สำหรับใครที่ชื่อชอบศิลปะและความงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ยุโรปคงถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่จะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง เพราะเต็มไปด้วยศิลปะชิ้นงาม ผลงานทรงคุณค่า ความละเมียดละไมของฝีไม้ลายมือชั้นครู ที่หาดูได้ยาก 3 เมืองหลักที่นักท่องเที่ยวสายอาร์ทจะต้องชอบ ได้แก่ ปารีส – ฝรั่งเศส, วาติกัน – อิตาลี และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเรากำลังจะมาแนะนำที่เที่ยวกันในวันนี้ รับรองเลยว่าจะต้องถูกใจสายอาร์ทสายติสท์ ผู้ที่มีความเป็นศิลปินอยู่ในหัวใจอย่างแน่นอน

นอกจากความวิจิตรการตาของสถาปัตยกรรมสุดอลังพร้อมบรรยากาศแสนโรแมนติกที่จะสัมผัสได้เมื่อมาเยือนเวียนนาแล้ว ที่นี่ยังมีความสำคัญทั้งการเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เป็นสถานที่ตั้งขององค์กรระดับโลกหลายแห่ง ทั้งยังเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ที่สำคัญก็คือเป็นต้นกำเนิดดนตรีคลาสสิคระดับโลกเลยทีเดียว จากกรุงเทพฯ เราสามารถบินไปลงยังกรุงเวียนนาได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องให้วุ่นวาย ใช้เวลาราว 11 ชั่วโมง 40 นาที ทั้งสายการบิน EVA Air, Austrian และการบินไทย ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส เรียกว่าสบายทั้งขาไปขากลับ น้ำหนักพร้อม อาหารพร้อม ดูหนังฟรี มีปลั๊ก เช็คราคาให้พร้อม จองก่อนได้ใช้ส่วนลดก่อน แล้วไปดูที่เที่ยวในเวียนนากันเลย กับ 15 ที่เที่ยวเวียนนา มาแล้วจะหลงรัก

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียนนา ค้นหาโปรโมชั่นที่ Traveloka คลิกเลย

 

1. มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา (St. Stephens Cathedral Vienna)

ขอเปิดด้วยที่เที่ยวที่อลังการสุดๆ กับมหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา ที่รับรองว่าถ้าได้มาเห็นด้วยตาแล้วจะตะลึงจนอาจจะยืนนิ่งอยู่เป็นนานเลยทีเดียว เพราะที่นี่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค ได้แก่ยอดหลังคาแหลมและเต็มไปด้วยรายละเอียดอันวิจิตร เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสไตล์นี้ โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในกลางเมือง โดยถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญสตีเฟน เมื่อราวปี ค.ศ. 1147 มหาวิหารแห่งนี้เคยได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ได้รับการบูรณะใหม่โดยคงรูปแบบดั้งเดิมไว้

 

2. ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (City Hall)

มาดูอีกหนึ่งสถานที่กับศิลปะสไตล์โกธิคอันโดดเด่นเป็นที่น่าจดจำ คือศาลาว่าการกรุงเวียน ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872 ออกแบบโดย Friedrich von Schmidt ตัวอาคารมีขนาดใหญ่ ยอดหลังคาแหลมตกแต่งรายละเอียดด้วยปูนปั้นสไตล์โกธิคที่งดงามและน่าเกรงขามไปพร้อมกัน โดยที่นี่ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนาในปัจจุบัน และในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเทศกาลต่างๆ บริเวณด้านหน้าของศาลาว่าการ ไม่ว่าจะเป็นลานสเก็ตในฤดูหนาว ลานหนังกลางแปลงขนาดใหญ่ในฤดูร้อน และเทศกาลคริสต์มาสควบปีใหม่ ที่จะประดับประดาไฟจนสวยงาม เสริมในสถานที่ดูโดดเด่นขึ้นจนเหมือนภาพในนิยายเลยทีเดียว

 

3. อาคารรัฐสภาออสเตรีย (Austrian Parliament Building)

บอกแล้วว่าเวียนนาเป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง กับอาคารรัฐสภาที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Greek Revival Architecture ที่นิยมเอาการออกแบบและตกแต่งในศิลปะกรีกมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็น เสาขนาดใหญ่ รูปปั้นที่เน้นความสมจริงทางกายวิภาค และห้องต่างๆ ที่มีความโอ่โถง โดยที่นี่ถูกใช้เป็นที่ประชุมสภาของออสเตรียมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 19 ออกแบบโดยสถาปนิก Baron Theophil Hansen ที่นี่ยังเคยเป็นอาคารที่ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดแห่งหนึ่งบนถนน Ringstraße อีกด้วย

 

4. พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace)

พระราชวังอันโด่งดังที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนกรุงเวียนนา ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่แห่งนี้กว่าล้านคนเลยทีเดียว ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการ และความงดงามของผลงานศิลปะอีกนับไม่ถ้วนที่เก็บไว้ที่นี่ แค่เฉพาะตัวสถาปัตยกรรมเอง พระราชวังแห่งนี้ก็มีห้องมากถึง 1,441 ห้องให้เดินชมแล้ว พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปัจจุบัน ด้วยศิลปะสไตล์โรโคโค (Rococo) อันโดดเด่นกับการออกแบบและตกแต่งที่เน้นความผสมกลมกลืน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยังมีความประดิดประดอยอ่อนช้อยในตัวเครื่องเรือนแต่ละชิ้น นอกจากนี้สวนดอกไม้บริเวณโดยรอบพระราชวังก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่เหล่าดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์จะเบ่งบานกันเต็มที่

 

5. พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace)

ที่นี่คือพระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พระราชวังฮอฟบวร์ก มีอายุมากกว่า 600 ปี และตลอดอายุของพระราชวังแห่งนี้ก็ได้มีการต่อเติมอยู่เรื่อยๆ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นที่ๆ มีความสลับซับซ้อนและมีห้องต่างๆ อยู่มากกว่า 2000 ห้องเลยทีเดียว ที่นี่จึงเป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวต้องมีเวลาในการเข้าชมมากพอสมควร แต่รับรองว่าเข้าไปแล้วจะเพลิดเพลินกับความงดงามจนลืมเวลาไปเลยล่ะ ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิในราชวงศ์ฮอฟบวร์กทุกพระองค์ เรียกได้ว่าตั้งแต่องค์แรกจนองค์สุดท้าย จนในปัจจุบันที่ออสเตรียเปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐแล้ว ที่นี่ก็ยังใช้เป็นที่พำนักและทำเนียบของประธานาธิบดีของออสเตรียอีกด้วย

 

6. สุสานกลาง (Zentralfriedhof)

ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดนตรีคสาสสิคก็เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของศิลปินดังมากมายที่ได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่า ฝากไว้ให้เรายังคงได้ยินความไพเราะที่ขับกล่อมแม้เวลาจะผ่านไปนับร้อยปี ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1874 และได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุสานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ทั้งด้วยขนาดของสุสาน 495 เอเคอร์ (หรือประมาณ 1,252 ไร่) แต่ที่สำคัญคือบุคคลผู้ล่วงลับที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเป็น บีโธเฟน, บราห์ม, ชูเบิร์ต, สโทรส ศิลปินคลาสสิคชั้นครูที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

 

7. หอสมุดแห่งชาติออสเตรีย (Austrian National Library)

หอสมุดออสเตรีย (Austrian National Library) เป็นหอสมุดสไตล์บารอคที่งดงามและใหญ่ที่สุดในออสเตรีย ตั้งอยู่ภายในพระราชวังฮอฟบวร์ก ก้าวแรกที่เข้ามา รับรองว่าทุกคนจะต้องตะลึงกับความความโอ่อ่าของห้องโถงที่ถูกสร้างด้วยหินอ่อน ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปปั้นแกะสลัก เข้ากันกับภาพจิตรกรรมฝาผนังอันแสนน่าทึ่ง มีหนังสือเรียงรายตามชั้นวางมากกว่า 200,000 เล่ม บางเล่มมีความเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เลยทีเดียว นอกจากนี้ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ปาปิรัส พิพิธภัณฑ์ภาษาโลก พิพิธภัณฑ์ลูกโลกรวมอยู่อีกด้วย

 

8. พระราชวังเบลเวอร์เดียร์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Belvedere Palace)

พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าชายยูจีน แห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เมื่อปี 1663 ความโดดเด่นของที่นี่คือเจ้าของพระราชวังแห่งนี้ทรงชื่นชอบงานศิลปะเป็นอย่างมาก จนเกิดการเก็บสะสมผลงานชิ้นสำคัญอันกลายมาเป็นมรดกทางศิลปะของโลก นอกจากงานเขียนต่างๆ แล้ว ตัวพระราชวังเองก็ยังได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี ทั้งภายนอกและภายใน มีการตกแต่งที่วิจิตรงดงาม บริเวณด้านหน้าของตัวพระราชวังยังถูกตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนพันธุ์ไม้ไปเรื่อยๆ ทุกฤดู และยังมีน้ำพุที่โดดเด่นเป็นสง่า สวยทั้งยามเช้าและยามเย็น

 

9. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches)

ใครที่ชอบงานศิลปะเป็นพิเศษ แนะนำลองแวะชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ Kunsthistorisches ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังฮอฟบวร์ก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามด้วยศิลปะสไตล์บารอค ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อน และปูนปั้น ภายในมีผลงานทางศิลปะของจิตรกร ประติมากร และช่างฝีมือที่ดีที่สุดในยุโรปมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเก็บสะสมทรัพย์สมบัติและของมีค่าในราชวงศ์ฮอฟบวร์กอีกด้วย

 

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ อัลแบร์ทินา เวียนนา (Albertina Museum Vienna)

เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักปิกัสโซกันดี ที่ Albertina Museum นั้นเป็นสถานที่เก็บผลงานของศิลปินเอกผู้นี้ไว้นั่นเอง นอกจากนั้น Albertina Museum ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่รวบรวมผลงานภาพพิมพ์กราฟิกชิ้นโบว์แดงไว้มากที่สุดอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Albertina Museum ถึงกลายเป็น ที่เที่ยว เวียนนา แห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ไม่ควรพลาด

 

11. โรงโอเปร่าแห่งกรุงเวียนนา (Vienna State Opera)

โรงโอเปร่าแห่งกรุงเวียนนา (Vienna State Opera) เป็นโรงละครที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของโลก ตัวอาคารถูกสร้างอย่างอลังการด้วยศิลปะแนวเรเนซองส์ เปิดให้ผู้คนเข้าชมครั้งแรกในปี 1869 สามารถจุคนได้มากถึง 2,200 คน นอกจากตัวอาคารที่งดงามแล้ว ภายในโรงละครก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น บันไดที่ถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นหินอ่อน ภาพวาดบนผนังอันทรงคุณค่า และระเบียงที่สวยงามไม่เหมือนใคร ในปัจจุบัน มีการแสดงต่างๆ ถูกจัดขึ้นที่โรงละครแห่งนี้เกือบทุกวัน

 

12. สวนสาธารณะเวียนเนอร์ พราเตอร์ เวียนนา (Wiener Prater Vienna)

ชิงช้าสวรรค์ในสวนสนุกพราเตอร์ เป็นหนึ่งในชิงช้าสวรรค์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของโลก ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1897 เพื่อเฉลิมพระเกียรติจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟที่ 1 ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้มีความสูงถึง 213 ฟุต สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ ได้ทั่วทั้งเมืองแบบพาโนรามา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกที่อย่าบอกใครเลยล่ะ

 

13. ถนนช้อปปิ้ง กราเบน เวียนนา (Graben Vienna)

ที่ต่อที่มาพลาดไม่ได้คือถนนกราเบน ถนนช้อปปิ้งหลักของเวียนนาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่ยุคสมัยโรมันที่พ่อค้าแม่ค้าจะนำของออกมาขายตามถนน ส่วนตึกร้านค้าต่างๆ บนถนนเส้นนี้สร้างมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถนนเส้นนี้ถึงเป็นถนนช้อปปิ้งที่ดูหรูหราผิดตากว่าที่อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอนุสาวรีย์และน้ำพุต่างๆ ให้เพื่อนๆ ไปชมกันได้ ร้านค้าน่าสนใจที่ควรแวะไปช้อปปิ้ง ได้แก่ เอชแอนเอ็ม (H&M) ซึ่งสาขาร้าน H&M ที่ถนนกราเบนนี้ได้ดัดแปลงมาจากร้านเสื้อผ้าผู้ชายเก่าแก่ของเวียนนา ภายในดูโอ่โถงมากเลยทีเดียว

 

14. บ้านฮุนเดอร์ตวาสเซอร์ (Hundertwasser House)

ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮาส์เป็นอาคารที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกใหม่ มีการผสมผสานกันของศิลปะที่ไม่เหมือนใคร ตัวตึกมีการทาสีหลากหลาย ทั้งชมพู ฟ้า ขาว เหลือง ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นนี้คือ ฟรีเดนส์ไรช์ ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์ (Friedensreich Hundertwasser) ศิลปินผู้เกลียดเส้นตรง เขาไม่ต้องการให้งานศิลปะหรืองานออกแบบมีแต่เส้นตรงเท่านั้น เรียกได้ว่าศิลปะของเขานั้นไม่มีกฎเกณฑ์ใดจริงๆ นอกจากชมตึกภายนอกแล้วยังสามารถเข้าไปเพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะภายใน และซื้อของฝากเก๋ๆ จากเวียนนากลับบ้านได้ด้วย

 

15. ตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt)

ที่สุดท้ายเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองสถานที่ท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตผู้คนออสเตรียที่อาศัยอยู่ในเวียนนา ซึ่งก็คือตลาดแนชมาร์กนั่นเอง ตลาดแนชมาร์กเป็นตลาดเก่าแก่ของเวียนนาและของออสเตรีย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในอดีตที่นี่ขายเพียงแค่นมในถังไม้ แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 ก็เริ่มมีเกษตรกรนำสินค้ามาออกขายด้วย จนปัจจุบันมีร้านค้าอยู่นับร้อยให้เพื่อนๆ เลือกซื้อสินค้ากัน ส่วนใหญ่นั้นเป็นอาหารสด เนื้อสัตว์ ผลไม้ ขนมปัง ชีส แต่ก็มีอาหารสำเร็จรูปและขนมให้เพื่อนๆ ซื้อกลับไปได้เช่นเดียวกัน

แต่ละที่น่าเที่ยวขนาดนี้ จะรอช้าอยู่ทำไม เก็บข้อมูล เก็บกระเป๋าแล้วกำตังค์ไปเที่ยวกันดีกว่า เราเชื่อว่ากรุงเวียนนาจะต้องสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างแน่นอน