ก่อนอื่นต้องบอกเลยทริปเกาหลีใต้ครั้งนี้ ‘ส้มหล่น’มากๆ เพราะ เรา (3 คน) วางแผนว่าจะไปเที่ยวโซลด้วยกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันจะได้จองก็บังเอิญได้ตั๋วเครื่องบินฟรีๆ ไปกลับ กรุงเทพฯ – โซล มา 2 ที่นั่งซะอย่างนั้น และด้วยตั๋วบินฟรีที่จำกัดช่วงเวลาในการบินนี่แหละ ทำให้เพื่อนเราอีก 1 คนต้องรีบกดจองตั๋วให้ไว จะได้ไปเที่ยวพร้อมกัน!

หลังจากตัดสินใจเลือกวันเวลาที่จะไปกันอยู่สักพัก เราก็ตกลงกันได้ว่าจะเดินวนที่กรุงโซลกันสัก 6 วัน 5 คืน แต่! ประเด็นมันอยู่ที่… แล้วเพื่อนเราอีก 1 หน่อที่ยังไม่มีตั๋วล่ะ จะหาตั๋วราคาไปเกาหลีราคาถูกจากที่ไหนได้?! กดวนๆ หาสายการบินอยู่สักพักก็เอะใจขึ้นมาได้ว่า… “เออ แล้วทำไมไม่จองกับ Traveloka วะ” เท่านั้นแหละก็พุ่งไปเปิด Traveloka หาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีกับที่พักเลิศๆ ราคาเบาใจมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จ อ่ะ ใครไม่เชื่อลองกดไปดูกันได้

จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีกับ Traveloka คลิก

สำหรับทริปนี้เราสามคนมาเที่ยวช่วงเดือนกลางๆ เดือนพฤษภาคม บอกตรงๆ ว่าโชคดีมากกกกก เพราะ ข้อ1 ก่อนหน้านี้ได้ข่าวมาว่าอากาศแปรปรวนเว่อร์ เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาวมาตลอด แต่พอเราไปถึงเกาหลีปุ๊บ อากาศกำลังชิลล์ๆ ไม่หนาวมากและไม่ร้อนเลย ประมาณ 15 องศา+ และเราเจอฝนแค่ครึ่งวัน จากทั้งหมด 6 วัน, ข้อ2 พฤษภาคมคือซัมเมอร์ของเกาหลี ดังนั้นสามารถชอปปิ้งเสื้อผ้ากลับมาใส่ที่ไทยได้สายๆ จ้า ส่วนเรื่องที่พักนั้น เราพักกันแถวย่าน Yeonnam-dong บ้านใกล้เรือนเคียงกับฮงแด ดังนั้นถ้าการรีวิวครั้งนี้จะมีของกินย่านฮงแดเยอะสักหน่อยก็อย่าแปลกใจกันเลยจ้ะ

 

Day1

เนื่องจากเราบินไฟล์ทดึก (ประมาณตี 2) กว่าจะแลนด์ถึงสนามบินอินชอนก็ปาเข้าไป 10 – 11 โมงของเกาหลีแล้ว กว่าจะต๊ะตอนยอนกันออกจากสนามบินไปถึงที่พักได้ก็บ่ายๆ แถมยังมีปัญหากับ Pocket Wi-fi ที่เช่ามาจากไทยอีก ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่เริ่มทริปเลย! (แต่ก็ให้อภัยนะ เพราะสุดท้ายก็ใช้ได้ตามปกติ)

เราเสียเวลากับการแก้ปัญหาเรื่อง Wifi อยู่พักใหญ่ ใช้พลังงานไปเยอะ จึงเปิดทริปโซลด้วยการกิน กิน กิน! วันนี้เราเลือกที่จะไม่ไปไหนไกล เพราะเสียเวลาไปครึ่งวันแล้ว ก็เลยเลือกตะลุยกินแถวฮงแดนี่แหละง่ายดี

มื้อแรกของเราอยู่ ร้านบิบิมบับรีฟิล เข้าซอย KFC/ ABC Mart/ Folder ตรงทางออก 9 แล้วเจอชอป MCM เลี้ยวขวาเดินแป๊บนึงก็เจอเลย ครั้งนี้อาจุมม่าอัพราคาจาก 5,000 วอน เป็น 6,000 วอน ก็ยังไม่แพงอยู่ดี เดินลงชั้นใต้ดิน กดซื้อบัตรจากตู้อัตโนมัติแล้วเข้าไปลุยได้เลยจ้ะ (ทานไม่หมดปรับ 2,000 วอนเด้อ)

คิดว่ากินแค่นี้จะจบหรอ! ไม่มีทางจ้ะ หวังจะเดินช้อปไปกินไป ปรากฏว่าได้กินอย่างเดียวซะงั้น เราข้ามถนนมาฮงแดฝั่งที่มีขายเสื้อผ้า+ผับบาร์เยอะๆ ก็เจอกับร้าน Hong Cup ไก่ทอด คลุกซอสหวานๆ ราดชีสคือดีย์มากกกกกก

ส่วนอีกร้านที่แวะกินขำๆ คือร้านไก่ย่างเสียบไม้ทาด้วยซอสแล้วแต่จะเลือก มีทั้งแบบสไปซี่ เทอริยากิ สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ หรือถ้าไม่กินเผ็ดเลยก็โรยเกลือเฉยๆ ก็มีจ้า

Day2

ตื่น (ไม่) เช้ากว่าจะออกจากห้องเจ้าหญิง (ที่พักเราเอง55555) ก็ปาเข้าไปเกือบ 11 โมงเดินวนๆ ไปกินข้าวเช้าที่ Hungry Tiger เจ้าเดิมการันตีความอร่อยก่อนจะออกไปผจญโลกกว้าง

นั่งรถไฟมาลงสถานี Konkuk University ทางออก 6 มาที่เดิมตามนัดคือ Common Ground ค่ะ กะจะแวะมาคาเฟ่ที่เคยกินแต่ดันปิดไปแล้วซะงั้น เดินมั่วๆ วนๆ ไปก็เลยบังเอิญไปเจอกับคาเฟ่น่ารักๆ บรรยากาศห้องสมุดที่ชื่อว่า Index อยู่ใน Common Ground เลย เมนูส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาต่างๆ เหมาะสำหรับคนชอบดื่มชา

ด้วยความบ้าพลังที่มีก็เลยอยากจะลองไป Cafe Onion แบบคนอื่นเขาบ้าง ถ้านั่งรถไฟต่อจาก Konkuk University ไป Seongsu แค่ 1 สถานีก็ถึง แต่เป็นคนชอบเดินค่ะ ก็เลยลองเดินดู อากาศดีๆ เดินไปก็ไหวอยู่น้าาา แล้วก็สมกับที่เป็นคาเฟ่สุดชิคยอดฮิตประจำเมืองจริงๆ คนเยอะมากกกกกกกกกกกก ขนมก็โอเคค่ะ ร้านเก๋สุดๆ

จากนั้นเราก็ไปนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Ewha Womans University ไปนั่งเล่นชิลล์ๆ และช้อปปิ้งกันต่อแถวนั้น

เดินช้อปปิ้งจนเหนื่อยก็ถึงเวลาหาของกินมื้อค่ำก็เลยกลับมากินแถวฮงแด เพราะเล็งร้านนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว เป็นหมูย่างถ่านหิน นั่งฟินๆ เอาฟีล รสชาติก็ดี ถือว่าโอเคอยู่

Day3

วันนี้ตื่นกันสายมากกก กว่าจะออกมาสู่โลกกว้างกันก็จะเที่ยงๆ เกือบจะบ่ายแล้ว วันนี้เราแพลนกันไว้ว่าจะไปทานมื้อแรกกันที่ Brotherhood Kitchen ที่ Sinnonhyeon Station ทางออก 4 แต่ด้วยความที่เราต้องเปลี่ยนรถไฟหลายต่อหลายสายสักนิดก็ทำให้เสียเวลาพอสมควร กว่าจะถึงร้านก็ปาเข้าไป 2 โมงกว่า ด้วยความที่ไม่ได้อ่านป้ายหน้าร้านเลยไม่รู้ว่า Lunch Time ของที่นี่คือปิดบ่ายสาม เลยต้องรีบสั่งรีบกิน! บอกเลยว่าเมนูอาหารร้านนี้ดีมาก เมนูแนะนำ Chicken & Waffle คือที่สุดอะ!

และด้วยความที่ทริปนี้พวกเราทำงานสายแมกกาซีนกันหมด การไปหาดูหนังสือสวยๆ ของเกาหลีจึงถูกบรรจุไว้ในทริป เราเลยต้องถ่อไปชมความอลังการของ Starfield Libraly ที่ห้าง Coex (Bongeunsa Station ทางออก 7)

เสร็จแล้วก็พาติ่งดงบังชินกิไปเดินเล่นที่มิวเซียมของ SM Town ให้ชื่นใจสักหน่อย

และเนื่องจากแพลนของวันนี้เสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้ก็เลยแวะไปดู Rose LED Garden ที่ DDP และแวะซื้อช้อปเครื่องสำอางที่ทงแดมุนกันสักหน่อย (รถไฟใต้ดินสถานี Dongdaemun History & Culture Park ทางออก 1)

ก่อนจะปิดจ็อบวันนี้ด้วยการหอบร่างกลับไปกินปลาหมึกกระดึ๊บแถงฮงแดเช่นเคย

Day 4

วันนี้ขาลากมากบอกเลย ปกติวันอื่นๆ ที่ผ่านมาเราเดินไปประมาณหมื่นกว่าก้าว แต่วันนี้คือวันที่เดินเยอะมาก มาก มาก! ประมาณสองหมื่นหกพันก้าวได้! หลังจากตื่นมาหาอะไรง่ายๆ กิน ซึ่งก็คือขาหมูที่ทุกคนว่าอร่อย แล้วมันก็อร่อยๆ จริงๆ เด้อ

จากนั้นก็เดินกลับหวังจะมุ่งไป Cafe Skön แถวสถานี Hongik University Station ทางออก 2 ที่หลายคนรีวิวไป เดินไปเรื่อยๆ บังเอิญเจอกับร้านขนมน่ารักๆ ที่ชื่อว่า FUHAHA ซะก่อน ก็เลยต้องลองสักหน่อย ที่ร้านนี้เป็นขนมปังไส้ครีมนุ่มๆ มีหลายไส้มาก เช่น กรีกโยเกิร์ต ชาเขียว สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น

ยังไม่ทันจะถึงร้านก็หลงทางอีกแล้วจ้าาา เลยได้ไปเจอร้านเล็กๆ ถ่ายรูปสวยในซอยแถวๆ นั้นก่อนจะเลี้ยวกลับไปเจอทางไป Cafe Skön ที่ถูกต้อง!

ไปถึงคาเฟ่ก็น่ารักมากจริงอะไรจริง ละมุนใจสุดๆ

หมดเวลาไปครึ่งวัน ถึงเวลาออกไปดื่มด่ำกับงานศิลปะที่เรารักแต่คนอื่นไม่รักกับเราเลย 55555555 นั่งรถไฟจากฮงแดไปลงสถานี Gwanak ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจ้ะ หลายต่ออยู่ แถมยังงงๆ มึนๆ หลงๆ อีกต่างหาก พอถึงสถานี Gwanak เดินมาทางออก 2 จากนั้นจะเห็นป้ายทางไป Anyang Art Park หลายคนบอกว่าให้นั่ง Bus ไปแล้วเดินต่อ แต่ไม่จ้ะ ทางเราสะดวกแบบนี้ ขอเดินดีกว่า แล้วสุดท้ายก็รู้ว่าคิดผิดถนัดเพราะมันไกลมากกกกกก! นับรวมๆ แล้วออกจากสถานีไปถึง Anyang Art Park ก็เจอป้ายบอกทางประมาณ 10++ ป้าย เท่านั้นไม่พอยังหลงอยู่ข้างในอีก เดินวนไปค่าาา แต่จุดถ่ายรูปสวยๆ ก็มีเยอะอยู่นะ ใครอยากมาเจอกับงานศิลปะแบบ Full Option แนะนำว่า 5-6 โมงเย็นทุกอย่างจะเปิดครบ ได้เห็นน้ำตกแบบมีน้ำแน่นอน แต่ว่างานศิลปะแต่ละจุดก็ห่างกันไกลโขพอสมควรเลยแหละ เดินไปน่องปูดไปเด้อ

Day 5

เมื่อวานตามใจเราแล้ว วันนี้ต้องตามใจคนอื่นในทริปบ้าง เรากลับไปที่ Common Ground อีกรอบเพราะครั้งที่แล้วเจอร้านอาหารไทยแล้วเพื่อนอยากลองมากกกก ชื่อร้านว่า Bangkok Night Market หรือ ตลาดนัดกลางคืนกรุงเทพฯ (มีภาษาไทยเขียนกำกับไว้นะ) ในร้านก็เมนูอาหารไทย เปิดเพลงไทยตั้งแต่ลูกทุ่งยันกามิกาเซ่เลย เปิดหนังไทย แล้วก็มีรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 แปะไว้ด้วย

พอ 3 โมงเย็นปุ๊บฝนก็ตกลงมาตามพยากรณ์อากาศเป๊ะเลย แต่ฝนก็ทำอะไรเราไม่ได้ นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี Hangagjin ออกมาทางออก 2 เดินข้ามสะพานไปดื่มด่ำกับงานศิลปะที่ Studio Concrete ทุกอย่างดีมากถ้าฝนไม่ตกจะดีมากกว่าเดิมไปอีก!

Day 6

วันสุดท้ายพวกเราให้มันเป็นช่วงเก็บตก เพราะเราจะไปเก็บตกทุกอย่างของทริปนี้กัน! และด้วยไฟล์ทกลับของเรามันค่อนข้างดึก ประมาณตี 1 วันนี้ทั้งวันเราเลยยังเที่ยวได้อยู่

เริ่มจากเก็บตกอะไรเล็กๆ น้อยๆ ของที่อยากซื้อกันก่อนที่ฮงแด จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินไปคาเฟ่น่ารักๆ ที่สถานี Sangsu ทางออก 4 ที่ BeamBalm Cafe คาเฟ่ที่มีโปรเจกเตอร์น่ารักๆ ไว้ให้ถ่ายรูป และเครื่องดื่มก็ดีมากด้วย

จากนั้นก็ไปเก็บตก ช้อปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ แถว Ewha อีกรอบก่อนจะมุ่งหน้าไปนั่งๆ นอนๆ ส่องหนุ่มเกาหลีต่อที่สนามบินเป็นอันจบทริปโซลอย่างสมบูรณ์แบบจ้า!

คาเฟ่ฮอปปิ้งกระจาย แถมช้อปปิ้งเพียบเลยทริปนี้สำหรับเรา บอกเลยว่าที่มีเงินเหลือๆ ให้ช้อปขนาดนี้ได้ เพราะเรามีผู้ช่วยที่คอยจัดการเรื่องเที่ยวอย่าง Traveloka นี่แหละ จองทั้งตั๋วเครื่องบิน รวมถึงที่พักโซลได้ในราคาดี๊ดี แถมที่เราชอบเลยคือ กลุ่มเพื่อนเรา ไม่มีใครมีบัตรเครดิตเลยค่ะ แต่จองที่พักที่นู้นได้ง่ายๆ เพราะ Traveloka เค้ามีบริการให้ชำระเงินได้ผ่านการโอนผ่านตู้ ATM นี่แหละค่ะ สบายมากเว่อร์ ใครอยากไปเที่ยวสบายๆ แบบเรา ก็จัดกันเลยค่ะ