ชอบเที่ยวแต่เบื่อที่จะต้องลางานเพื่อไปเดินเอกสารขอวีซ่า (แน่นอนว่ากินเวลานานแถมจุกจิก) ยิ่งถ้าไม่ผ่านขึ้นมาแพลนที่เริ่มไปกว่าครึ่งนั้นมีแนวโน้มว่ายังไง๊ยังไงก็ต้องพังแน่ๆ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ที่ต้องเจอ ง่ายๆ ก็คือเลือกไปประเทศที่ฟรีวีซ่าเลยเป็นไง อย่างในทวีปเอเชียเองก็มีให้เลือกไปปักหมุดเพียบ ทั้งประเทศที่คุ้นเคยไปมาหาสู่กันบ่อยอยู่แล้ว และบางแห่งที่ก็เพิ่งอนุญาตให้เราได้บินไป เที่ยวแบบฟรีวีซ่าเมื่อไม่นานนี้เอง    

จองตั๋วเครื่องบิน กับ Traveloka 

จองที่พัก กับ Traveloka 

 

1. สิงคโปร์ (เที่ยวนาน 30 วัน)

ไปก็ง่ายแถมไม่ต้องเสียเวลาแพลนมาก ยิ่งสิงคโปร์ตอนนี้มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ มากมายให้แวะ นอกจากจะไปแค่เช็คอินหาเจ้าเมอร์ไลออนพ่นน้ำ อย่างอุโมงค์ต้นไม้ Fort Canning Park, Bugis Village, National Gallery Singapore, Gardens by the Bay และ Marina Barrage ด้านสถานที่ฮิปๆ น่าเดินเล่นก็ไม่น้อยหน้าเช่นตรอกฮาจิ แต่คาเฟ่ชิคๆ ที่เชียร์ให้แวะไปจริงๆ (เพราะมันดีมาก) ก็ Chye Seng Huat Hardware ที่โลเคชั่นร้านอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Bendemeer ราวๆ 500 เมตร

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ กับ Traveloka 

จองที่พักสิงคโปร์ กับ Traveloka 

 

2. ฟิลิปปินส์ (เที่ยวนาน 30 วัน)

หลายคนยังนึกภาพไม่ออกว่าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวฟิลิปปินส์จะต้องไปเช็คอินที่ไหนบ้าง ซึ่งถ้าจะให้ครบสูตรในทริปก็ต้องมีท่องธรรมชาติ, เยือนเมืองเก่า ไปจนถึงแวะชมสถาปัตยกรรมชื่อดังของเมืองนั้นๆ เอาที่เราคิดว่าน่าสนใจจนต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตาของคุณเองก็มีตั้งแต่ภูเขาช็อกโกแลต สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งเกาะโบฮอล ที่ซึ่งตั้งเรียงรายสลับฟันปลากว่า 1,268 ลูก แถมความพิเศษของเขาคือไม่ว่าจะมาฤดูไหนวิวที่ได้นั้นก็เปลี่ยนไปทุกครั้ง หรือเกาะโบราไกย์เกาะสวรรค์ที่เหมาะจะมาพักผ่อนกัน กับเมืองเก่าก็เป็นอะไรที่ควรแวะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งเราแนะนำให้ไปอินทรามูรูส (Intramuros) เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเป็นสเปน เห็นไหมว่าประเทศฟิลิปปินส์มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแทบทั้งนั้น         

จองตั๋วเครื่องบินไปฟิลิปปินส์  กับ Traveloka 

จองที่พักฟิลิปปินส์  กับ Traveloka 

 

3. ตุรกี (เที่ยวนาน 30 วัน)

เดี๋ยวนี้คนไทยไปเที่ยวตุรกีกันบ่อยขึ้น ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะตามฟีดเฟซบุ๊กเราจะเห็นภาพบอลลูนสีสวยลอยอยู่กลางฟ้าโดยมีวิวเบื้องล่างเป็นหินรูปร่างประหลาดคล้ายปล่องไฟอยู่บ่อยๆ แต่อยากจะบอกว่าตุรกีไม่ได้มีดีแค่นั้น เพราะด้วยความที่เขาเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้เมื่อมาเยือนที่นี่คือทัศนียภาพบ้านเมืองสไตล์ยุโรปอย่างพิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย, สุเหร่าสีน้ำเงิน ไปจนถึงพระราชวังโทพคาปึ แต่ในขณะเดียวกันก็จะได้สัมผัสมรดกโลกทางธรรมชาติที่บอกได้แค่ว่าอลังการดาวล้านดวงจนคุณต้องทึ่งแน่นอน

จองตั๋วเครื่องบินไปตุรกี กับ Traveloka

จองที่พักตุรกี กับ Traveloka

 

 

4. ญี่ปุ่น (เที่ยวนาน 15 วัน)

ไม่นับเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียว,โอซาก้า ญี่ปุ่นก็ยังมีนานาจังหวัดชวนให้จองตั๋วไปเยือนได้ทุกปีแบบไม่มีเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเบปปุ (Beppu) ที่มีชื่อเสียงเรื่องออนเซ็น, ฟุกุโอกะ (Fukuoka) บ้านเกิดของราเมนและซุ้มขายอาหารสไตล์ยาไต หรือคารุอิซาวะ-มาชิที่เหมาะแก่การไปเดินป่าท่องเส้นทางธรรมชาติ และถ้าอยากเล่นสกีท่ามกลางวิวพีคๆ ก็เชิญได้ที่เมืองฮากุบะ-มุระเลยจ้า  

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น กับ Traveloka 

จองที่พักญี่ปุ่น กับ Traveloka

 

 

5. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เที่ยวนาน 30 วัน)

ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจชนิดที่นับนิ้ววนแล้ววนอีกก็ไม่มีทางหมด หากแต่ไฮไลต์เด็ดที่เราไม่อยากให้พลาดก็มีหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกทั้งมีวัดวาอารามให้เราได้ไปสักการะกว่า 40 แห่ง ด้านวังเวียงนั้นก็อุดมไปด้วยธรรมชาติ เอาที่เด่นๆ เลยก็คือ Blue Lagoon, ไร่นาแบบขั้นบันได แม่น้ำ ไปจนถึงทิวเขา ส่วนเมืองหลวงของลาวเองที่นอกจากคุณจะต้องไปชมหอพระแก้วและวัดสีสะเกด ประตูชัยคืออีกหนึ่งหัวใจหลักของลาวที่ต้องไปเก็บภาพให้ได้

จองตั๋วเครื่องบินไปลาว กับ Traveloka 

จองที่พักลาว กับ Traveloka 

 

 

6. เกาหลีใต้ (เที่ยวนาน 90 วัน)

ใครสนใจคาเฟ่เป็นพิเศษและปวารณาตนว่าเป็นสายคาเฟ่ฮ็อปปิ้งบอกได้เพียงว่าเกาหลีใต้คือเดสติเนชั่นที่ใช่ค่ะ ไม่ว่าจะแนวลอฟต์, มู้ดสแกนดิเนเวีย หรือสไตล์ฮันอก (Hanok) อีกอย่างโซลยังขึ้นชื่อเรื่องอาหาร, แหล่งช้อปปิ้งเก๋ๆ, ร้านซีเล็คช็อปดีๆ, มิวเซียมที่แสดงงานหลายขนาน สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จวบจนถึงจุดชมวิวมุมสูงที่เห็นทั่วทั้งเมือง อ้อ! กิจกรรมที่เราเชียร์ให้เพื่อนๆ ได้ไปลองกันก็คือการไปรีแล็กซ์ที่จิมจิลบัง (ซาวน่า) ค่ะ ในนั้นมีทั้งห้องอาบน้ำ, ห้องซาวน่าประเภทต่างๆ, คาเฟ่ และบางที่มีห้องคาราโอเกะที่เราได้เข้าไปใช้บริการด้วยนะ

จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีใต้ กับ Traveloka 

จองที่พักเกาหลีใต้ กับ Traveloka

 

7. ไต้หวัน (เที่ยวนาน 14 วัน)  

ไต้หวันยังใจดีอย่างต่อเนื่องเพราะเท่าที่เราอัพเดตล่าสุดคือเขาได้ต่ออายุให้นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราๆ สามารถเดินทางไปฟินได้อย่างสบายๆ แบบฟรีวีซ่าเพิ่มอีก 1 ปี (ภายในเดือนกรกฎาคม 2562) ดังนั้นเพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่เคยไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันจงถือโอกาสนี้ไปตามเก็บแลนด์มาร์คดังๆ อย่างอนุสรณ์สถานเจียงไคเชก, ตึกไทเป 101, หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น หรือทะเลสาบสุริยันจันทรา อีกทั้งสตรีทฟู้ด ยิ่งถ้าได้ไปถึงแหล่งอย่างตลาดกลางคืนพูดเลยว่าเด็ด เรื่อยไปตั้งแต่ Shilin Night Market ตลาดกลางคืน ที่ดังที่สุดของไทเป คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว หรือที่ Raohe Night Market และ Ningxia Night Market ที่เปิดมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมโน่น

จองตั๋วเครื่องบินไปไต้หวัน กับ Traveloka

จองที่พักไต้หวัน กับ Traveloka 

 

8.เวียดนาม (เที่ยวนาน 30 วัน)

นอกจากอาหารที่เลื่องชื่อเวียดนามยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ ตามภูมิภาคต่างๆ ด้วยนะ ที่อยากแนะนำให้ไปก็มีทางตอนเหนือของเวียดนามก็คือดานัง เพราะเมื่อไม่นานมานี้มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในบาน่า ฮิลล์ นั่นคือสะพาน Golden Bridge อุ้งมือยักษ์รองรับสะพานไม้โค้งตามแนวเขา นอกจากนี้ที่บานา ฮิลล์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าเช็คอินมากมาย อย่างหมู่บ้านฝรั่งเศส, สวนดอกไม้ หรือกระเช้าไฟฟ้าให้นั่งเล่น ชมบรรยากาศมุมสูงอีกด้วย ส่วนใครเน้นแนวแอดเวนเจอร์ขอให้ลงใต้ที่มุยเน่ เมืองแห่งทะเลทรายอีกทั้งของทะเลอย่างล็อบสเตอร์ก็ราคาน่าคบหาด้วยนะ

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนาม กับ Traveloka 

จองที่พักเวียดนามกับ Traveloka

 

9. มาเลเซีย (เที่ยวนาน 30 วัน)

เป็นประเทศที่น่าไปเปิดประสบการณ์เหตุผลก็เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ที่สำคัญคือไปง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพง ตัวสถานที่ท่องเที่ยวก็หลากหลายบรรยากาศ เอาที่ศิวิไลซ์ก็ตึกแฝดเปโตรนาสแห่งเมืองกัวลาลัมเปอร์ สถานที่ที่คุณสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองแบบมุมสูงได้ หรือจะลองไปเมืองมรดกโลกอย่างปีนัง เกาะเล็กๆ อดีตไข่มุกแห่งเอเชีย ที่สำคัญมาที่นี่คุณจะได้ใช้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้อย่างเต็มที่ ได้เดินชมอาคารบ้านเรือนอันมีเอกลักษณ์ตามสองข้างทางสลับกับงานศิลปะ จากฝีมือศิลปินรุ่นใหม่ที่จอร์จทาวน์ หรือใครที่ชอบเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คฤหาสน์เปรานากันพิพิธภัณฑ์ในอาคารสถาปัตยกรรมจีนที่ซึ่งเก็บโบราณวัตถุและของสะสมกว่า 1,000 ชิ้นคือ The Must ที่ควรไปเช็คอิน เป็นอย่างยิ่ง

จองตั๋วเครื่องบินไปมาเลเซีย กับ Traveloka 

จองที่พักมาเลเซีย กับ Traveloka

 

10. ฮ่องกง (เที่ยวนาน 30 วัน)

เน้นกินและช้อปคือโจทย์ในครั้งนี้ งั้นเราก็ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าฮ่องกงคือทางที่เหมาะเหม็งที่สุดไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้าที่กระจายอยู่ท่วมเกาะ อย่าง The Landmark, Harbour City, IFC Mall, Time Square Shopping Mall, SOGO Japanese Department Store ฯลฯ ทั้งหมดก็ล้วนแต่อัดแน่นไปด้วยข้าวของแบรนด์ดัง ด้านร้านอาหารดังๆ ติดดาวก็มีให้คุณได้เลือกเข้าไปชิมเรียงเป็นตับ ส่วนกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ฉันคนรักที่น่าแนะนำก็คือการไปล่องเรือ AquaLuna ชมเมืองฮ่องกงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี เห็นม่ะว่าเที่ยวฮ่องกงเนี่ยมีแต่ฟินกับฟิน!

จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง กับ Traveloka 

จองที่พักฮ่องกง กับ Traveloka

 

11. มาเก๊า (เที่ยวนาน 30 วัน)

ในกรณีที่คุณเที่ยวฮ่องกงมาจนพรุนแล้วลองข้ามมาเปลี่ยนบรรยากาศที่มาเก๊าดูไหม? ตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปก็มีอยู่หลายแบบ เช่น ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul’s) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ใครต่อใครมามาเก๊าก็จะต้องแวะมาถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมอันสวยงามแห่งนี้เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่ามาถึงมาเก๊าแล้วนะ หรือจะเป็นวัดอาม่า (A-Ma Temple) วัดติดทะเลทั้งยังเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะมีเมืองมาเก๊าเสียอีก  

จองตั๋วเครื่องบินไปมาเก๊า กับ Traveloka 

จองที่พักมาเก๊า กับ Traveloka

 

12. มัลดีฟส์ (เที่ยวนาน 30 วัน)

เป็นทริปภาคบังคับที่ต้องไปเป็นคู่เท่านั้นถึงจะเวิร์ก ด้วยบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกในทุกๆ ดีเทล ยิ่งถ้าคุณจองที่พักในแบบวิลล่ากลางทะเลนะ บอกเลยว่าฟินไปถึงดาวอังคารแน่นอน จะเลือกนอนดู ท้องฟ้า เข้าสปา หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ ก็นับว่าเป็นการผ่อนคลายทั้งกายและใจที่ทริปไหนๆ ก็ให้คุณ ไม่ได้แน่นอน

จองตั๋วเครื่องบินไปมัลดีฟส์ กับ Traveloka 

จองที่พักมัลดีฟส์ กับ Traveloka 

 

13. อินโดนีเซีย (เที่ยวนาน 30 วัน)

ชายหาดสีชมพูไม่ได้ไปยากอย่างที่คิดเพราะที่อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) แห่งอินโดนีเซียมีชายหาดที่เรียกว่า Pink Beach อยู่ ด้วยตัวหาดมีความพิเศษตรงที่เม็ดทรายบางส่วนจากทั้งหมดนั้นเป็นสีแดงทำให้มองเผินๆ เห็นว่าชายหาดแห่งนี้เป็นสีชมพูนั่นเอง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีบาหลี เมืองที่ชาวฮิปสเตอร์สายเซิร์ฟบอร์ดจะต้องไปเช็คอินปีละหลายๆ ครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมแวะ Pura Ulun Danu Bratan วัดชื่อดังของเกาะที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบราตันด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน     

จองตั๋วเครื่องบินไปอินโดนีเซีย กับ Traveloka 

จองที่พักอินโดนีเซีย กับ Traveloka 

 

14. กัมพูชา (เที่ยวนาน 14 วัน)

ถ้าจะเที่ยวให้ถึงแก่นของกัมพูชาว่ากันว่าในทริปจะขาดศาสนสถานสำคัญของกัมพูชาอย่างนครวัดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเช่นสถาปัตยกรรมอันสวยงามจนน่าตื่นตะลึง, รูปแกะสลักนางอัปสรจากหินที่มีมากกว่าพันรูป, จุดชมวิวที่สวยที่สุด ณ ปราค์ 5 ยอด และถึงแม้ว่าทั้งวันจะไม่สามารถเดินชมได้ครบทั้งหมดด้วยพื้นที่ที่มีมากกว่า 400 ตารางกิโลเมตร แต่ในเมื่อมากัมพูชาทั้งทียังไง๊ยังไงก็ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะ   

จองตั๋วเครื่องบินไปกัมพูชา กับ Traveloka 

จองที่พักกัมพูชา กับ Traveloka 

 

 

15. มณฑลไห่หนาน (เที่ยวนาน 30 วัน)  

 เพิ่งจะยกเว้นวีซ่าให้กับประเทศไทยเมื่อไม่นานสำหรับมณฑลไห่หนาน เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศจีน ที่นี่มีเกาะอยู่หลายเกาะทั้งสวยงามจนได้รับฉายาว่าฮาวายแห่งเอเชียตะวันออก นานาไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้ไปทำความรู้จักมากมาย อาทิ วัดหนานซาน สวนพุทธธรรมที่ใครได้ไปสักการะก็จะได้รับพรให้มีอายุยืนยาว นอกจากนี้ภายในวัดยังมีองค์เจ้าแม่กวนอิมโดดเด่น ณ กลางทะเลคอยให้พรผู้ที่มาสักการะได้สมหวังในทุกๆ ประการ ไม่เพียงเท่านั้นมณฑลไห่หนาน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อย่างหมูบ่านวัฒนธรรมชนเผ่าหลีเพื่อจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของชนกลุ่ม น้อยเผ่าลีได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

จองที่พักไห่หนาน กับ Traveloka 

 

16. บรูไน (เที่ยวนาน 14 วัน)

เมืองนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเพราะร่ำรวยแต่เสน่ห์ของเค้ายังมีให้เราได้สัมผัสด้วยตาอีกเพียบ อย่างมัสยิดสีทองสวยงามติดอันดับโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบันดาร์เซอรีเบอกาวันนามว่า Omar Ali Saifuddin Mosque หรือลองนั่งเรือไปราวๆ 45 นาทีคุณก็จะได้เห็นป่าฝนเขตร้อน Bukit Patoi Forest Reserve ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ โดยตอนเช้าที่แห่งนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ซึ่งเราแนะนำแบบสุดตัวเลยว่าให้มาที่นี่ในช่วงเช้าตรู่เพื่อที่จะได้ขึ้นเขา (ประมาณครึ่งชั่วโมง) ไปยังจุดชมวิว คุณเอ้ยยยย สวยจนลืมหายใจเลยล่ะ   

จองตั๋วเครื่องบินไปบรูไน กับ Traveloka 

จองที่พักบรูไน กับ Traveloka

17. เซเชลล์ (เที่ยวนาน 30 วัน)

ชื่ออาจจะไม่คุ้นสำหรับหลายท่าน แต่ถ้าใครที่เคยไปเที่ยวมาแล้วจะรู้สึกว่า “น่าจะรู้จักให้มันเร็วๆ กว่านี้ซะก็ดี” ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะหมู่เกาะเซเชลล์แห่งนี้เหมาะที่จะมาพักผ่อนเพื่อฮันนีมูนเป็นที่สุด จะด้วยบรรยากาศ ด้วยธรรมชาติ หรือด้วยหาดแต่ละแห่งที่ก็ล้วนน่าไปผ่อนคลายแทบทั้งนั้น อย่างหาด La Digue ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหาดที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งผู้คนก็ไม่พลุกพล่าน ธรรมชาติก็จัดเต็ม แล้วอย่างนี้จะไม่ชวนอีกฝ่ายไปเที่ยวด้วยได้ยังไง!

18. เมียนมาร์ (เที่ยวนาน 14 วัน)

เมียนมาร์นี่ไปเมื่อไหร่ก็ได้ สายการบินที่พาเราไปก็มีตั้งเยอะ เอาที่เด่นๆ ว่าต้องไปเลยก็มี เช่นมหาเจดีย์ชเวดากอง สถานที่สำคัญทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเมียนมาร์ ทะเลเจดีย์เล็กบ้างใหญ่บ้าง ณ บากัน กว่า 2,217 องค์ อันนี้แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์ขึ้นไม่ก็ช่วงที่กำลังจะตก ภาพที่เห็นนั้นบอกได้เลยว่าช่างงดงามดั่งภาพวาดเลยล่ะ หรือจะไปล่องเรือที่แม่น้ำอิรวดี นั่งเอื่อยๆ ชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำเพื่อเป็นการรีแลกซ์ระหว่างทริปก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันนะ

จองตั๋วเครื่องบินไปเมียนมาร์ กับ Traveloka 

จองที่พักเมียนมาร์ กับ Traveloka

 

19. รัสเซีย (เที่ยวนาน 30 วัน)

สัมผัสอากาศหนาวแบบติดลบพลางชมสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของรีสเซียก็เป็นอะไรที่ฟินดีอยู่เหมือนกัน แม้ว่าหนาวของรัสเซียนั้นจะเริ่มต้นที่ -10 องศา แต่ก็คุ้มค่าเพราะราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักค่อนข้างย่อมเยากว่าช่วงอื่นๆ เมื่อเทียบกัน เอาเป็นว่าใครงบจำกัดหน้านี่แหละเหมาะเป็นที่สุด ส่วนแลนด์มาร์คหลักๆ ที่ต้องเก็บก็มีตั้งแต่จัตุรัสแดงที่กรุงมอสโค วิหารเซนต์บาซิล และอนุสรณ์สถานเลนิน ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าไปไม่แพ้กันก็มีพิพิธภัณฑ์แอร์มิทาจที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและโบสถ์แห่งหยด เลือด (Church of the Savior on Spilled Blood) ที่เมืองเดียวกัน

จองตั๋วเครื่องบินไปรัสเซีย กับ Traveloka

จองที่พักรัสเซีย กับ Traveloka

 

20. มองโกเลีย (เที่ยวนาน 30 วัน)    

ปีนี้ลองไปเที่ยวมองโกเลียสักทีก็ดีเหมือนกัน ยิ่งถ้าใครเป็นสายธรรมชาติ ขาลุย ชอบความเวิ้งว้างทว่ามีเสน่ห์ในทุกรายละเอียด มองโกเลียเป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ เพราะด้วยสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ล้วนต้องใช้แรงกายและแรงใจสูง การเตรียมตัวก็ต้องเป๊ะตามฤดู (ด้วยเหตุผลคือหน้าหนาวที่มองโกเลียนั้นติดลบ 40 องศา) และห้องน้ำห้องท่าท่ามกลางวิวที่โรงแรมระดับ 5 ดาวก็หามาให้ไม่ได้ ส่วนกิจกรรมที่ห้ามพลาดก็คือการไปนอนค้างที่เกอร์ (Ger) บ้านดั้งเดิมของชาวมองโกเลีย, เยือนเทือกเขาอันไต และฉลองมิชชั่นสุดท้ายด้วยการไปนอนชมทางช้างเผือกที่ทะเลทรายโกบี

 

20 ประเทศฟรีวีซ่าที่ Traveloka รวบรวมมาให้ครั้งนี้ เพื่อนๆ บางคนอาจจะเคยไปมาแล้วหลายประเทศ ทว่าก็มีเพื่อนๆ หลายคนยังหาไอเดียใหม่ๆ ที่จะไปปักหมุดในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้อยู่ เอาเป็นว่าใครที่ตกลงปลงใจแล้วเราก็อยากให้รีบจองตั๋วและที่พักกันตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากราคาตั๋วจะน่ารักไม่โหดร้ายเกินไปเหมือนที่จองปุ๊บไปปั๊บ ที่พักก็ยังมีชอยส์ให้เลือกเยอะอีกด้วย ไปจองกันนนน