ประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว เมื่อมีคนชวนไปไต้หวันคือ “ไปทำอะไร” ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตัดสินใจกันว่า เราจะใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ทั้งหมดที่ไทเป ไม่ได้ออกไปนอกเมืองเลย คิดในใจว่า เบื่อแน่ๆ ต้องไม่มีอะไรทำชัวร์ แต่ความจริงแล้ว ไทเป ทำให้เรา เทหมดใจ

ถ้าเปรียบไทเปเป็นผู้หญิง ก็คงเป็นผู้หญิง ที่ข้างนอกดูธรรมดา ไม่แต่งเติมใดๆ แต่พอได้รู้จักแล้ว มีสเน่ห์มาก มีอะไรให้ค้นหาเต็มไปหมด เป็นผู้หญิงที่เราเชื่อ ว่าใครๆก็คงหลงรัก .. เหมือนกับที่เราหลงรักไทเป

เราเดินทางมาไทเป ด้วยสายการบิน Nok Air โดยมีตัวช่วยจองตั๋วเครื่องบินคือ Traveloka เนื่องจากจองสะดวก รวดเร็ว ค่าธรรมเนียมไม่มีบวกเพิ่ม จ่ายตู้ ATM ก็ได้ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แค่นี้ก็ช่วยประหยัดเงินไปได้อีกเยอะแล้วค่ะ

จองตั๋วเครื่องบิน กับ Traveloka

 

วันแรกหลังจากเดินทางถึงไต้หวัน เราก็เลือกที่พุ่งตัวมาที่ Zhoumei Xian Zai Gang Park ซึ่งที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ในระหว่าง เขต Shilin และเขต Beitou โดยในช่วงเวลาที่เราเดินทาง ทางรัฐบาลไต้หวันมีการจัดงานนิทรรศการดอกไม้ประจำปี Amazing Gandu เพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศไต้หวัน อีกทั้งยังสามารถให้ประชาชนรอบๆไทเปมาพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย โดยในหนึ่งปีนั้น จะมีการผลัดเปลี่ยนดอกไม้ตามฤดูกาลถึง 4 รอบด้วยกัน ทางรัฐบาลจะนำดอกไม้มาผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามฤดูกาล เพื่อให้คนเที่ยวได้ัทั้ง ปี ดังนั้นถ้าจะเดินทางไป  Amazing Gandu แนะนำให้เช็คก่อน ว่าช่วงเวลานั้นมีการผลัดเปลี่ยน ซ่อมแซมดอกไม้หรือไม่นะคะ จะได้ไม่ต้องผิดหวังกัน

ส่วนเรื่องการเดินทางนั้นไม่ยาก สามารถขึ้นรถไฟ Tamsui-Xinyi Line สายสีแดง ไปลงที่ Beitou Station หลังจากนั้นสามารถเดินต่อประมาณสิบนาที ถ้าใครไม่อยากเดิน บริเวณโดยรอบ MRT มีจักรยานไฟฟ้าให้เช่าขี่ได้นะคะ ไม่ต้องเหนื่อยแถมได้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วย สำหรับตัวนิทรรศการ นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่เสียค่าเข้านะคะ ถ่ายรูปได้ เวลาทำการคือ 7 โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่มนะคะ เผื่อเวลาให้กับที่นี่หน่อย เพราะพื้นที่ใหญ่มาก มีมุมให้ถ่ายรูปได้เยอะเลยค่าา

Location : https://goo.gl/maps/ue8vGboVLiz

Zhoumei Xian Zai Gang

(No.329, Chengde Road Section 6, Beitou District, Taipei)

เค้ามีทำที่นั่งให้นั่งถ่ายรูปโดยเฉพาะ ไม่ต้องเอาก้นไปเปื้อนดินนะคะ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวอย่างเราอย่าเหยียบดอกไม้หรือเดินย่ำนะคะ ช่วยกันรักษาดอกไม้ จะได้มีให้คนอื่นถ่ายรูปต่อกันนะคะ

เราใช้เวลาวันที่สองหมดไปกับการเดินเที่ยวเล่นบริเวณโดยรอบที่พักของเรา เพราะฉะนั้น วันที่สาม เราเลยตัดสินใจไป Yangminshan National Park ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน ถ้าคิดไม่ออกว่าใหญ่ขนาดไหน ลองให้คิดภาพเหมือนกับยกเอาเขาใหญ่เขียวๆ มาไว้กลางเมืองหลวงอย่างไทเป มันสดชื่น เขียว ชอุ่ม เปรียบเสมือนเป็นสวนหลังบ้านของไทเป เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานตั้งอยู่บนพื้นที่ของกลุ่มภูเขาไฟที่ไม่ประทุแล้วทางตอนเหนือของไทเป การเดินทางไปที่นี่ไม่ยากอย่างที่ไว้ เราเลือกเดินทางโดยรถบัส เนื่องจากสะดวกที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถมาขึ้นรถบัสได้ที่สถานี MRT Taipei Main Station (ทางออก M1) ให้ยืนรอรถบัสที่ป้าย A2 สาย 260  มุ่งหน้าตรงไปยังอุทยานแห่งชาติ Yangminshan National Park เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาทีแล้วแต่การจราจรนะคะ ถ้าขึ้นจากที่นี่ก็จะได้นั่งตลอดทาง ไม่ต้องยืนให้เมื่อยขา

ในตัว Yangmingshan National Park ประกอบไปด้วยหลายส่วน แต่ละส่วน สวยไม่แพ้กัน แต่เนื่องจากเราเดินทางเป็น one-day trip จึงต้องเลือกแค่ 2-3 จุด เพื่อไม่ให้เสียเวลา และกลับทันรถรอบสุดท้าย แนะนำให้เพื่อนๆเดินทางหาข้อมูลมาก่อนว่าจะไปจุดไหนบ้าง เพราะที่นี่เปิดทำการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ถึงหนึ่งทุ่ม การเดินทางในอุทยานสะดวกมาก ถึงแม้พื้นที่ของอุทยานจะใหญ่แค่ไหน แต่ที่นี่มีรถบัสที่ขับวนรอบอุทยานเพื่อรับส่งเราไปยังจุดต่างๆ สาย 108 เป็นรถมินิบัส ค่าใช้จ่าย NT$ 15  หรือประมาณ 15 บาท / ครั้ง ถ้าไปเสาร์ – อาทิตย์อาจจะต้องรอคิวสักพักนะคะ เนื่องจากคนเยอะมาก

จุดหลักๆ ที่จะเที่ยวกัน คือจะมี 6 จุดตามตัวหนังสือสีแดงนะคะ ที่ฮิตๆ คือ Xiaoyoukeng และ Qintiangang แต่จริงๆ ที่นี่มีสถานที่น่าสนใจอีกเยอะมาก ที่เราไปคือแค่ไม่ถึง 10% ของอุทยาน ที่นี่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี ตอบโจทย์สำหรับทุกคนในครอบครัว เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นตัวเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวและคนที่อาศัยอยู่ในไทเป และเมืองอื่นๆ สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์

  1. Yangminshan Stop – เป็นจุดออกรถ หลังจากที่รถบัสมาส่งเรา
  2. 2nd Parking Lot – ตรงนี้รองรับสำหรับนักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่ขับรถมาด้วยตัวเอง
  3. Yangming Academy House
  4. Erziping
  5. Xiaoyoukeng
  6. Qingtiangang

จุดที่เราเลือกเดินทางไป และแนะนำอยากให้ไปตามมาเที่ยวกันมากๆ คือ Xiaoyoukeng ตรงนี้จะได้รูปเท่ๆ เสมือนอยู่ภูเขาไฟโบรโม่ จุดตรงนี้ถ่ายรูปสวยมากก ที่เห็นเป็นควันๆ คือกำมะถันที่ออกมาจากภูเขาไฟไม่ต้องตกใจไป Xiaoyoukeng ได้รับฉายาว่าเป็น highlight ของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ เนื่องจากตั้งอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟ Datun ที่ไม่ปะทุแล้ว ภูมิประเทศในพื้นที่นี้ประกอบไปด้วยภูเขาไฟหลายแบบ ตัวอย่างเช่น ภูเขาไฟภู ปากปล่องภูเขาไฟ และน้ำพุร้อนเป็นต้น การเข้ามาเยี่ยมชมที่จุดนี้มีกลิ่นกำมะถันที่อาจจะทำให้แสบจมูกสักนิดนึง ที่นี่ไม่มีหน้ากากให้ แนะนำให้ใครมาเตรียม mask มาเองด้วยนะจ้ะ

มีทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว ระหว่างทางจะเป็นป่าไผ่ ก็แวะถ่ายรูปกันซะหน่อย

มุ่งหน้าไปยังจุดต่อไป นั่นก็คือจุดที่หก  Qingtiangang ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่ราบกว้างบนเนินเขาสูงๆ หญ้าสีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ตัดกับท้องฟ้าของไทเป สวยมากๆ ระหว่างทาง จะมีทุ่ง ที่ใช้เลี้ยงควาย และวัวอยู่รอบๆ มีคนไปถ่ายรูปกับน้องควายเต็มเลย ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ประชาชนนิยมมาถ่ายรูป Pre-wedding, รับปริญญา เรียกได้ว่าเป็นมุมยอดฮิต ใครอยากได้รูปดี วิวโดนๆ แนะนำให้มาที่นี่เลย เนื่องจากพื้นที่ของ อุทยานแห่งนี้สามารถ Trekking ได้รอบๆ เกือบทุกจุดเลยนะคะ ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาปีนเขา หรือ Trekking  ตอนนั่งรถมาเจอนักท่องเที่ยวที่ปีนขึ้นไปบนยอด ใช้เวลาทั้งหมดแปดชั่วโมง ท่ามกลางอากาศสุดหนาว เอาเป็นว่า ใครสายปีนเขา Adventure ที่นี่ก็ตอบโจทย์ได้ค่ะ

สำหรับคนที่จะแผนจะเข้ามาเยี่ยมชมจุดนี้ ขอแนะนำเรื่องการแต่งตัวนิดนึงนะคะ ด้วยความที่จุดนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยาน ทำให้อากาศหนาวและลมเย็นมาก อยากให้เตรียมแจคเกตไม่ก็เสื้อกันลมมากันด้วยนะคะ ที่เห็นยิ้มๆในรูปคือกัดฟันล้วน หนาวมากกก

Qingtiangang

Location : https://goo.gl/maps/B2TWZaMwByT2

หลังจากกลับมาจากการเดินทางแนวธรรมชาติและ adventure เราก็ตัดสินใจจะใช้วันที่เหลือไปกับการตะลุยกิน Street Food, Cafe hopping, และ Night Market ต่างๆในไทเปกัน โดยจะเริ่มกันที่ถนนเส้น Hipster Fujin Street ส่วนตัวแล้วสำหรับเรา Fujin Street เป็นเหมาะสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายในตัวกลางเมืองไทเป ถนนเส้นนี้อุดมไปด้วยความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมตลอดเส้นทาง  รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ๆ ไม่ขายสาด แต่เดินแล้วถนนเส้นนี้มีชื่อเสียงมาจากเป็นฉากสำคัญๆของการถ่ายทำภาพยนต์ต่างๆในไต้หวัน จึงเริ่มมีร้านค้าทยอยมาตั้งรกราก และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญอีกจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในไทเป

ถนนเส้นนี้ตั้งอยู่ในย่าน Minsheng ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน Songshan ถนนเส้นนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสาย Cafe hopping สำหรับ Fujin Street การเดินทางไม่ซับซ้อน สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุดคือ MRT Minquan แล้วต้องนั่งรถบัสต่อนะคะ แต่ถ้าใครอยากสะดวกจริงๆสามารถนั่ง Bus มาได้เลย สำหรับสายของรถบัส สามารถเสริชดูจาก Direction ใน Google Map นะคะ ขึ้นอยู่กับว่ามาจากเส้นทางไหน

(ขอบคุณรูปจาก http://wdc2016.taipei/en/travel-info)

Location: https://goo.gl/maps/Nu5vZfVanWp

หลังจากที่เดินทอดน่องใต้บรรยากาศอันร่มรื่นมาได้ครึ่งทาง เราก็เจอร้าน Fujin Tree 353 Cafe by simple kaffa ร้านกาแฟยอดฮิตที่ไม่ว่าใครผ่านมาถนนเส้นนี้ก็ต้องแวะมาชิม ทางร้านมีทั้งส่วนพื้นที่ทั้ง Indoor เพื่อความเป็นส่วนตัว และ Outdoor สำหรับการนั่งชิลล์ๆ เจ๋งไปเลยใช่ไหมหละ โดย concept ของร้านคือตั้งใจให้อบอุ่นและพนักงานมีความเป็นกันเอง ไปกันได้ดีกับอาหารและกาแฟรสชาติ Homemade by simple kaffe ส่วนตัวแล้วคิดว่าสเน่ห์ของร้านนี้คือการตกแต่งที่อบอุ่น และใส่ใจในทุกๆรายละเอียด ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากจะมานั่งพักผ่อนหย่อย ใจในวันที่ไม่ต้องรีบและอยากหลีกหนีความวุ่นวายในตัวเมืองไทเปนั่นเอง

วันสุดท้ายก่อนกลับ เราตัดสินใจว่าจะไปตะลุย Night market และ ลิ้มลอง Street food ทั้งหมดในไทเป เค้าว่ากันว่าไปไทเป ที่ขาดไม่ได้เลยคือการ ตะลุยกิน! ต่อไปนี้คือ Eating guide ที่เรากิน และเราชอบโดยกาตะลุยกินครั้งนี้เกิดขึ้นที่ Ximending Market หรือซีเหมินติง ตลาดแห่งนี้ได้ฉายาว่าเป็นฮาราจูกุแห่งไทเป เป็นย่านช้อปปิ้งและของกินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ถ้าให้เปรียบเทียบก็คล้ายสยามบ้านเรา ซีเหมินติงเกิดขึ้นมาจากช่วงที่ไต้หวันนั้นยังเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่น เห็นได้ชัดจากกลิ่นอายของการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมของไต้หวันและญี่ปุ่นตามย่านนี้

Location: Ximending Night market https://goo.gl/maps/3ezPcaoF3jk

ของกินอับดับที่เราภูมิใจนำเสนอมากคือ สิ่งนี้ที่เรียกกันว่า “น้ำไข่กบ” ซึ่งตอนแรกบอกเลยว่าช็อคมาก ทำไมคนเราต้องกินน้ำกบด้วย ถามไปถามมาได้ความว่า จริงๆแล้วนั้น Wow Frog Egg  หรือ น้ำไข่กบนั้นทำมาจาก เจลลี่ หรือคล้ายๆ ชามะนาวใส่เนื้อวุ้น พอลองกินแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่ข้างแก้ววาดไว้ ใครไปห้ามพลาด เมนูนี้!

มาต่อกันที่สิ่งนี้คือเฟรนชฟรายสุดยาว พร้อม Topping ต่างๆ แอบกระซิบว่ามี Topping ผง Thailand ด้วยนะ รสชาติคล้าย รสต้มยำบ้านเรา แต่อร่อยไหมไม่รู้เพราะเราไม่ได้ลองกินเรากินรสชีสซึ่งอร่อยมากก กินสนุกเพลินดีเพราะมันยาว

ปิดท้ายกันที่ชาบูหม่าล่าชื่อดัง Mala Yuanyang Hotpot ถ้าใครไปแล้วไม่กิน เหมือนกับว่าไปไม่ถึงไต้หวัน จริงๆ แล้วร้านนี้มีหลายน้ำซุปให้เลือกหลายรสชาติ สามารถผสมกันได้ตามใจชอบ แต่เราเลือกน้ำซุปรสหม่าล่าเนื่องจากน้ำซุปตัวนี้เป็น รสชื่อดังของเมืองไทเป ร้านนี้เป็นบุฟเฟ่ต์ กินได้ในระยะเวลาสองชั่วโมง บอกเลยว่าคุ้มมาก ภายในร้านวัตถุดิบให้เลือกหลายอย่างสดใหม่ อีกทั้งยังมีเนื้อวัวคุณภาพดี ของหวานอย่างไอศกรีม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังรวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์ด้วย เรียกได้ว่าจ่ายทีเดียว ครบ อิ่มแน่น จริงๆ แล้วร้านนี้มีด้วยกันหลายสาขา แต่สาขาที่เราแนะนำให้มากินคือสาขาที่ Ximending นี่แหละ เนื่องจากว่าใกล้กับแห่ลงช้อปปิ้ง กินเสร็จแล้วก็สามารถเดินย่อยซื้อของกันต่อได้

สำหรับใครที่จะไปกินแนะนำให้จองก่อนนะคะ มีคนไปหลายคนแล้วไม่ได้กิน เพราะคนเยอะ และคิวยาวมากๆ ช่วงเวลาทำการของชาบูหม่าล่าแห่งนี้คือ ช่วงกลางวัน   เวลา 11.30-16.00 น. ราคา 498 NT$ และอีกช่วงคือช่วงเย็น เวลา 16.00-05.00 น.  ราคา 598 NT$ หรือประมาณ 598 บาทไทยค่ะ

Location: https://goo.gl/maps/s5iT4fLabyM2

Mala Yuanyang Hotpot

เห็นไหมว่าไต้หวันมีเสน่ห์มากแค่ไหน เที่ยวสะดวก บินไม่นาน ขอแค่มีวันหยุดกับตั๋วเครื่องบินราคาดีๆก็ไปได้แล้ว วันนี้ขอลาไปก่อนเพียงเท่านี้ หวังว่าทุกคนจะสนุก และหลงรักไต้หวันแบบที่พวกเราหลงรัก สามารถพูดคุยหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

FB Page: Life as Full-time travellers

https://www.facebook.com/PPFTtravellers/