สิ้นสุดการรอคอย หลังจากผ่านพ้นการประกาศรางวัลร้านอาหารที่ได้รับการติดดาวจากมิชลิน (Michelin) ไปเมื่อปลายปี 2017 นักชิมตัวยงก็มีเฮ เพราะต่อจากนี้ไปก็เริ่มตามล่าเก็บดาวมิชลินสตาร์จากร้านอาหารในประเทศไทยได้แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าในไทยเองนั้น ยังไม่มีร้านอาหารที่ได้รับเลือกให้อยู่ในระดับดาว 3 ดวง แต่ก็ก็มีร้านอาหารที่ได้รับดาว 1-2 ดวง อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วคนชอบคิดว่า ร้านอาหารที่ได้รับมิชลินสตาร์นั้นจะต้องเป็นร้านหรู หรือเป็นร้านอาหารที่มีราคาแพงเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วในประเทศไทย ก็ยังมีร้านอาหารมิชลินสตาร์ที่มีราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น ซึ่งในวันนี้ Traveloka เราก็ได้จัดอันดับร้านอาหารมิชลินสตาร์ (Michelin Star) ในไทยที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มา 10 อันดับด้วยกัน

 

ร้านเจ๊ไฝ

ถือว่าเป็นร้านอาหารมิชลินสตาร์ที่ค่อนข้างสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนอยู่เล็กน้อยกับร้านเจ๊ไฝในตำนาน มีแม่ครัวก็คือ “เจ๊ไฝ” ที่เป็นผู้รังสรรค์ความอร่อยให้กับอาหารจานต่างๆ ในร้าน ความโดดเด่นของร้านเจ๊ไฝ ก็คือการเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ และเน้นคุณภาพ อย่างกุ้งก็ต้องใช้กุ้งที่ตัวใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือ หรือถ้าเป็นเมนูไข่เจียวปู ก็จะเลือกใช้แต่ปูก้อนใหญ่ ที่เมื่อกัดเข้าไปนั้นก็จะเจอแต่ความหวานฉ่ำของเนื้อปูแทรกอยู่ในไข่อย่างละมุนลิ้น เมนูแนะนำคงหนีไม่พ้นไข่เจียวปู โจ๊กแห้ง ราดหน้าทะเล และต้มยำกุ้ง ที่เน้นความอลังการของวัตถุดิบเป็นหลัก

 

ราคาของร้านอาหารเจ๊ไฝก็ค่อนข้างจะสูงตามคุณภาพของวัตถุดิบ หลายคนก็ว่ามีความสมน้ำสมเนื้อ แต่หลายคนก็ว่าแพงเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะต้องขึ้นอยู่กับเมนูที่สั่ง แต่ข้อดีอีกอย่างของร้านเจ๊ไฝคือ มีเงินหลักร้อย หรือหลักพันก็สามารถตามไปชิมกันได้ เพราะเรทราคาจะอยู่ที่ร้อย ไปจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี และเราแนะนำให้คุณถามราคาก่อนสั่งเสมอ

ที่ตั้ง: 327 ถนนมหาไชย แขวงสำราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿฿฿ – ฿฿,฿฿฿ บาท

 

Bo.Lan

Credit: https://www.facebook.com/BolanBangkok/

แน่นอนว่าร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์ในประเทศไทย นั้นจะไม่มีร้านอาหารไทยไปได้อย่างไร ซึ่งร้านอาหารไทยที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์หนึ่งดวงนี้คือร้าน “Bo.Lan” ของเชฟโบ ที่ติด 1 ใน 50 อันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับของ The World’s 50 Best Restaurants Academy โดยร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 53 หรือจะเข้าจากซอยทองหล่อ 5 ก็ได้ ความโดดเด่นของอาหารไทยร้านโบลาน ก็คือจะเสิร์ฟเมนูอาหารไทยแบบโบราณ ตามแบบฉบับอาหารไทยดั้งเดิม ที่คัดเลือกมาแต่วัตถุดิบชั้นยอด

Credit: https://www.facebook.com/sanehjaan/

ความพิเศษของร้านอาหารโบลาน ก็คือจะเสิร์ฟอาหารไทยแบบเป็นคอร์ส ซึ่งจะเริ่มต้นที่หลักพันบาทเท่านั้น ภายในหนึ่งคอร์สจะประกอบไปด้วย ออเดิร์ฟ อาหารหลัก และอาหารหวาน เรียกได้ว่าครบครันภายในราคาเริ่มต้นแค่ 2,xxx บาทเท่านั้น ถ้าใครชอบกินอาหารไทย ก็อยากให้ลองมาชิมร้านอาหารไทยสูตรโบราณนี้กันดูสักครั้ง

ที่ตั้ง: 24 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿,฿฿฿ บาท

 

ร้านเสน่ห์จันทร์

ถ้าใครอยากลิ้มชิมรสอาหารไทยที่มีความร่วมสมัย และหรูหราขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เราขอนำเสนอร้าน “เสน่ห์จันทร์” ที่ตั้งชื่อร้านมาจากเมนูขนมไทยโบราณ ที่มักจะอยู่ในงานมงคล เพราะมีชื่อเป็นมงคลนั่นเอง โดยความโดดเด่นของร้านนี้ คุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความร่วมสมัย มีทั้งความคลาสสิก หรูหรา แต่ก็ยังคงความเป็นไทยเดิม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวมากๆ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านอาหารไทยแห่งนี้ถึงได้รับดาวมิชลินสตาร์ เพราะทุกอย่างนั้นล้วนแต่เป็นงานโฮมเมด ใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่ตกแต่งจานได้อย่างพิถีพิถัน เมนูเด่นก็คือ ต้มข่าไก่สูตรโบราณ ช่อมาลีไส้ปลา และขนมเสน่ห์จันทร์ ที่เป็นชื่อเดียวกับชื่อร้าน

Credit: https://www.facebook.com/sanehjaan/

นอกจากเมนูอาหารไทยแล้ว ที่ร้านอาหารเสน่ห์จันทร์ยังมีบาร์สไตล์ไทยประยุกต์ ที่ทีเด็ดจะอยู่ที่เมนูเครื่องค็อกเทล ที่มีการผสมผสานหยิบยกเอาวัตถุดิบไทยแท้ มาครีเอทเป็นค็อกเทลรสชาติเยี่ยม นอกจากนั้นร้านอาหารแห่งนี้ก็ยังมีห้องรับประทานอาหารส่วนตัว เหมาะกับคนที่มารับประทานกันหลายคน หรือใครที่มากับครอบครัว และอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็โทรมาจองก่อนได้

ที่ตั้ง: Glasshouse at Sindhorn ห้อง 130-132 ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿฿฿ – ฿,฿฿฿ บาท

 

Sra Bua by Kiin Kiin

Credit: https://srabuabykiinkiin.com

หากคุณอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ในการกินอาหารไทย “Sra Bua by Kiin Kiin” คือคำตอบ เพราะห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin ที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรมสยามเคมปินสกี้ (Siam Kempinski Hotel) นั้นเน้นการเสิร์ฟอาหารไทยแบบฟูลคอร์สจัดเต็ม ไฮไลท์ของห้องอาหารสระบัว บาย คิน คิน นั้นอาจจะแตกต่างกับร้านอาหารไทยร้านอื่นทั่วไป เพราะเมนูอาหารทั้งหมดจะเป็นการปรุงอาหารโดยใช้เทคนิก Molecular Gastronomy ที่ถึงแม้ว่ารูปทรง และเนื้อสัมผัสของอาหารจะมีความแปลกตา แต่เชฟของห้องอาหารนี้จะยังคงรสชาติอันจัดจ้าน และเข้มข้น เอาไว้ให้ดั้งเดิมอย่างครบถ้วน รวมไปถึงการจัดจานก็จะเน้นความสวยงาม และความสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน

Credit: https://srabuabykiinkiin.com

ซึ่งแนะนำว่าถ้าใครอยากลิ้มลองให้โทรไปจองกันก่อน เพราะคิวอาจจะเต็มยาว และเนื่องจากมีการเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส ให้แจ้งของที่ไม่สามารถรับประทานได้ หรือของที่ไม่ชอบกันไปก่อน เชฟจะได้จัดอาหารให้ได้ถูกปากคุณมากยิ่งขึ้น

ที่ตั้ง: ชั้น G โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ข้างห้างสยามพารากอน
เรทราคา: ฿,฿฿฿ บาท

 

Chim by Siam Wisdom

Credit: http://www.siamwisdomcuisine.com

เปลี่ยนจากการรับประทานอาหารไทยในบรรยากาศหรูหรา มารับประทานอาหารไทยติดดาวมิชลินสตาร์ 1 ดาวกัน ท่ามกลางบรรยากาศเรือนไทยสวยๆ ภายในซอยสุขุมวิท 31 กันบ้าง ซึ่งขอบอกก่อนเลยว่าร้านนี้ก่อนที่จะได้รับดาวมิชลินสตาร์ ตั้งแต่เปิดร้านมาแรกๆ ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นร้านอาหารไทยที่ก่อตั้งโดยเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยนั่นเอง สำหรับเมนูอาหารของร้านชิม บาย สยาม วิสดอม จะเป็นแนว Fine Dining หรือจะเสิร์ฟเป็นคอร์สนั่นเอง ส่วนราคาก็ไม่แรงมาก เริ่มต้นที่หลักพันเท่านั้น ถ้าใครมีโอกาสได้ไปชิมร้านนี้ ต้องห้ามพลาดเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ต้มยำปลาช่อนโบราณ สูตรรัชกาลที่ 2 กุ้งโสร่ง และเมนูกุ้งสะเออะ ที่รับรองเลยว่าอร่อย จัดจ้านถึงใจสไตล์ต้นตำรับแน่นอน

Credit: http://www.siamwisdomcuisine.com

นอกจากจะมีเมนูอาหารแบบคอร์สให้เลือกแล้ว ร้านชิม บาย สยาม วิสดอม ก็ยังมีเมนูอาหารแบบ à la carte ให้เลือกสั่งในมื้อกลางวัน ใครที่ไม่อยากกินแบบคอร์ส ก็มารับประทานตอนกลางวันได้

ที่ตั้ง: 66 ซอยสุขุมวิท 31 แยก 4 คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿฿฿ – ฿,฿฿฿ บาท

 

Paste

Credit: https://www.pastebangkok.com

ถึงแม้จะเป็นอาหารไทยแบบโบราณ แต่ทางร้าน “Paste” ก็ได้มีการประยุกต์เข้ากับความร่วมสมัย และมีการนำเสนออย่างพิถีพิถันเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านอาหารไทยแห่งนี้ จึงได้รับเลือกให้มีการติดดาวมิชลินสตาร์ 1 ดวง จุดเด่นของร้านอาหารเพสท์ คือเมนูอาหารทุกจานจะมีการครีเอทตั้งแต่ส่วนผสมของวัตถุดิบ รสชาติอาหาร ไปจนถึงการตกแต่งจาน ที่ทำให้ผู้รับประทานมีความเซอร์ไพร์สอยู่เสมอ เพราะบางจานถึงแม้หน้าตาของเมนูอาหารจะโมเดิร์น และฟิวชั่นสักเพียงไหน แต่เมื่อตักเข้าปากแล้ว จะสัมผัสได้ถึงความอร่อยแบบดั้งเดิม ที่รสชาติอาหาร อาจจะดูขัดแย้งกับหน้าตาไปสักนิด

Credit: https://www.pastebangkok.com

นอกจากรสชาติอาหารจะมีความดั้งเดิมแล้วนั้น ร้านอาหารเพสท์ยังหยิบยกเมนูโบราณ หรือเมนูอาหารไทยที่หารับประทานได้ยาก หยิบมาดัดแปลงให้เข้ากับวัตถุดิบต่างๆ ได้อย่างลงตัว อาทิ แสร้งว่ากุ้งมังกรรสชาติจัดจ้าน ตัดกับความหวานของเนื้อกุ้งมังกรได้เป็นอย่างดี และเมนูปลาแห้งแตงโม ที่ท็อปด้านบนด้วยไข่ปลาแซลมอน ที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ที่ตั้ง: ชั้น 3 ห้าง Gaysorn Village
เรทราคา: ฿฿฿ – ฿,฿฿฿ บาท

 

Savelberg

Credit: https://www.facebook.com/savelbergth/

นับว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแบบ Fine Dining ที่มีชื่อเสียงมานานกับ “Savelberg” ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในย่านถนนวิทยุสุดหรู ตั้งแต่เดินเข้าไปในร้านก็จะสัมผัสได้ถึงความสดใส ของโทนสีส้มตัดขาวของร้าน ผสานด้วยความโมเดิร์น ที่ทำให้เรารับรู้ได้ว่าเมนูอาหารของที่นี่จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน สำหรับร้านนี้ขอบอกเลยว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดาวมิชลินสตาร์ แต่ก็ไม่ธรรมดา และน่าสนใจด้วยฝีมือการปรุงอาหารของเชฟที่การันตีด้วยรางวัลมิชลินสตาร์มาก่อนหน้านี้ และเมื่อมีประกาศจากทางมิชลิน ร้านซาเวลเบิร์ก ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ด้วยการคว้าดาวมิชลินสตาร์ไปครองทั้งหมด 1 ดาวถ้วนด้วยกัน ถึงแม้ว่าร้านอาหารฝรั่งเศสนี้จะเน้นการเสิร์ฟอาหารแบบคอร์ส แต่ก็จะมีเมนูอาหารแบบ à la carte ให้แยกสั่งด้วยเช่นกัน นับว่าเป็นข้อดี เพราะคุณสามารถเลือกเมนูที่คุณชอบได้ด้วยตัวเอง

Credit: https://www.facebook.com/savelbergth/

โดยเมนูคอร์สของที่นี่จะมีให้เลือกตั้งแต่ 4, 6 และ 8 เมนูตามลำดับ ซึ่งจะเริ่มต้นจากราคา 3,xxx – 4,xxx บาท ซึ่งนับว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะคุณจะได้เมนูตั้งแต่ Pre-Appetizers ที่เสิร์ฟก่อนเป็นการสตาร์ทเรียกน้ำย่อยเบาๆ ไปจนถึง Main Dish เมนูหลัก และ Desserts หรือของหวานตามลำดับ

ที่ตั้ง: 110 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿,฿฿฿ บาท

 

Sühring

Credit: https://www.facebook.com/suhringtwins/

หลังจากมีร้านอาหารสไตล์ Fine Dining ที่มีทั้งไทย และฝรั่งเศสไปกันแล้ว ก็ถึงคิวของร้านอาหารเยอรมันกันบ้าง กับ “Sühring” ที่ตั้งอยู่ภายในซอยเย็นอากาศ ย่านสาทร จุดเด่นของร้านนี้ก็คือการรังสรรค์อาหารให้ออกมาสนุก และน่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละเมนูจะสอดแทรกไปด้วยลูกเล่นต่างๆ มากมายให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจ และเซอร์ไพร์สไปพร้อมๆ กัน แต่ทว่าเมนูอาหารภายในคอร์สเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเมนูอาหารคลาสสิกจากบ้านเกิดของเชฟทั้งนั้น โดยอาหารจะถูกเสิร์ฟมาเป็นคอร์ส มีให้เลือกระหว่าง 6 และ 8 จาน ราคาต้องขอบอกเลยว่าดีมาก เพราะเริ่มต้นที่ 2,xxx บาททั้งนั้น

Credit: https://www.facebook.com/suhringtwins/

ถึงแม้ว่าร้านนี้เราจะไม่มีเมนูแนะนำ แต่เราก็อยากให้คุณไปลองสัมผัส ลิ้มชิมรสอาหารเยอรมันในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยตัวคุณเอง เนื่องจากว่าเมนูของร้านอาหารนี้จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละช่วง แต่รับรองเลยว่าอาหารทุกจานจะคุ้มค่ากับราคาที่คุณต้องจ่ายอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง: 10 ซอยเย็นอากาศ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿,฿฿฿ บาท

 

Nahm by David Thompson

Credit: https://www.facebook.com/nahmrestaurant/

ถึงแม้ว่าร้านอาหารไทยน้ำ บาย เดวิด ทอมป์สัน แห่งนี้อาจจะยังไม่คุ้นหูคนไทย แต่เป็นร้านอาหารไทยที่โด่งดังระดับโลก ถูกจัดให้เป็นสุดยอดร้านอาหารไทยอันดับที่ 28 ในโลก โดยฝีมือเชฟชาวออสเตรเลีย นามว่า David Thompson ผู้เป็นทั้งเชฟ และเจ้าของร้านนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้าที่ร้านอาหาร Nahm ในประเทศไทยจะได้รับดาวมิชลินสตาร์ ร้านอาหาร Nahm สาขาลอนดอนก็ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์มาก่อนหน้านี้เช่นกัน ความโดดเด่นของร้านอาหารไทยแห่งนี้ จะอยู่ที่รสชาติของอาหาร ที่ได้สูตรมาจากอาหารต้นตำรับของตระกูลต่างๆ รวมถึงสูตรของอาหารชาววัง และได้มีการนำมาดัดแปลงให้เข้ากับสไตล์ของเชฟ ออกมาเป็นอาหารไทยรสชาติเข้มข้น ที่มีความเป็นไทยขนานแท้

Credit: https://www.facebook.com/nahmrestaurant/

หากใครกลัวว่ามากินอาหารที่ร้าน Nahm by David Thompson แล้วจะไม่อิ่ม ขอบอกเลยว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นแน่นอน เพราะอาหารของร้านนี้จะเสิร์ฟในปริมาณที่เยอะพอสมควร จะจัดเต็มทั้งรสชาติอาหาร สไตล์การตกแต่งจาน และปริมาณ กินเสร็จแล้วพุงกางอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง: โรงแรม เมโทรโพลิแทน ถนนสาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿,฿฿฿ บาท

 

L’Atelier de Joël Robuchon

Credit: https://www.facebook.com/atelier.bkk/

เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาขาของ L’Atelier de Joël Robuchon ที่ประเทศไทยแห่งนี้ ถึงได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว ก็เพราะว่าสาขาอื่นๆ ทั่วโลกก็ต่างมีชื่อเสียง และได้รับมิชลินสตาร์มามากมาย โดยเชฟ Joel Robuchon ถือว่าเป็นเชฟที่ได้รับดาวมิชลินมามากกว่า 25 ดวงแล้วด้วยกัน สำหรับร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูนี้ ได้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ในตึก Mahanakorn Cube ติดกับ BTS ช่องนนทรี นับว่าเป็นร้านมิชลินสตาร์ 1 ดาวที่เดินทางสะดวกมากๆ ความโดดเด่นคือจะมีเมนูอาหารเป็นแบบคอร์ส และแบบ à la carte ให้เลือก ถ้าใครมีงบประมาณ 5,000 – 9,000 บาท ก็แนะนำให้สั่งแบบฟูลคอร์สจัดเต็มกันไปเลย รับรองว่าฟินแน่ เพราะทั้งวัตถุดิบ และเมนูอาหารนั้นจะมาอย่างจัดเต็ม อลังการงานสร้าง ชนิดที่ว่าพาสาวคนไหนไปก็ต้องประทับใจอย่างแน่นอน

Credit: https://www.facebook.com/atelier.bkk/

แต่ถ้าหากใครที่อยากจะประหยัดงบ หรืออยากจะลองอาหารฝรั่งเศสมิชลินสตาร์ในราคาสบายกระเป๋า เราขอเสนอให้มารับประทานตอนกลางวัน ก็จะมีเมนูแบบ Set Launch ให้เลือก ด้วยสนนราคาเริ่มต้นเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น!

ที่ตั้ง: ชั้น 5 ตึกมหานคร คิวบ์ ถนนนาราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เรทราคา: ฿฿฿ – ฿฿,฿฿฿ บาท

 

แต่ถ้าหากว่าร้านอาหารมิชลินสตาร์ (Michelin Star) เหล่านี้ยังไม่ถูกใจคุณ หรือได้ไปลองชิมมาหมดแล้ว เราก็มีอีกหนึ่งตัวเลือกมานำเสนอ ก็คือลิสร้านอาหารมิชสตาร์ราคาย่อมเยา 50 อันดับ ที่คุณสามารถจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka แล้วบินไปฟินกับอาหารรสเลิศ เก็บดาวกันให้ครบ โดยสามารถดูลิสร้านอาหารทั้งหมดได้ที่ > https://www.traveloka.com/special/cheapest-michelin-meals