หากคุณเข้าข่าย “เน้นกินไม่แลแลนด์มาร์ค” โพสต์นี้คือโพสต์ที่ใช่สำหรับคุณค่ะ เพราะ 15 ร้านดัง ในโตเกียวที่ Traveloka จะพาไปตะลุยกินคราวนี้ ไม่ได้มีเพียงความอร่อย แต่ประวัติความเป็นมาของแต่ละร้านก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะบางแห่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ยุคโชวะนู้นนนน   

จอง ตั๋ว เครื่องบิน ไป ญี่ปุ่น กับ Traveloka คลิกที่นี่

1. Midori Sushi

ภาพ: j-ferry.com
ภาพ: j-ferry.com

ไปครั้งไหนคิวก็ยาวซะจนคิดว่ารอดีไม่รอดีสำหรับ “Midori Sushi” ร้านซูชิชื่อดังของโตเกียวที่มีจุดเด่นตรงความสดใหม่ของวัตถุดิบ ให้เยอะ คำใหญ่ ทว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ และด้วยความคุ้มค่านี่แหละเลยมีทั้งชาวญี่ปุ่น แขกต่างชาติ รวมถึงพี่ไทยต่างก็มุ่งหน้ามาปักหมุดกันที่นี่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะไปสาขาที่ชิบูย่า (แน่นอนว่าช่วงเวลาพีคๆ รอไม่ต่ำกว่าชั่วโมง) แต่อยากจะบอกว่า Midori Sushi เขามีให้แวะมากกว่า 9 สาขานะ ลองไปเช็คหากันดู

Website: www.sushinomidori.co.jp/eng/  

 

2. Luke’s Lobster

ภาพ: danielfooddiary.com
ภาพ: haveagood.holiday

ใครที่ไปเดินแถว Cat Street ไม่มีใครไม่แวะ (อ่ะ…อย่างน้อยๆ ก็ต้องหยุดดูพลางสงสัยว่าทำไมกลุ่มคนหลายสิบถึงได้มายืนต่อแถวที่ร้านนี้กันเยอะนัก) Luke’s Lobster ร้านล็อบสเตอร์โรลตำรับนิวยอร์ก ที่มีเมนอินกรีเดียนท์เป็นเนื้อล็อบสเตอร์ส่งตรงมาจากพอร์ทแลนด์ โดยมีเมนูขายดิบขายดีอย่าง Lobster Roll (ราคาเริ่มต้นที่ 980 เยน) ขนมปังฮอทดอกสอดไส้ล็อบสเตอร์แน่นๆ ฉ่ำซอสซีฟู้ดในแบบอเมริกัน แต่ถ้าใครไม่ถนัดล็อบสเตอร์ขอให้จิ้มสั่งไปที่ปูหรือกุ้งเล้ยยย อร่อยเหมือนกัน    

Website: www.lukeslobster.jp

 

3. Ichiran Ramen

ภาพ: ifoodie.tw
ภาพ: @sonia_82101

แม้จะมีคนรู้จักกันเยอะแล้วแต่เราก็อยากหยิบร้านนี้มาใส่ลงในลิสต์อยู่ดี กับร้านราเมนขวัญใจชาวไทยและชาวโลกที่มีสาขากว่า 15 แห่งทั่วโตเกียว (เอาจริงๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ของญี่ปุ่นพี่เขาก็มีไปเปิดนะ) นอกจากคอนเซ็ปต์ร้านจะเก๋แนวข้อสอบ เรื่องซุปทงคตสึและเส้นเรียวเล็กของเขาก็เด็ดจนต้องยกซดเกลี้ยงชาม ความดีงามที่ทำให้น้ำซุปเข้มข้นจัดจ้านอีกอย่างก็คือซอสแดงสูตรของทางร้านที่เท่าไปค้นมาว่ากันว่ากว่าจะอร่อยถูกใจทางร้านต้องใช้ส่วนผสมถึง 30 ชนิดเลยทีเดียว

Website: https://en.ichiran.com/ramen/

 

4. Ginza Swiss

ภาพ: ginza-swiss.com
ภาพ: ginzadelunch.jp

เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นหรือไม่? ไม่รู้ แต่ Ginza Swiss นั้นเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีโชวะที่ 22 แล้ว และยังเป็นต้นตำรับของข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอด (Katsu Kare) ที่ชาวญี่ปุ่นต่างยกนิ้วให้ในเรื่องรสชาติที่ยังคงความอร่อยในแบบคลาสสิก ทั้งนี้ทั้งนั้นการตกแต่งร้านก็ยังน่าเข้า ด้วยบรรยากาศภายในร้านที่คงไว้ซึ่งอารมณ์แอนทีค จากหลายๆ ดีเทลไม่ว่าจะเป็นผ้าปูโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้เราเหมือนได้หลุดไปยังยุคโชวะอย่างไรอย่างนั้น

Website: www.ginza-swiss.com

 

5. Kitsuneya

ภาพ: nukko.me
ภาพ: nukko.me

ไปตลาดปลาซึกิจิแต่ไม่ได้แวะกินข้าวหน้าเนื้อที่ร้าน Kitsuneya มันก็ยังไงๆ อยู่ว่าไหม? อ่ะ…ถ้า ไม่นับเรื่องตำนานของร้านที่อยู่ยงมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 ความประทับใจในรสชาติที่บอกต่อกันมาจากหลายๆ ปากก็เป็นเหตุผลให้ใครต่อใครยอมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาพิสูจน์ความอร่อยอยู่ดี ซึ่งเมนูข้าวหน้าเนื้อที่ตักเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องในของร้าน จุดเด่นอยู่ตรงรสชาติความเข้าเนื้อทั้งเค็ม หวาน และกลมกล่อม ของส่วนประกอบหลักอย่างเนื้อและเครื่องในที่ตุ๋นมากับฮัตโจมิโซะจนได้ที่ ข้อดีอีกอย่างสำหรับสายกินดุคือปริมาณต่อชามที่ให้มาพูนๆ แบบไม่มีหวงเครื่อง!           

 

6. Harajuku Gyoza Lou

ภาพ: tabelog.com
ภาพ: digitiminimi.com

มาถึงของกินเล่นที่คีบเข้าปากทีไรก็ไม่มีเบื่ออย่างเกี๊ยวซ่ากันบ้าง ซึ่งร้านที่เรากำลังจะแนะนำอยู่นี้แตกต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่ Harajuku Gyoza Lou ขายแต่เกี๊ยวซ่าอย่างเดียวค่ะ โดยมีแบบทอดและนึ่งให้เลือกสั่ง ส่วนไส้นั้นจะปรุงมาจากหมูสับและเครื่องเคราอื่นๆ อย่างกลมกล่อม ราคาก็ย่อมเยา 6 ชิ้นต่อจานราวๆ 290 เยน แต่ถ้าพาช่วงพีคๆ บอกก่อนว่าต้องต่อแถวนะ เพราะนอกจากเจ้าบ้านจะมากินเกี๊ยวซ่าที่นี่กันเป็นกิจวัตรแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากหลายๆ ชาติมารอคิวเพื่อลองของอร่อยขึ้นชื่ออีกด้วย     

 

7. Asakusa Kagetsudo

ภาพ: forourjapan.blogspot.com
ภาพ: jp.openrice.com

ถ้าไม่อร่อยก็คงไม่ได้ขายกันจนมือเป็นระวิงกว่า 3,000 ชิ้นต่อวันสำหรับเมล่อนปังไซส์จัมโบ้ของร้าน Asakusa Kagetsudo แห่งย่านอาซากุสะ ซึ่งนอกจากเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในด้วยขั้นตอนการทำนานกว่าพิถีพิถันกว่าเมล่อนปังปกติทั่วไปกว่า 3 เท่า เมเล่อนปังที่นี่ยังปราศจากสารกันบูด ที่สำคัญคือทำสดใหม่ทุกวัน ไม่มีตกค้างแล้วเอามาขายใหม่แน่นอน   

Website: www.asakusa-kagetudo.com/en/

 

8. Afuri Ramen

ภาพ: ameblo.jp
ภาพ: kuirepo.com

หลายคนอาจจะมีภาพจำว่าราเมนจะต้องเข้มข้น (บางร้านหนักไปทางเค็ม) แต่อยากจะบอกว่ารสชาติซุปของ Afuri Ramen เน้นไปทางรีเฟรชชิ่งให้แก่ผู้ทานมากกว่า ด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของเขาก็ไม่เหมือนกับที่ไหนเพราะได้ใส่ส่วนประกอบสำคัญอย่างยูซุเข้าไป บวกกับเบสของซุปเป็นไก่และดาชิ ไหนจะ เส้นที่ต้มมาแบบพอดิบพอดี เอางี้…มีใครที่อดใจไหวได้ ไม่มีหรอกพูดเลย!

Website: www.afuri.com  

 

9. Udon Sakaba Kagawa Ichifuku Ikebukuro

ภาพ: blog.livedoor.jp/dalesmivis
ภาพ: r.gnavi.co.jp/g7zv8aw70000

“ร้านอุด้งที่ได้รางวัลบิบกูร์มองด์จากมิชลิน” แค่ประโยคนี้ก็ได้ใจไปกว่าครึ่งแล้วใช่ไหม? ซึ่งเจ้า รางวัลบิบกูร์มองด์ (Bib Gourmand) นั้นหมายความตรงๆ ว่าร้านนั้นๆ มีคุณภาพทั้งราคาไม่แพงนั่นเอง ซึ่งร้าน Udon Sakaba Kagawa Ichifuku Ikebukuro นี้นอกจากจะขายอุด้งแบบต่างๆ (แนะนำให้สั่งเป็นเซ็ต อย่างคุ้ม) ที่นี่ยังจัดเต็มเรื่องจานกับแกล้มเท่าที่จะจินตนาการได้อีกด้วย สำหรับใครที่อยากไปกินหลังช้อปปิ้งเสร็จ แนะนำให้ใครที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้โทรไปจองก่อน เพราะไม่งั้นรอไปเลยอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง เตือนแล้วนะ! Facebook: https://www.facebook.com/うどん酒場-香川一福-池袋-309444319496480/

 

10. Yanaka Shippoya

ภาพ: ameblo.jp
ภาพ: puwulife.com

ร้านขายโดนัทหางแมวน่ารักๆ ในย่านที่ขึ้นชื่อว่ามีแมวเต็มไปหมด น่ากินตั้งแต่หน้าตาด้วยเพราะมีหลายลายให้เลือก ส่วนรสชาติที่ร้านก็ทำออกมาอยู่หลายรส ซึ่งแน่นอนว่าอร่อยถูกใจคนชอบของหวาน อีกอย่างคือในช่วงหน้าร้อนที่ร้านมีจำหน่ายซอฟท์ครีมโปะด้วยท็อปปิ้งเซมเบ้รูปแมวแถมมีโดนัทหางแมวมาเป็นโบนัสอีกด้วย เป็นอะไรที่อยากให้ลองจริงๆ     

 

11. Narikura

ภาพ: blog.livedoor.jp/stkisr
ภาพ: blogs.yahoo.co.jp/two_four_six_o_one

ร้านทงคัตสึที่คิวยาวแล้วตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน (เวลาทำการ 10:30-13:30 น., 17:30-20:00 น.) และเพราะอย่างนี้ทางร้านเลยต้องรับจองเป็นรอบๆ อย่างมื้อเที่ยงคือเปิดจองตั้งแต่ 9:30 น. ส่วนมื้อเย็นนั้นถ้าอยากทานก็ควรมารอจองคิวตอน 16:30 น. ก็จะมีโอกาสได้กินแน่ๆ ซึ่งความพิเศษของทงคัตสึร้านนี้อยู่ที่มีหมูหลายสายพันธุ์ให้เลือก (แต่ละวันจะไม่เหมือนกัน) ที่ก็ล้วนแต่คัดสรรว่าชั้นเยี่ยมมาแล้วทั้งนั้น ที่พอคลุกกับเกล็ดขนมปังสดแล้วเอาไปลงทอดในอุณหภูมิที่คิดมาแล้วว่าเหมาะ จบลงที่ทงคัตสึสีเหลืองนวลตั้งอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าใครที่เข้าคิวมากว่าชั่วโมงร้อยทั้งร้อยก็ต้องคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วล่ะที่รอ อร่อยขนาดนั้นเลยล่ะ    

 

12. Natural Crepe

ภาพ: superhitoshi.com
ภาพ: ginzadelunch.jp

ร้านเครปสุขภาพที่อร่อยไม่แพ้เครปเย็นที่ตรอกทะเคะชิตะ ที่ว่าเน้นเรื่องสุขภาพก็เพราะท็อปปิ้งของเขาล้วนใช้เป็นผลไม้สด หรือถ้าเมนู Japanese Crepe ทางร้านก็มีท็อปปิ้งให้เลือกเช่นไส้ถั่วแดง, ไส้งาดำ อย่างครีมที่ใช้ก็มีให้เลือกระหว่างครีมสดและครีมเต้าหู้ ส่วนใครที่อยากหาเมนูหนักท้องหน่อยก็ Vegetable Crepe รับรองเช่นกัน อ้อ! แป้งเครปที่นี่ใช้แบบโฮลวีท 100% จ้า Healthy แน่นอนไม่ต้องห่วง

Facebook: www.facebook.com/natucre/

 

13. Suzukien

ภาพ: gigazine.net
ภาพ: tabelog.com/rvwr/

ได้เครปเป็นของหวานไปแล้วก็อยากให้ลองกินไอศกรีมด้วย แต่ถ้าเป็นไอศกรีมธรรมดาทั่วไปก็ไม่สนุก ดังนั้นเราถึงได้พามาที่ร้าน Suzukien ร้านไอศกรีมมัทฉะ 7 ระดับ ที่มีตั้งแต่มัทฉะนมๆ ไปจนถึงมัทฉะล้วนไม่มีอะไรผสม ว่าแต่จะขมจนกินไม่ไหวหรือไม่นั้นเราอยากให้คุณไปพิสูจน์เองค่ะ เผื่อใจเรื่องคิวยาวๆ ไว้ด้วยก็ดีค่ะ เพราะยาวทั้งวันจริงๆ ร้านนี้  

 

14. Unagi Irokawa

ภาพ: liginc.co.jp
ภาพ: @ykatane0111

ยังอยู่ในย่านอาซากุสะแต่คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศมากินข้าวหน้าปลาไหลคิวยาวกันบ้าง ที่นี่ขายข้าวหน้าปลาไหล 2 ขนาดด้วยกัน เน้นเสิร์ฟเป็นปลาไหลน้ำจืด และด้วยความที่มีประวัติความอร่อยมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 กรรมวิธีตั้งแต่คัดปลาไหล การย่างบนเตาถ่าน อีกทั้งซอสสูตรเฉพาะที่พรมบนชิ้นปลาอยู่เรื่อยๆ ระหว่างย่าง แค่นี้ก็จินตนาการออกได้แล้วว่าข้าวหน้าปลาไหลที่เรารอมันจะอร่อยสักแค่ไหน

 

15. Café Kitsuné

ภาพ: macaro-ni.jp
ภาพ: aumo.jp

ปิดท้ายทริปด้วยคาเฟ่ชิคๆ ย่านอาโอยาม่ากับ Café Kitsuné แบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศสที่แตกไลน์มาขายกาแฟด้วย เอาจริงๆ แค่บรรยากาศตัวคาเฟ่ก็กินขาดแล้ว ด้วยที่ภายในร้านให้ฟิลลิ่งโคซี่น่านั่ง แต่งโทนวอร์ม มีทั้งส่วนจำหน่ายสินค้าพะยี่ห้อแบรนด์ และส่วนรับรองลูกค้าที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ได้รูปสวย ส่วนกาแฟและอาหารกินเล่นแม้มีรายการให้เลือกน้อย แต่อร่อยไม่เสียชื่อ Café Kitsuné แน่นอน   

Website: www.maisonkitsune.com/mk/cafe-kitsune/

 

และในเมื่อทำแพลนทัวร์กินไปเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ซึ่งการจะได้ตั๋วมาแบบง่ายๆ (แต่คุ้มค่าราคา) นอกจากจะหาแหล่งซื้อตั๋วที่ออกโปรฯบ่อยๆ ตัวเว็บไซต์ก็ต้องเฟรนด์ลี่กับผู้ใช้งานด้วย ซึ่ง Traveloka นี่แหละเหมาะเหม็งสุดๆ ไม่ว่าจะมีดีลตั๋วจุกๆ อยู่เพียบ คนไหนที่ไม่มีบัตรเครดิตก็ยังกดจองได้แบบง่ายๆ ดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ววว