ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “โตเกียว” ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของแดนปลาดิบเสมอ อาจเพราะค่าตั๋วเครื่องบินที่มักมีโปรโมชั่นราคาถูกออกมายั่วใจอยู่บ่อยๆ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ต่อให้หอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่สัก 2-3 เดือนก็ยังเที่ยวไม่ครบ!

แต่ก็นะ .. ด้วยความที่โตเกียวเป็นเมืองใหญ่ที่เขาถึงกับนิยามกันว่า “มหานครที่ไม่เคยหลับใหล” ฉะนั้นใครไม่โปรดเมืองใหญ่คงไม่ค่อยอยากปักหมุดที่โตเกียวกันเท่าไรหรอกใช่ป่ะ? .. แต่รู้อะไรมั้ย? .. โตเกียว นับเป็นฐานที่มั่นในการเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ แบบ One Day Trip ได้ดีเลยนะ ด้วยความที่ระบบคมนาคมสะดวกและครอบคลุมแบบสุดๆ ฉะนั้นจะเดินทางขึ้นเหนือ ลงใต้ ไปซ้าย หรือไปขวาของเกาะญี่ปุ่นก็สามารถเริ่มต้นได้จากโตเกียว! ฉะนั้นอย่าเพิ่งตัดโตเกียวออกจากจุดหมายปลายทางเลย ลองมาดูไอเดีย 5 เมืองใกล้โตเกียวที่น่าจัดแผนแบบ One Day Trip ไปเที่ยวเพื่อเปลี่ยนฟีลกันก่อนดีกว่า ดีไม่ดี อ่านจบอาจคิดเปลี่ยนใจ เผลอกดจองตั๋วไปโตเกียวแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้! อ้อ .. แล้วถ้ากำลังเล็งตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวราคาถูกก็ติดตามช่องทางต่างๆ ของ Traveloka เอาไว้ให้ดี เพราะชื่อนี้มีราคาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นมาเซอร์ไพรส์เสมอ!

จองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียว กับ Traveloka 

 

Yokohama

เมืองท่าน่าเที่ยว ใกล้โตเกียวแค่นีสเดียว ใกล้จนหลายคนคิดว่าเป็นจังหวัดเดียวกัน เพราะใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไปแค่ครึ่งชั่วโมง! .. เอ่อ เร็วกว่าขับรถเข้าเมืองไปทำงานตอนเช้าๆ อีกนะเนี่ยยยย ; p โดย “โยโกฮาม่า” นับเป็นเมืองหลวงของจังหวัดคานากาวะ ถ้าฟังแล้วงงๆ ว่าจังหวัดอะไรแว๊? ก็ขอให้นึกถึง คามาคุระ และ ฮาโกเน่ ที่แสนโด่งดังเข้าไว้ เมืองเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาวะทั้งสิ้น! แต่โยโกฮาม่าดูจะเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงที่ใกล้ชิดโตเกียวมากที่สุด อีกทั้งยังนับเป็นเมืองท่าที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นไม่เป็นสองรองโตเกียวอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่อพยพไปจากโตเกียว เพราะในเมืองนั้นคนแน่นไม่ไหวเลี้ยวว

 

แต่จะบอกว่า ถึงแม้จะมีความหนาแน่นของประชากรติดตามมาเป็นอันดับสองรองจากโตเกียว แต่หลายมุมของโยโกฮาม่าก็มีความเงียบสงบมากนะ โดยเฉพาะ “Osanbashi Pier” หรือท่าเรือเก่าแก่ที่ถูกนำมารีโนเวทและออกแบบใหม่ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่สร้างชื่อให้โยโกฮาม่าได้เป็นอย่างดี เช่น พิพิธภัณฑ์ราเม็ง (Shin Yokohama Ramen Museum) และ ย่านไชน่า ทาวน์ ที่เรียกว่าใหญ่ติดอันดับท็อปของประเทศเลยทีเดียว ฉะนั้นเลี้ยว หากใครนึกอยากเปลี่ยนฟีลไปเที่ยวเมืองอื่นใกล้โตเกียวแบบด่วนๆ ก็ขอให้รีบตีตั๋วรถไฟไปโยโกฮาม่าโดยพลัน!

วิธีการเดินทาง เลือกได้จาก 4 วิธี
1. รถไฟ JR Tokaido Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 25 นาที ราคา 470 เยน
2. รถไฟ JR Keihin-Tohoku Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 35 นาที ราคา 470 เยน
3. รถไฟ JR Yokosuka Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 32 นาที ราคา 470 เยน
4. Tokyu Toyoko Line จากสถานี Shibuya ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 28 นาที ราคา 270 เยน

จองที่พัก Yokohama กับ Traveloka 

 

Hakone

อ่ะ ไหนๆ ก็พูดถึงหนึ่งในเมืองน่าเที่ยวของจังหวัดคานากาวะอย่าง “โยโกฮาม่า” ไปแล้ว จะไม่พูดถึงอีกหนึ่งเมืองสุดฮ็อตของแดนปลาดิบอย่าง “ฮาโกเน่” ได้อย่างไร ซึ่งเมืองนี้โด่งดังจากนิยามไฮไลท์ที่ว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนและสวยงาม แล้วก็เด็ดตรงที่สามารถจัดแผนแบบ One Day Trip จากโตเกียวไปเที่ยวแบบเช้า เย็นกลับได้ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับหลากหลายรสชาติของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น นั่งรถไฟ ไต่รถราง ขึ้นกระเช้า ล่องเรือโจรสลัด รวมถึงยืดอายุด้วยการกินไข่ดำอายุยืน ถ่ายรูปฟูจิซังในมุมที่ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้ที่คาวากูจิโกะ แล้วตบท้ายด้วยการนั่งดูพระอาทิตย์ตกงามๆ ที่ทะเลสาบอะชิ (Lake Ashi) .. แค่ฟังก็เพอร์เฟคแล้ว ใช่มั้ยล่ะ : )

วิธีการเดินทาง
1. นั่งรถไฟ Odakyu Line หรือชินคันเซ็น (กรณีที่มี JR Pass) จากสถานี Shinjuku ลงสถานี Odawara
2. จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็น Hakone Tozan Railway for Hakone-Yumoto ลงสถานี Hakone-Yumoto ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางของการท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะ
3. หลังจากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan Railway for Gora ลงสถานี Gora ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปบนภูเขา
4. เปลี่ยนมานั่งรถรางไต่ภูเขา Hakone Tozan Cablecar ขึ้นไปยังสถานี Sounzan ซึ่งเป็นสถานีของกระเช้า Hakone Ropeway ขึ้นไปยังหุบเขานรกหรือ Owakudani ภูเขาไฟที่ยังคงปะทุ สถานที่ท่องเที่ยวจุดสำคัญของฮาโกเนะที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้นั่นเอง
5. จากนั้นก็นั่งกระเช้า Hakone Ropeway ลงมายังสถานี Togendai เพื่อนั่งเรือโจรสลัดล่องทะเลสาบอาชิ
6. นั่งรถบัสกลับสถานี Hakone-Yumoto หรือ Odawara เพื่อขึ้นรถไฟกลับโตเกียว

จองที่พัก Hakone กับ Traveloka 

Nikko

เคยได้ยินคำนี้ไหม “Nikko is Nippon” ถ้าลองไปถามคนญี่ปุ่นดู เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครไม่เคยได้ยินประโยคนี้ เพราะ “นิกโก” นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนญี่ปุ่นหลายคนหมายปอง อยากลองมาสัมผัสบรรยากาศสักครั้ง เนื่องจากเป็นเมืองมรดกโลก เพราะอัดแน่นด้วยสถานที่สวยงามศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกมากมายหลายชิ้นเลยทีเดียว

 

โดย นิกโก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโทะชิงิ ทางตอนเหนือของโตเกียว ห่างไปประมาณ 140 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ฉะนั้นจึงสามารถจัดแผนแบบ One Day Trip ไปเที่ยวได้แบบสบาย จะไปเช้า เย็นกลับก็ได้ หรือจะไปนอนค้างสักคืนก็ดี เพราะมีเรียวกังที่มีออนเซ็นเลื่องชื่อให้นั่งแช่นอนแช่อยู่มากมาย แต่ต้องวางแผนให้ดีสักหน่อยนะ เพราะนิกโกถูกแบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนมรดกโลก และโซนธรรมชาติ ซึ่งถ้าอยากเที่ยวให้ครบแบบไม่ชะโงกทัวร์ก็ต้องแบ่งเที่ยวโซนละหนึ่งวัน แต่ถ้ามีเวลาไม่มากพอ แนะนำให้เลือกเที่ยวแค่โซนเดียวจะดีกว่า แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองไปสัมผัสให้ได้สักครั้งนะ เพราะคำนิยาม “Nikko is Nippon” นั้นหมายความตรงตัวเลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองที่แทนนิยาม “ความเป็นญี่ปุ่น” ได้ดีที่สุดแล้ว ฉะนั้นถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอาทิตย์อุทัยอย่างแท้จริงล่ะก็ .. ขอให้นึกถึงเมืองนิกโกเลย

วิธีการเดินทาง เลือกได้จาก 3 วิธี
1. นั่งรถไฟ Shinkansen Yamabiko จากสถานี JR Ueno ลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ลงสถานี JR Nikko จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ
ใช้เวลา : 1 ชั่วโมง 40 นาที
ค่าเดินทาง : ไม่จองที่นั่งชินคันเซ็น 4,850 เยน / จองที่นั่ง 5,370 เยน

2. นั่งรถไฟ JR Utsunomiya Line จากสถานี JR Ueno ลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ลงสถานี JR Nikko จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ
ใช้เวลา : 2 ชั่วโมง 30 นาที
ค่าเดินทาง : 2,590 เยน

3. นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro Hibiya Line จากสถานี Ueno ลงสถานี Kita-Senju แล้วต่อรถไฟ Tobu Line ลงสถานี Tobu-Nikko สถานีนี้ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR Nikko แค่นิดเดียว จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ
ใช้เวลา : 2 ชั่วโมง
ค่าเดินทาง : 2,970 เยน

จองที่พัก Nikko กับ Traveloka 

 

Chiba

“เรามักมองข้ามอะไรที่อยู่ใกล้ตัวเสมอ” เหมือนกับที่หลายคนเผลอมองข้ามจังหวัดชิบะไป ทั้งที่เป็นเมืองแรกซึ่งทุกคนต้องเหยียบเป็นสัมผัสแรกเมื่อเครื่องบินแตะผืนแผ่นดินญี่ปุ่น! ใช่ละ .. ก็เพราะชิบะเป็นที่ตั้งของ “สนามบินนานาชาตินาริตะ” นั่นเอง รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนโด่งดังคับจิตนาการอย่าง “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” ด้วย ฉะนั้นคงไม่ต้องเอื้อนเอ่ยกันให้ยืดยาวว่าชิบะตั้งอยู่ใกล้โตเกียวมากเพียงใด จะจัดแผน One Day Trip ไปเที่ยวเมื่อไรก็ได้ หรือถ้าอยากเที่ยวแบบเจาะลึกจะนอนค้างชิบะก่อนเข้าโตเกียวก็เฟี้ยวไม่แพ้กัน

 

ซึ่งถึงแม้ ชิบะ จะเป็นจังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียงกับโตเกียว แต่ด้วยความที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลและแม่น้ำทั้งสี่ด้าน อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่นกว่าโตเกียวอยู่พอประมาณ คนญี่ปุ่นเขาจะนิยมหนีหนาวมาเที่ยวชิบะช่วงฤดูหนาวกัน แล้วก็ด้วยความที่อยู่ติดทะเลอีกนั่นแล ทำให้ช่วงฤดูร้อน อากาศที่นี่จะเย็นสบาย ฉะนั้นจึงสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยนา เริ่ด!

วิธีการเดินทาง
1. เดินทางจากโตเกียว
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Sobu Line ลงสถานี Chiba
ใช้เวลา : 40 นาที
ค่าเดินทาง : 640 เยน

2. เดินทางจากสนามบินนาริตะ
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Narita Line ลงสถานี Chiba
ใช้เวลา : ประมาณ 50 นาที
ค่าเดินทาง : 670 เยน

จองที่พัก Chiba กับ Traveloka 

 

Kawaguchiko

ในฐานะที่เที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วหลายเมือง หลายภูมิภาค เรากล้าแนะนำได้เลยว่า “คาวากูจิโกะ” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยจริงๆ เพราะนอกจากมีไฮไลท์อย่าง ภูเขาไฟฟูจิ แล้ว ที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบที่มีบรรยากาศอบอุ่น น่ารัก มากกกก (ก. ล้านตัว) ซึ่งถ้าใครเป็นสายธรรมชาติและโหยหายความเงียบสงบแล้วล่ะก็ .. ต้องตกหลุมรักคาวากูจิโกะอย่างแน่นอน

 

โดย ทะเลสาบคาวากูจิโกะ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดยามานะชิ เป็นหนึ่งในทะเลสาบบริวารทั้ง 5 ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิ รอบๆ ทะเลสาบจะเต็มไปด้วยโรงแรมและเรียวกัง ซึ่งมีออนเซ็นให้แช่ท่ามกลางบรรยากาศยิ่งใหญ่อลังการของภูเขาไฟฟูจิ ส่วนการเดินทางรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะนั้นจะมีรถ Retro Bus ให้บริการ มีพาสเหมาจ่ายรายวันซึ่งราคาถูกกว่าซื้อเป็นเที่ยว หรือจะเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบก็ชิลอยู่ไม่น้อยทีเดียวเชียว

วิธีการเดินทาง
ขึ้นรถบัสที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟ JR Shinjuku ทางออก South Exit โดย Bus Terminal จะตั้งอยู่บนชั้น 4 สามารถซื้อตั๋วไปคาวากูจิโกะได้ที่นี่ หรือจองตั๋วล่วงหน้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้จากเว็บไซต์ http://highway-buses.jp/thai/course/kawaguchiko.php
ใช้เวลา : ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
ค่าเดินทาง : ผู้ใหญ่ 1,750 เยน / เด็ก 880 เยน

จองที่พัก Kawaguchiko กับ Traveloka 

ถ้าเบื่อโตเกียวแล้วอยากจะลองแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองต่างๆ เหล่านี้ดู เพราะเดินทางง่าย ไม่ไกลมาก แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วย สำหรับใครที่คิดว่าจะเที่ยววันเดียวแบบ One Day Trip จะเหนื่อยเกินไป ก็ลองจองที่พักญี่ปุ่นกับ Traveloka แล้วคลิกกดจอง นอนสักคืนสองคืนได้เลย