกกกกก เพราะพี่เค้าเคยมาทำงานอยู่ที่ไหนเกือบ 10 ปีได้ เอาจริงๆเราเจอคนกัมพูชาพูดภาษาไทยได้เยอะมาก ไม่มากก็น้อย พอได้ยินเราคุยกันเป็นภาษาไทย ก็จะได้ยินคำทักทายละว่า สวัสดี มาจากไทยหรอ อะไรประมาณเนี่ยยย

 

วันนี้เราขอเดินเล่นที่ Siem Reap Night Market (Pub Street) เพื่อซื้อของฝากกันสะหน่อย เพราะพรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางกลับกันแล้ว อ่อออีกเรื่องที่น่าแปลกใจคือ ค่าเบียร์ที่นี่ราคาถูกกว่าอาหารซะอีก น่าจะกระป๋องละ 20 บาทเองมั้ง

 

ละนี่คือเมนูส้มตำ ของที่นั้น และผัดมาม่า ที่ปะทังชีวิตเราตลอด 2-3 วันที่อยู่มา 55555

 

—– Day 4 วันสุดท้ายกับการอยู่เสียมเรียบ —–

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่เสียมเรียบแล้ว เอาจริงแรงยังเหลือเฝือ หรืออาจจะชินชากับการเที่ยวของ 3 วันแรกก็ได้ ส่วนวันนี้เราเอาแพลนที่ตอนแรกกะเที่ยววันที่ 3 มาเที่ยววันนี้แทน เพราะเทศกาลสงกรานต์เค้าจบแล้ว คนก็จะซาๆลงหน่อยนึง (ขนาดซาแล้ว) ส่วนแพลนของวันนี้ตามนี้โลดดดด
1. วัด Eastern Mebon (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
2. วัด Ta Som (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
3. วัด Neak Pean (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
4. วัด Preah Khan (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
5.นครธม Angkor Thom วัด Baphuon ทรงพีระมิด (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว)
6. นครธม Angkor Thom วัด Bayon 54 ยอด แต่ละยอดมีพระยิ้ม 4 หน้า (ค่าเข้ารวมอยู่ในตั๋ว) (กลับไปซ้ำ)

 

วันนี้เราทีย์ประมาณ 9 โมงเช้า และแวะกินข้าวกัน อ่อลืมบอก อาหารที่นี่คือเหมือนไทยมาก ข้าวผัดมี ต้มยำ ผัดผัก กะเพรา เอาง่ายๆเมนูไทยๆบ้านเราเลยเนี่ยแหละ

 

วันนี้ไม่พูดพร่ำยาว เราไปเที่ยววัดวาอารามรอบในของเสียมเรียบกันเหอะ
ที่แรกของวันนี้ คือ วัด Eastern Mebon อากาศวันนี้เริ่มเย็นและเดินเล่นได้สบายแล้ว ต่างจาก 2 วันแรกที่เรารู้สึกว่า หนีร้อนมาเจอร้อนกว่าหรือเปล่า คือร้อนสุดๆ เย็นแค่ตอนนั่งรถสามล้อ TT

 

สถานที่สอง วัด Ta Som ที่นี่เป็นอีกที่สวยและแนะนำให้แวะเลย อากาศด้านในเย็นๆ เดินชิวสบายเลย

 

สถานที่สาม วัด Neak Pean เป็นวัดที่อยู่กลางน้ำ เดินเข้าไปข้างในก็จะมีคล้ายๆปราสาทเล็กๆให้สักการะ

 

สถานที่สี่ วัด Preah Khan วัดนี้เดินเข้าลึกมาก และส่วนตัวรู้สึกว่าที่นี่สวย และลึกลับอยู่เหมือนกัน

 

เราใช้เวลาอยู่วัดนี้นานพอควรเลยแหละ ไม่ใช่ถ่ายรูปเยอะอะไรหรอกนะ แต่คือเราเดินหลงไปออกอีกทางจ้า TT คือทางมันเหมือนกันมากๆๆๆ เราต้องวนกลับมาทางเดิม เพื่อกับมาตรงจุดที่เราลงรถ

Visit Site

 

สถานที่ห้า เรากลับมาที่ นครธม Angkor Thom อีกครั้ง แต่อันนี้เราแวะวัด Baphuon ทรงพีระมิด คือวันที่สองเราแวะวัด Bayon แต่ไม่ได้แวะที่นี่ บรรยากาศที่นี่ก็จะมองเห็นมุมสูง ถือว่าสวยไปอีกแบบ

 

ส่วนบรรยากาศข้างนอกก็มีลิงเยอะมาก เล่นกันหน้าเอ็นดูเลยเด๊อ

 

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเรา 4 วันสำหรับการตะลุยเสียมเรียบ กับ 15 ปราสาท และอีก 1 หมู่บ้าน จุใจจนไม่รู้จะจุใจยังไงแล้ว คุ้มๆสุดๆ กับการมาเยือนมรดกโลกครั้งแรก : ))

 

—ค่าใช้จ่ายเที่ยวเสียบเรียบทั้งหมด 4 วัน 3 คืน —

– ค่าเครื่อง 2,967 บาท
– ค่าที่พัก 1,123 บาท
– ค่าซิม 90 บาท
– ค่า pass 1,860 บาท
– ค่ารถจากสนามบินไปที่พัก 225 บาท
– ค่าสามล้อเที่ยว 4 วัน 1,050 บาท
– ค่าเรือหมู่บ้านโตนเลสาบ 600 บาท
– ค่าเข้า ปราสาท Beng Mealea 150 บาท
– ค่ากิน 1,000 บาท
– ค่าของฝาก 300 บาท
– ค่ารถจากเสียมเรียบไปสนามบิน 210 บาท
– ค่าทิปให้ทีย์ 250 บาท
รวมทั้งหมด 9,825.00 บาท

รวมแล้วค่าใช้จ่ายต่อคน ทริปนี้ประมาณเกือบ 10,000 บาท บอกเลยว่าค่าใช้จ่ายในเสียมเรียบไม่ธรรมดาจริงๆ โชคดีที่ได้ ตั๋วกับที่พักอยุธยาราคาถูกกกกก ส่วนโปรโมชั่นทางสายการบิน หรือส่วนลดต่างๆ เพื่อนสามารถหาได้ที่ Traveloka ได้เรื่อยๆเลย

 

สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/LifeBraryjourney/
IG: https://www.instagram.com/lifebraryjourney/
Twitter: https://twitter.com/Wawowwy