ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีผู้อ่านทุกๆ ท่านนะครับ ทริปนี้ รีวิวนี้
ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวชมภูเขาหวงซาน ที่มณฑลอันฮุย ประเทศจีน
เขาหวงซานนั้นได้ชื่อว่าเป็นภูเขาที่มีความงดงามเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศจีนเลยทีเดียว
เอาล่ะครับ! ไม่ต้องเกริ่นให้มากมาย เราเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า
จะชักช้าไปทำไม

 

การเตรียมตัว

  1. ตั๋วเครื่องบิน – โดยส่วนใหญ่แล้ว คนไทยมักจะจองตั๋วไปลงที่เมืองหางโจว แล้วค่อยต่อรถบัสเข้าไปในเมืองหวงซานอีกที ถ้าใครอยากได้ตั๋วเครื่องบินไปหางโจวในราคาประหยัดหน่อย แนะนำให้จองได้ใน Traveloka เลยครับ แต่ในทริปนี้ผมเริ่มเดินทางจากเมืองอู่ฮั่น (武汉) โดยรถไฟครับ เพราะว่ามาเรียนต่ออยู่ที่นี่พอดี เลยตัดงบในส่วนของตั๋วเครื่องบินออกไป ส่วนค่าวีซ่ามาจีนนั้นประมาณ 1,500 บาทครับ
  2. ตั๋วรถไฟ – ผมทำการจองตั๋วรถไฟจากเมืองอู่ฮั่นถึงเมืองหวงซานในราคา 246 หยวน หรือเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,230 บาท เป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (สำหรับใครที่จะมา และอยากลองนั่งรถไฟจีนดูสักครั้ง รู้สึกว่าที่ไทยจะมีเอเจนซี่รับจองตั๋วรถไฟในจีนอยู่ สามารถจองและออกตั๋วได้เลย)
  3. โรงแรม – ทริปนี้ผมใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งค่อนข้างน้อย เพราะต้องรีบกลับมาเรียน ดังนั้นคืนแรกผมพักอยู่ที่ตีนเขา อั้ยหยา!!! ไม่ได้ๆ ต้องเรียกว่าเท้าเขาเดี๋ยวจะไม่สุภาพ ฮ่าๆๆ ในส่วนของคืนที่สอง ผมเลือกที่จะพักบนเขา อยากเสพบรรยากาศตอนเช้าให้มากที่สุด
  4. เสื้อผ้าและอาหาร – เสื้อผ้าควรเตรียมไปเท่าที่จำเป็น ถ้าไปในช่วงหน้าหนาวก็เน้นหนาๆอุ่นๆ อาหารถ้าหิ้วขึ้นไหวก็หิ้วไปก็ได้ครับ แล้วแต่พละกำลังส่วนบุคคล เพราะข้างบนแพงมาก หรือใครยอมจ่ายก็ได้นะครับ เอาตามที่ตัวเองสะดวก ส่วนผมน่ะเหรอ ข้าวสวย หมูทอด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริก หิ้วไปหมดเลยจ้า

จองตั๋วเครื่องบินไปหางโจว กับ Traveloka ที่นี่ คลิก!!!

 

***หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผมจะสรุปไว้ให้ข้างล่างนะครับ

————————————————————————————————————————————–

 

 

เอาล่ะๆ เกริ่นมาเยอะพอสมควร ได้เวลาออกเดินทางจริงๆ เสียที ไปครับ ไปลุยเขาหวงซานกัน !

 

บลาๆๆๆๆๆ ตัดภาพมาที่สถานีรถไฟเลยแล้วกัน
ผมมาขึ้นที่สถานีรถไฟฮ่านโค่ว (汉口火车站)
ซึ่งอยู่ในเมืองอู่ฮั่น และสถานีปลายทางคือหวงซานเป่ยจ้าน (黄山北站)
รถขบวนนี้ต้องทำการเปลี่ยนขบวนกลางคันด้วยนะเออ วิ่งกันให้ทันเด้อ

 

ขึ้นปุ๊ปหลับปั๊ป ตื่นมาอีกทีเห็นวิวข้างทางแล้วแบบ
โอ้โหหห มันคูลมาก เพราะผมมาหน้าหนาวไง เลยคูลสุดๆ
เก็บภาพมาฝากด้วย อย่าเลื่อนผ่าน เดี๋ยวเสียน้ำใจนะ

 

 

 

เวลาประมาณ 17.00 น. เราก็มาถึงสถานี 黄山北站
สถานีเป้าหมายของเรานั่นเอง หลังจากนั้นเราก็เดินออกมา
ทางหน้าสถานี มองไปทางขวาจะมี บขส. อยู่ครับ (เรียก บขส. ง่ายสุด) ไม่ต้องกลัวมองไม่เห็น
มันใหญ่เว่อร์วัง สะดุดตาแน่นอนครับ

 

 

 

พอเดินเข้าไปจะเห็นจุดขายตั๋ว สถานที่ที่เราต้องไปต่อคือ黄山风景区南大门 (หวงซานเฟิงจิ่งชูหนานต้าเหมิน)
ราคาตั๋ว 20 หยวน ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ผมได้รอบ 18.00 น. รอวนไป

 

 

นี่ไงตั๋ว มีเลขที่นั่งพร้อม แต่อาจจะโดนคนจีนขอแลกที่นั่ง
ด้วยหน้าตาใสซื่อ เพราะผมก็โดนไง พูดมาได้ “ฉันขอนั่งตรงนี้นะ
ฉันอยากนั่งกับเพื่อน” จ้าๆๆๆ นี่ถ้าไม่เป็นคนดีมีขึ้น
(ไม่ได้ถ่ายรูปรถไว้นะครับ คนเขาเบียดไปเบียดมา เลยอด)

 

 

หลังจากนั้นเมื่อถึงที่หมาย ก็โทรหาโรงแรมที่จองไว้ว่าจะไปยังไง
สุดท้ายคุยกันไม่รู้เรื่อง เลยยื่นโทรศัพท์ให้คนจีนช่วยคุย
สุดท้ายเจ้าของโรงแรมมารับถึงที่ ดีจริงๆ
(สำหรับคนที่มาโดยไม่ได้จองสามารถหาโรงแรมและวอล์คอินเข้าได้เลยครับ ราคาโรงแรมแถวตีนเขาไม่ค่อยแพงเท่าไหร่)
ส่วนโรงแรมที่ผมพักชื่อ 黄山旺旺酒店 : หวงซานว่างว่างก็มาได้
ล้อเล่นครับล้อเล่น ที่จริงคือ หวงซานว่างว่างจิ๋วเตี่ยน
จะอยู่ค่อนข้างไกลจากจุดลงรถ แต่ไม่เป็นไรเขามารับสบายไป
ผมจองห้องสำหรับสามคนในราคา 90 หยวน ประมาณ 450 บาท
เฉลี่ยสามคนก็ตกคนละ 150 บาท สภาพห้องก็โอเคเลยครับ
มีน้ำอุ่น ทีวี แอร์ (แต่ถ้าจะใช้แอร์ต้องเสียเพิ่ม 10 หยวน)
แต่ไม่มีผ้าขนหนูให้ครับ ส่วนมื้อเย็นผมก็กินในโรงแรมนี้ล่ะครับ
เอาให้เต็มอิ่ม หมดไปประมาณ 150 หยวน จัดหนักก่อนขึ้นเขา
กินเสร็จแล้วก็ไปนอน จบวันแรกครับ ฝันดี

 

 

*** หมายเหตุ: สำหรับคนที่พูดจีนไม่ได้ไม่ต้องกลัวครับ พยายามบันทึกรูปหรือข้อความที่เกี่ยวข้องไว้ให้มากที่สุด เบอร์ฉุกเฉินที่ติดต่อได้ เพราะผมก็ทำแบบนี้เช่นกัน

 

————————————————————————————————————————————–

 

วันที่ 2
ตื่นนอนเวลาประมาณ 6 โมงเช้า พร้อมที่จะอาบน้ำ จู่ๆ พี่ที่อาบก่อนหน้าบอกว่า “น้ำร้อนหมดแล้ว” ฮัลโหลววว น้ำร้อนหมด ไม่องไม่อาบมันละ เปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าแปรงฟัน ออกเดินทาง (ผมไม่ได้สกปรกหน่า แต่อากาศมันเย็น ไม่จำเป็นต้องอาบ ฮ่าๆๆ 10 องศา ใครจะไปกล้าอาบล่ะ)
เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จสรรพ ก็ลงไปกินก๋วยเตี๊ยวข้างล่าง ซื้อเองนะครับ เขาไม่ได้ให้ ส่วนใครมีมาม่า อาหารแห้งจะกินก็กิน แต่คณะผมเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้กินบนเขาดีกว่า
เมื่ออาหารเช้าเสร็จสิ้นผมก็เดินออกไปซื้อตั๋วรถบัสที่จะพาพวกเราไปยังจุดขึ้นเขาต่างๆ ซึ่งจุดขายตั๋วอยู่ใกล้โรงแรมพอดี โชคดีอะไรขนาดนี้ (จุดขึ้นเขาจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ด้านนะครับ ตามแผนที่)

 

ผมเลือกที่จะไปทางด้านหน้าเขา ดังนั้นต้องซื้อตั๋วไปที่
สือกวางเกื๊อ : 慈光阁 ตั๋วราคา 19 หยวน แต่โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว
เลือกที่จะขึ้นทางหลังเขา (云谷寺: ยุ่นกู่ซื่อ)
เพราะใกล้โรงแรมมากกว่า และไม่เหนื่อยมาก แต่คณะผมอยากเหนื่อยครับ จัดไป)

 

 

นี่คือจุดขายตั๋ว และจุดขึ้นรถ

 

 

นั่งรถประมาณ 30 นาที ก็จะถึงจุดขายตั๋วเข้าอุทยาน และตั๋วขึ้นกระเช้า ค่าเข้าอุทยานจะแบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้ครับ
High season (1 มีนาคม – 30 พฤศจิกายน): 230 หยวน/คน
Low season (1 ธันวาคม – 28 กุมภาพันธ์): 150 หยวน/คน
และข่าวดีที่สุดในทริปนี้ก็เข้ามา แท่นแท๊นนนน ซึ่งก็คือชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน – 1 มีนาคม
ไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยาน ใช่ครับใช่ บัตรค่าเข้ามูลค่ากว่าหนึ่งพันบาท
เราไม่ต้องจ่าย และโปรโมชั่นนี้พึ่งเริ่มปีนี้เป็นปีแรก
ยิ้มกริ่มยาวไป แต่ถ้าใครจะขึ้นกระเช้า ก็ยังต้องจ่ายเหมือนเดิมนะครับ ค่าตั๋วอยู่ที่ 80 หยวน/คน
*** หมายเหตุ: 1 หยวน = 5 บาท โดยประมาณ

 

 

เอกสารเขาบอกไว้ว่า ถ้าคุณเลือกขึ้นกระเช้า จะใช้เวลาแค่ 10 นาที
แต่ถ้าเลือกที่จะเดินคุณต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่สนใจครับ
ยังเลือกที่จะเดินขึ้น เพราะอยากได้รูปเยอะๆ มาฝากผู้อ่านทุกๆ ท่าน ^^
เอาล่ะครับ เริ่มเดินทาง
ทุกคนจำไว้นะครับ ผมเริ่มเดิน 9 โมงเช้า คอยดูว่าจะไปถึงโรงแรมเมื่อไหร่ ไปๆๆๆ
นี่คือวิวข้างทางวิวแรก ตื่นตาจริงๆ และตอนนี้ความร่าเริงยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ฮึๆๆๆ

 

 

หลังจากนี้ จะเป็นภาพทิวทัศน์ยาวไป เชิญรับชมให้เต็มอิ่มเลยครับผม

 

เห็นกระเช้าไกลๆ นั่นมั้ยครับ นู้นน่ะ

 

หันไปด้านหลัง กรุ๊ปทัวร์คนจีนกำลังไล่ต้อนขึ้นมา

 

ช่วงแรกๆ ก็จะมีสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนให้ชมกันนิดหน่อย ก็สวยดีนะครับ

 

ยิ่งเดินนาน ความชันยิ่งเพิ่ม ความสวยก็เพิ่มขึ้นเช่นกันครับ คุณจะไม่เสียใจ ถ้าคุณเลือกที่จะเดิน เชื่อผม!!

 

เดินขึ้นไปเราจะเจอกับร้านลาบ เพราะว่ามันมีน้ำตกด้วยไงล่ะ
แฮ่ะๆๆ เห็นแล้วขาสั่นเลย สวยเหรอ? เปล่าครับ เหนื่อยยย T-T
เดินมาเป็นชั่วโมง ยังไม่ได้ 1 ใน 10 ของแผนที่เลย
ต้องซื้อไม้เท้ากันเลยทีเดียว ใครมีก็อย่าลืมพกไปนะครับ ช่วยได้เยอะจริงๆ

พอเดินขึ้นไปเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ก็เริ่มออก หมอกก็เริ่มมา อลังงงง (สาวหมวกแดง น่ารักมากกก ><)

เวลาประมาณเที่ยงๆ ก็เริ่มควักอาหารที่อยู่ในกระเป๋าออกมากิน
มื้อเที่ยงผมน่ะเหรอ มีข้าวเปล่า 1 ถุง ตักน้ำพริกแมงดาลงไป 1 ช้อน
ปิดปากถุง เขย่าๆๆ ใส่หมูลงไป เรียบร้อย ทุกคนทำความเร็วกันมากครับ
เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ครึ่งทางของโรงแรมเลย (ร้านค้าและห้องน้ำจะมีเป็นจุดๆ ตามเส้นทางนะครับ
แต่ละจุดค่อนข้างไกลกันนิดหน่อย ราคาสินค้าก็แพงขึ้นตามความสูง ฮ่าๆๆ) เอาล่ะ เมื่อเสร็จสิ้นมื้อเที่ยง
ก็ออกเดินทางและถ่ายรูปกันต่อไป

 

อ่อ! ลืมเอาแผนการเดินทางให้ดู เส้นสีแดงคือทางที่ผมเดินจะต้องเดินวันแรกครับ เห็นในแผนที่นึกว่าใกล้ เหอะๆๆ

 

เอาล่ะๆ ไปต่อ ฮึบๆ

 

ระหว่างทางก็จะมีลูกหาบรับจ้างอยู่นะครับ ส่วนราคาผมไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้ใช้บริการ

 

สภาพภูมิอากาศก็เปลี่ยนไปเรื่อยครับ หมอกลง แดดมา อาทิตย์ส่อง หนาวๆ ร้อนๆ ปนกันไป

 

ลูกหาบแบบว่าตัวนิดเดียว แต่แบกของขนาดนั้น สุดจริง!

 

เดินมาถึงตรงนี้จะมีจุดแยกให้ไปขึ้นเขาไปดูอีกลูกหนึ่ง
ซึ่งอาจจะสวยมาก แต่พวกผมต้องตัดใจครับ ถ้าจะขึ้น
คืนนี้ถึงที่พักดึกแน่ เลยถ่ายมาให้ดูเฉยๆ ถ้าใครมาและมีเวลาเยอะ
ก็ลองขึ้นไปดูนะครับ อีกเรื่อง ถ้าคุณขึ้นกระเช้ามา
จะไม่ได้เห็นจุดนี้นะครับ ต้องเดินย้อนลงมาอีก

 

ลองมองลงไปข้างล่าง สูงดีแฮ่ะ

 

ยิงวิวยาวไป ไม่รู้จะโม้อะไรละ

 

 

 

สุดลูกหูลูกตา เหนื่อยจริงจัง แต่คุ้มครับ

 

 

 

แล้วก็มาถึงจุดพักจุดใหญ่ จุดนี้มีต้นสนชื่อว่า “สนรับแขก”
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจีนมาก เขาว่าสวยก็สวยตามอ่ะครับ
ได้มาภาพเดียว เพราะคนเยอะมาก

 

ในหลายๆ ที่ คนก็มักจะเอาแม่กุญแจมาคล้องไว้ ก็สวยดีนะครับ

 

คนประมาณนี้ถือว่าไม่เยอะนะครับในประเทศจีน

 

ดูทิวเขานั้นซิ

 

 

 

เดินไปๆ สี่โมงเย็นก็ยังไม่ถึงโรงแรม อากาศก็เริ่มหนาว
ท้องก็เริ่มหิว เลยต้องควักเสบียงอาหารแห้งออกมากิน
ขนมปังแผ่นและนมข้นหวาน ช่วยได้เยอะเลย กินเสร็จก็ต้องไปต่อ…

 

แสงเย็นก็จะดูอุ่นๆ หน่อย

 

ลองซูมเข้าไป จะเห็นคนอยู่ไกลๆ นั่นคือจุดที่เราเดินผ่านมาเมื่อสักครู่นี้เอง

 

หลังจากพระอาทิตย์ตกแล้ว ฟ้าก็มืดทันที ไม่ได้ถ่ายอะไรอีกเลย
เดินต่อไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะถึงที่พัก
ขาก้าวแทบไม่ออกครับ มันล้าจริงๆ อากาศก็เย็น รวมใช้เวลาในการเดิน
ประมาณ 11 ชั่วโมง ระยะทางราวๆ 16-17 กิโลเมตร (วัดจากการเดินจริง)

 

“โรงแรมบนเขาหวงซาน”

ขออธิบายเพิ่มเติมนะครับ โรงแรมบนเขาหวงซานนั้นมีหลายที่ให้เลือกพัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปเกือบทั้งหมด ผมเลือกพักที่ “เป๊ยไฮ่ปิงกว่าน : 北海兵官” เลือกห้องแบบนอนรวม 6 คน มีห้องน้ำในตัว มีน้ำอุ่น แอร์ แยกชายหญิงนะครับ Wi-Fi ในห้องไม่มี ต้องออกมาเล่นที่ล็อบบี้ ราคาจะตกอยู่ที่คนละ 260 หยวน นี่คือการจองผ่านเว็บนะครับ ถ้าวอล์คอินเข้าจะเป็นคนละ 400 หยวน ส่วนในช่วง Low season ราคาจะถูกลงครับ ถึงแม้ว่าราคามันค่อนข้างแพง แต่ก็ต้องยอมจ่ายครับ เพื่อแลกกับวิวยามเช้า คงไม่มีใครลงไปนอนที่ตีนเขาแล้วกลับขึ้นมาอีกรอบ มันไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปหรอกครับ

 

“การจองโรมแรมบนเขา”

มีหลายเว็บที่รับจองอยู่นะครับ ต้องลองไล่เช็คดู ส่วนผมใช้แอพของจีนในการจอง เลยค่อนข้างจะสะดวกและได้ราคาที่ถูกกว่านิดหน่อย ถ้าใครจะมาจริงๆ ก็ลองทักมาสอบถามข้อมูลกันได้ แต่ไม่ได้รับจองนะครับ ฮ่าๆๆ

 

“มื้อเย็นและเช้า”
อาหารที่โรงแรมค่อนข้างแพง และเราเลือกห้องที่ไม่ได้รวมอาหารเช้า ดังนั้นต้องจัดการหากินด้วยตนเองครับ ใครอยากจะนั่งฟินๆ กินอาหารของโรงแรมก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน ส่วนผมน่ะเหรอ พึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับขนมปังครับ เดี๋ยวค่อยไปจัดหนักที่ตีนเขาดีกว่า ในส่วนราคาของน้ำดื่มก็ยังพอรับได้ครับ ประมาณ 30-40 บาท/ขวด
*** หมายเหตุ: ไม่มีครับ

 

———————————————————————————————————————————–

 

วันที่ 3
อรุณสวัสดิ์ครับทุกๆ ท่าน เช้านี้ผมจะพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน แต่ก่อนอื่นมาดูแผนการเดินทางสำหรับเช้านี้ก่อน

 

เช้านี้ผมออกเดินทางจากโรงแรมประมาณ 05.30 น.
ซึ่งอากาศหนาวมากกกกกก ติดลบเบาๆ สู้ครับ ต้องสู้
ผมเดินไปตามลูกศรสีฟ้าที่ผมตั้งใจวาดไว้ในแผนที่นั่นแหล่ะ เอาล่ะ
ไปดูรูปยามเช้ากันดีกว่า

 

ใครจะไปถ่ายรูปต้องรีบครับ เพราะมีตากล้องมาจองพื้นที่กันไวมาก
และผมก็แย่งโซนหน้ามาได้นิดหน่อย กระแทกเขาออกไป ฮ่าๆๆๆ
รอนานมากครับ สุดท้ายมาแต่แสง เพราะว่าเมฆบังดวงอาทิตย์หมด
แต่ไม่เป็นไร ดูทะเลหมอกก็ได้ งามไม่แพ้กันเลย

 

 

แอบลอกมุมตากล้องมาหลายคนเลย ฮ่าๆๆๆ

 

 

เห็นตากล้องมืออาชีพเยอะมาก ป้าแก่ๆ ยังถือกล้องแพงๆ เลนส์แพงๆ
น่าวิ่งราวเหลือเกิน น่าจะได้หลายตังฮ่าๆๆๆ นิสัยดีจริงๆ

 

นั่นล่ะครับ โรงแรมที่ผมพัก

 

 

ไปดูทะเลหมอกกันต่อ เอาให้อิ่มมมม

 

ใครที่กลัวความสูงก็ระวังหน่อยนะครับ สูงจริงๆ

 

 

สวยละซิ่

 

 

เจอแม่คะน้าด้วยยยย เฮ้ย!! แม่คะนิ้ง จับกันหนามาก (เล่นเองตบเอง ถ้าไม่ฮากรุณาเลื่อนผ่าน -.-)

โรงแรมอะไรไม่รู้ ผมไม่แน่ใจ ใช่โรงแรมผมรึเปล่า
เออช่างเหอะ ปล่อยผ่าน ถ่ายติดมาก็พอ

 

เมื่อเสพธรรมชาติและหมอกยามเช้าเป็นที่เสร็จสิ้น พวกเราก็เบนหัวกลับมาทางโรงแรม
เพื่อที่จะอาบน้ำและเก็บข้าวของ พร้อมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง
หลังจากเก็บข้าวของ และจัดการธุระส่วนตัวของแต่ละคนเสร็จสิ้น
คณะเดินทางซึ่งมีกันอยู่ 3 คน ก็ได้ตกลงกันว่าจะนั่งกระเช้าลงไป ด้
วยความที่อยากเห็นภูมิทัศน์จากกระเช้าดูบ้าง (อันที่จริง เดินกันไม่ไหวแล้วครับ ขาสั่น ฮ่าๆๆ) เวลาประมาณ 10.00 น.
พวกเราก็ออกจากโรงแรม เพื่อเดินไปยังจุดขึ้นกระเช้า 云谷寺 :ยุ่นกู่ซื่อ
ตามลูกศรสีเทาในแผนที่ข้างล่างนี้ครับผม

 

ระหว่างทางที่เดินไปขึ้นกระเช้า ทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปอีกแบบ ซึ่งไม่ค่อยเหมือนกับเมื่อวาน เห็นแล้วชื่นใจ ไม่เสียแรงที่มา

 

 

ระหว่างนั่งพักกินของว่าง ก็มีกระรอกป่ามาด้อมๆ มองๆ เลยลองโยนเศษขนมปังให้ มันก็เข้ามากินแบบไม่กลัวคน แถมยังหยุดนิ่งให้ถ่ายภาพอีกด้วย

 

เวลา 12.30 น. เราก็มาถึงจุดขึ้นกระเช้า ซึ่งเราใช้เวลาจากโรงแรมประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางราวๆ 3 กิโลเมตรเศษ
ที่เราใช้เวลาในการเดินค่อนข้างนานเพราะว่าหยุดถ่ายรูปค่อนข้างเยอะน่ะครับ
หลังจากนั้นก็ไปซื้อตั๋ว จ่ายค่าเสียหายไปคนละ 80 หยวน
*** หมายเหตุ: ขากลับเราเลือกที่จะลงทางด้านหลังเขานะครับ คนละจุดกับตอนขึ้นมา ซึ่งจุดที่เราจะนั่งกระเช้าลงไปเรียกว่า 云谷寺: ยุ่นกู่ซื่อ

 

ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ก็จะถึงจุดหมาย

 

เมื่อลงจากกระเช้า เราก็ต้องนั่งรถบัสจาก 云谷寺 ลงไปที่ 换乘中心 : ฮ่วนเฉิงจงซิน
ราคาอยู่ที่ 19 หยวน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อถึงแล้ว ผมก็ต้องนั่งรถจาก 换乘中心 ไปยังสถานีรถไฟ 黄山北站 อีกที
เพื่อที่จะกลับอู่ฮั่น หลายต่อเลยทีเดียว เอางี้!!
เดี๋ยวผมจะสรุปไว้ข้างล่างอีกครั้งนะครับ ผมขอทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพใบนี้ละกัน บ๊ายบาย

 

จบทริปแล้ว….ขอขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่ติดตามกันมาจนจบนะครับ ผิดพลาดประการใด หรือใช้คำที่ไม่สุภาพเหมาะสม ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

———————————————————————————————————————————–

 

สรุปการเดินทาง

 

สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าเดินทางทั้งหมด 650 หยวน
ค่าโรงแรมคืนแรก (ตีนเขา) 30 หยวน (ราคาเฉลี่ยแล้ว)
ค่าโรงแรมคืนที่สอง (บนเขา) 260 หยวน
ค่าอาหาร,น้ำดื่ม และอื่นๆ 260 หยวน
รวมค่าใช้จ่ายตลอดทั้งทริปประมาณ 1,200 หยวน (ประมาณ 6,000 บาท)
สุดท้ายนี้ หากท่านผู้อ่านมีข้อสงสัยอื่นๆ ประการใด สามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้นะครับ ไม่ดุ ไม่กัด ฉีดยาเรียบร้อยแล้วครับผม ช่องทางการติดต่อตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

Facebook: Sirichai Chaimunkong
Instragram: Sirichai_chmk
Line: ไม่มีครับ อยู่จีนเล่นไม่ค่อยสะดวก
WeChat: Sirichai_1993
อ่อยทุกช่องทางแล้วครับ แอดมาเหอะ ฮ่าๆๆๆ ไปแล้วครับ ไว้เจอกันทริปหน้า บ๊ายบาย