อีกไม่กี่เดือนก็จะปลายปี หลายคนตอนนี้จึงกำลังมองหาพิกัดดีๆ เพื่อไปท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวโมเมนต์กับคนรู้ใจ แต่จะให้ไปประเทศที่ต้องทำวีซ่า อย่างว่าชีวิตมนุษย์ทำงานกินเงินเดือนมันก็ไม่ได้ว่างขนาดที่ จะออกไปจัดการติดต่อยื่นเอกสารเสียเวลาเป็นวันๆ ได้ เลยลงท้ายที่ประเทศง่ายๆ แค่จองตั๋วก็บินได้แล้ว ประเทศไหนบ้างล่ะที่ไม่ต้องขอวีซ่า มา! Traveloka หาคำตอบมาให้แล้ว

จองตั๋วเครื่องบิน ราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่


 

1. ตุรกี: ชิลล์ได้ 30 วัน

ตุรกี ประเทศนี้ไม่ค่อยบูมสำหรับคนไทย แต่ถ้าใครชอบความแปลกใหม่ โดยเฉพาะกับสายที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมแบบยุโรป (แต่ไม่อยากบินไปถึงโรมเพราะเรื่องวีซ่า) บอกเลยว่าตุรกีคือตัวเลือกที่ ปั๊วะสุดๆ จ้ะนาทีนี้ ด้วยความที่ตุรกีเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก (ภูมิศาสตร์ก็บอกว่าเป็นประเทศสองทวีป) ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้ในทริปนี้แน่ๆ คือทัศนียภาพบ้านเมืองที่สวยเด็ดอย่างกับยุโรป ในขณะเดียวกันก็มีมรดกโลกทางธรรมชาติที่คุณต้องทึ่ง เอาที่ท็อปๆ ว่าต้องไปเช็คอินก็มีพิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย, สุเหร่าสุลต่านอาห์ เหม็ดที่ 1 (สุเหร่าสีน้ำเงิน) ไปจนถึงพระราชวังโทพคาปี ที่ทั้งหมดอยู่ในจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เมืองอิสตันบูล

 

2. รัสเซีย: ชิลล์ได้ 30 วัน

ปลายปีนี้ถ้าได้สัมผัสอากาศหนาวขั้นสุดที่รัสเซียพลางชมเมืองและสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ก็เป็นอะไรที่ฟินดีอยู่เหมือนกัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าหนาวของรัสเซียนั้นเริ่มต้นที่ -10 องศา ใครขี้หนาวต้องการไออุ่นตลอดเวลาบอกเลยว่าฮีทเทคคือของที่ต้องมี อีกอย่างด้วยความที่หน้าหนาวจึงเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของที่โน่น เรื่องค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินเลยค่อนข้างย่อมเยากว่าช่วงอื่นๆ ใครงบจำกัดบอกเลยว่าหน้านี้แหละเหมาะเป็นที่สุด ส่วนแลนด์มาร์คหลักๆ ที่ต้องเก็บก็มีตั้งแต่จัตุรัสแดงที่กรุงมอสโค วิหารเซนต์บาซิล และอนุสรณ์สถานเลนินหนึ่งในบุคคลสำคัญของจักรวรรดิรัสเซีย ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าไปไม่แพ้ กันก็มีพิพิธภัณฑ์แอร์มิทาจที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และโบสถ์แห่งหยดเลือด (Church of the Savior on Spilled Blood) ที่เมืองเดียวกัน

 

3. สิงคโปร์: ชิลล์ได้ 30 วัน

ยิ่งสิ้นปีสิงคโปร์ยิ่งน่าไปกว่าทุกที่ เพราะตรงถนนออร์ชาร์ดเขาจะประดับถนนด้วยไฟแบบอลังการ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤจิกายน – 1 มกราคม 2019 ในธีม Disney โดยแบ่งเป็น 4 โซนด้วยกันคือ Disney Pricess, Mickey Mouse & Friends, Frozen และ Toy Story พูดได้เลยว่าใครที่เป็นสาวกการ์ตูนดีสนีย์ เป็นอะไรที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เอาแค่คิดว่าถ้าได้ไปถ่ายรูปท่ามกลางไฟธีมต่างๆ คุณเอ๊ยจะฟินขนาดไหน! แต่ก็ใช่ว่าจะไปเพื่อดูไฟอย่างเดียวเพราะที่สิงคโปร์ตอนนี้เขามีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ นอกจากเมอร์ไลออน อย่างอุโมงค์ต้นไม้ Fort Canning Park, ถ่ายรูปเล่นที่ Bugis Village, National Gallery Singapore, Gardens by the Bay และ Marina Barrage เป็นต้น

 

4. ญี่ปุ่น: ชิลล์ได้ 15 วัน

ไม่ว่าใครที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ต่างก็มีแพลนที่จะกลับไปเยือนอีกเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ (และสำหรับบางคนก็อาจจะเลิกนับไปแล้ว) ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพราะเรื่องอาหารที่อร่อยถูกปาก ผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรม เทคโนโลยี ธรรมชาติ หรือช็อปปิ้ง ญี่ปุ่นก็ยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกมาก ไม่นับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฮอกไกโด โอกินาว่า แต่ยังมีเมืองเบบปุ ที่มีชื่อเสียงด้านออนเซน, ฟุกุโอกะบ้านเกิดของเมนูราเม็งอันเลื่องชื่อ, ส่วนสายเดินป่าก็ต้องไปที่เมืองคารุอิซาวะ-มาชิ หรือแหล่งเล่นสกีที่สวยสุดๆ ณ เมืองฮากุบะ-มุระ

 

5. เกาหลี: ชิลล์ได้ 90 วัน

โซลคือ Destination หลักๆ ที่ผู้คนมักจะไปเที่ยวกัน เหตุผลก็คือมีทุกอย่างครบครัน ตั้งแต่แหล่งช็อปปิ้ง คาเฟ่เก๋ๆ มิวเซียม สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และจุดชมวิวเมืองหลวงในมุมสูง แต่ถ้าใครเบื่อแล้วและอยากออกไปเที่ยวนอกเมืองดูบ้าง ปูซานก็เป็นอีกเมืองที่ดูดีและน่าไปอยู่ไม่น้อย แค่นั่งรถไฟความเร็วสูง KTX จากโซลไม่ถึงสามชั่วโมง ก็สามารถหลีกหนีเมืองที่วุ่นวายไปด้วยนักท่องเที่ยว เข้าสู่โหมดสงบใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็สะดวกสบายด้วยการคมนาคม เพราะปูซานก็ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากโซลนั่นเอง

 

6. ลาว: ชิลล์ได้ 30 วัน

จะเวียงจันทร์ วังเวียง หรือหลวงพระบางก็ล้วนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างหลวงพระบาง เมืองที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองมรดกโลก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโบราณและวัดวาอารามกว่า 40 แห่ง ส่วนวังเวียงนั้นงดงามจนใครต่อใครต่างก็ติดอกติดใจกันทุกราย เพราะอุดมไปด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าไม้ ไร่นาแบบขั้นบันได แม่น้ำ และทิวเขา ส่วนเมืองหลวงของลาวที่นอกจากจะต้องไปชมวัดเก่าอย่างหอพระแก้ว และวัดสีสะเกด ประตูชัยคืออีกหัวใจหลักของหลวงพระบางที่ต้องไปเยือนให้ได้แม้จะไปมาแล้วหลายครั้งก็ตาม

 

7. เปรู: ชิลล์ได้ 90 วัน

คนไทยอาจรู้จักเปรูเพราะสิ่งมหัศจรรย์ระดับโลกทางโบราณคดีอย่างมาชูปิกชู หรือไม่ก็หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ณ เทือกเขาแอนดีส แต่เราอยากจะบอกว่านอกจาก 2 สถานที่สำคัญนี้ เปรูก็ยังมีแหล่งเช็คอินอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ไปสัมผัส เช่น อดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคาอย่างกุสโก โดยเฉพาะตรงจัตุรัส Plaza de Armas ที่รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และโบสถ์ ทะเลทรายนัซกา และภูเขาสายรุ้ง Ausangate ของเมืองซัสโก

 

8. ไต้หวัน: ชิลล์ได้ 14 วัน

นอกจากแลนด์มาร์คหลักๆ ที่ต้องตามเก็บให้ครบอย่างอนุสรณ์สถานเจียงไคเชก ตึกไทเป 101 หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น และทะเลสาบสุริยันจันทรา ของขึ้นชื่ออีกอย่างที่ไม่ไปตำไม่ได้ก็คือสตรีทฟู้ดค่ะ ยิ่งถ้าได้ไปถึงแหล่งอย่างตลาดกลางคืน (โดยเฉพาะในไทเปที่มีกว่า 20 แห่งเข้าไปแล้ว) พูดเลยว่าแต่ละที่คือเด็ด เรื่อยไปตั้งแต่ Shilin Night Market ตลาดกลางคืนที่ดังที่สุดของไทเป คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวตั้งแต่หัวค่ำ หรือที่ Raohe Night Market และ Ningxia Night Market ที่เปิดมาตั้งแต่ยุคที่ญี่ปุ่นยังคงปกครองอยู่

 

9. ฮ่องกง: ชิลล์ได้ 30 วัน

คู่ไหนที่เดินทางสายกินแอนด์ช็อปเป็นหลัก บอกไว้ตรงนี้เลยว่าฮ่องกงคือทางที่ใช่สำหรับคุณค่ะ ไม่ว่าห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่ท่วมเกาะ อาทิ The Landmark, Harbour City, IFC Mall, Time Square Shopping Mall, SOGO Japanese Department Store ฯลฯ ทั้งหมดก็ล้วนแต่อัดแน่นไปด้วยแบรนด์ดังมากมาย ส่วนร้านอาหารดังๆ ที่ติดดาวมิชลินก็มีให้คุณเลือกเข้าไปชิมอยู่เป็นตับ (หรือถึงแม้จะไม่ติดดาวก็อร่อยล้ำเสียจนหยุดกินไม่ได้) ด้านบรรยากาศก็โรแมนติกด้วยกิจกรรมล่องเรือ AquaLuna ชมเมืองฮ่องกงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี เห็นไหมว่าเที่ยวฮ่องกงเนี่ยมีแต่ฟินกับฟิน!

 

10. เวียดนาม: ชิลล์ได้ 30 วัน

เน้นบรรยากาศโรแมนติกแนะนำให้ขึ้นเหนือไปที่ดาลัดหรือฮอยอัน แต่ถ้าใครอยากสมบุกสมบันจงลงใต้มาลุยทะเลทรายกันได้เลยที่มุยเน่ อีกอย่างที่ขึ้นชื่อของประเทศนี้เลยก็คืออาหารค่ะ อร่อยแทบทุกอย่าง ยิ่งเฝอ, บั๋นหมี่, บุ๋นฉา, แหนมเนือง, บั๋นแบ๋ว, บั๊ญแส่วนะ หู้ยยยย ไม่อยากจะสาธยายรสชาติให้เจ็บคอ เอาเป็นว่าลองเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

 

เป็นอย่างไรกับ 10 ประเทศที่ Traveloka คัดสรรมาแนะนำ มีตรงใจกันบ้างไหมคะ? ส่วนคู่ไหนที่จิ้มแล้วว่าประเทศนี้แหละที่จะเป็นหมุดหมายต่อไป ตั๋วเครื่องบินนั้นไซร้จึงเป็นอะไรที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเป็น ลำดับถัดมา เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากพลาดทุกดีลพิเศษของทราเวลโอก้า ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Best Price Finder ที่ช่วยค้นหาราคาน่ารักๆ ให้ ในเว็บไซต์ก็ยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายรอคุณไปทำความรู้จัก ทั้งใช้งานง่าย แถมไม่เปลืองเวลาด้วย ขอให้เชื่อ!

จองตั๋วเครื่องบิน ราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่