ใครเบื่อเที่ยวเอเชีย เดินจนเพลียเพราะร้อนมาก ต้องลองหาทริปเที่ยวยุโรปกันบ้างแล้วล่ะ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบเดินชมเมือง ถ่ายรูปอาคารสวยๆ เที่ยวสถานที่ทรงคุณค่า เช็คอินแลนด์มากแบบต้องมาให้ได้สักครั้ง รับรองว่าทริปนี้ถูกใจทุกคนอย่างแน่นอน กับที่เที่ยวฝรั่งเศสที่สวยจนต้องตะลึง ไปถึงแล้วต้องเก็บให้ครบกับ 15 สถานที่สวย…ปักหมุด!

จะไปเที่ยวไหน ขาดไม่ได้ก็ตั๋วเครื่องบินไงล่ะ เดี๋ยวนี้บินยุโรปใครว่าแพง ถ้ารู้แหล่งว่าต้องไปซื้อที่ไหนก็หายห่วง กับ Traveloka จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสเก๋ๆ บินสวยๆ 12 ชั่วโมงนิดๆ กับค่าตั๋วสองหมื่นกลางๆ แถมหาส่วนลดได้ง่ายๆ เพราะเขามีโปรฯ อินเตอร์บ่อยมาก ไปถึงแล้วก็ไม่ต้องยุ่งยากหาทางเข้าเมือง เพราะ Traveloka ยังมี Airport Transfer ให้จองทีเดียวครบ ส่งตรงถึงหน้าโรงแรมกันไปเลย ง่ายขนาดนี้ เช็คอิน เก็บกระเป๋า แล้วรีบออกไปเที่ยวกันเถอะ

 

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส คลิกที่ Traveloka

จองรถรับส่งสนามบิน หมดห่วงเรื่องการเดินทาง คลิกที่นี่ >> Traveloka

    

15 ที่เที่ยวฝรั่งเศส สวยแบบต้องถ่ายทุกมุม

  1. ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)

ไม่ต้องแปลกใจ เพราะปารีสก็มีดิสนีย์แลนด์ แม้หลายคนที่นึกถึงฝรั่งเศส อาจจะไม่ได้นึกถึงที่เที่ยวอย่างสวนสนุก แต่รับรองว่าที่ดิสนีย์แลนด์ปารีสนี้สนุกสุดเหวี่ยงตามมาตรฐานของดิสนีย์เขาเลยล่ะ ให้ที่เป็นสายเก็บสวนสนุกดิสนีย์แลนด์สาขานี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

  1. พระราชวังชองบอร์ (Château de Chambord)

ความรู้สึกแรกเมื่อได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้คือความยิ่งใหญ่อลังการ ยิ่งกว่าปราสาทในเทพนิยาย กับความงดงามแห่งยุคเรเนซองส์ของฝรั่งเศส โดยพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าฟรองซัวร์ที่ 1 ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำลัวร์ ทั้งยังล้อมรอบไปด้วยป่าขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือพระราชวังแห่งนี้นี่เองที่เป็นต้นแบบให้กับปราสาทในเรื่อง Beauty and the Beast

  1. ปราสาทฟัวซ์ (Château de Foix)

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฟัวซ์ ประเทศฝรั่งเศส ถูกสร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันข้าศึกในสมัยอดีต ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและจัดแสดงนิทรรศการศิลปะต่างๆ

  1. วิหารมง แซง มิเชล (Mont-Saint-Michel)

สวยและอัศจรรย์จนได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก วิหารมง แซง มิเชล อายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี โดยในอดีตเคยถูกใช้เป็นที่คุมขังแต่ได้มีการยกเลิกไป พื้นที่รอบเกาะมีความน่าอัศจรรย์ของปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ โดยต้องรอเมื่อน้ำลดลงจึงจะสามารถเดินไปชมวิหารได้ (แต่ในปัจจุบันได้มีการสร้างทางเชื่อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทำให้สามารถเดินไปชมความงามได้ตลอด)

  1. คฤหาสน์โว เลอ วีกงต์ (Château de Vaux-le-Vicomte)

คฤหาสน์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเสนาบดีกระทรวงการคลัง ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยตัวอาคารจะเป็นแบบบาโรก ซึ่งเน้นความหรูหราโอ่อ่า ทั้งภายนอกและภายใน โดยการก่อสร้างทั้งหมด มีการเกณฑ์สุดยอดฝีมือแขนงต่างๆ มาช่วยกันออกแบบทั้งสถาปนิก ภูมิสถาปนิก และจิตรกร

  1. เมืองแรน (Rennes)

เมืองแรนเป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยตัวอาคารบ้านเรือนที่สวยงามของยุคสมัยเรเนซองส์หรือสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา รับรองว่าจะชอบตึกน่ารักๆ ของที่นี่ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกลุ่มอาคารริมแม่น้ำในอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอแลนด์เลยทีเดียว

  1. โบสถ์แอ็บบี เดอ ซีนอคค์ (Abbaye de Senanque)

โบสถ์ที่โด่งดังจากทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงเข้มที่อยู่บริเวณด้านหน้า ตั้งอยู่ที่เมืองกอร์ด (Gordes) โดยเหล่าดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งพร้อมๆ กันอย่างงดงามตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงกรกฎาคม และจะถูกเก็บเกี่ยวในวันชาติของฝรั่งเศส พร้อมกันนี้ยังมีสินค้าจากดอกลาเวนเดอร์นานาชนิดจัดจำหน่ายอีกด้วย

  1. มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (Sacre Coeur)

วิหารสีขาวที่ดูบริสุทธิ์ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส รูปแบบสถาปัตยกรรมการสร้างแบบโรมัน-ไบแซนไทน์ ที่นับว่ามีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆ ในยุคเดียวกัน รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเก็บภาพเมืองปารีสแบบ 360 องศาได้สวยมากที่สุดแห่งหนึ่ง

  1. สุสานใต้ดิน (Paris Catacombs)

สุสานใต้ดินกลางกรุงปารีสที่เป็นที่เก็บโครงกระดูกว่า 6,000,000 ศพ เป็นบรรยากาศชวนขนลุกที่อาจดูขัดกับเมืองโรแมนติกด้านบน แถมที่นี่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หนังสยองขวัญหลายเรื่องเลยทีเดียว แต่ที่นี่ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งและยังเป็นที่ๆ หาชมได้ยากอีกด้วย

  1. โบสถ์แซงต์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)

โบสถ์ที่แต่เดิมใช้เป็นสถานที่สำหรับสวดมนต์ของเหล่าราชวงศ์ จุดไฮไลท์อยู่ที่กระจกหลากสีที่ประดับประดาอยู่ภายใน ซึ่งนับเป็นสถานที่ที่รวบรวมกระจกยุคศตวรรษที่ 13 ที่หลากหลายและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง

  1. มหาวิหารแห่งสตราสบูร์ก (Strasbourg Cathedral)

วิหารที่สลักด้วยหินสีชมพูที่ทั้งงดงามและหายาก ตั้งอยู่ที่สทราซบูร์ (Strasbourg) ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลก ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ภายในประดับประดาด้วยกระจกหลากสีที่ส่องวับวาว แปลกตาด้วยหอหอยที่เพียงหนึ่งเดียว และนาฬิกาดาราศาสตร์ยุคโบราณให้ได้ชมกันอีกด้วย

  1. พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

พระราชวังสุดยิ่งใหญ่อลังการที่ได้รับการยอมรับว่างดงามมากที่สุดของโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่กว้างใหญ่ ภายในมีห้องทั้งหมดถึง 700 ห้อง ภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักทั้งสิ้น 15,034 ชิ้น ด้านนอกมีสวยสวยสะกดตาที่สวยงามแตกต่างกันไปทุกฤดูกาล โดยเฉพาะห้องกระจกอันเลื่องชื่อทั้งความงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

  1. พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)

พิพิธภัณฑ์ชื่อดังอันดับหนึ่งของโลกที่ทั้งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานและด้วยความกว้างใหญ่มากที่สุดของโลก ด้านหน้าโดดเด่นด้วยพีระมิดแก้วที่เป็นหนึ่งในฉากของภาพยนตร์เรื่อง Davinci Code รวมทั้งยังสามารถชมภาพเขียนชื่อดังก้องโลกอย่าง โมนาลิซา ของ เลโอนาร์โด ดาวินชีและงานศิลปะทรงคุณค่ามากมายได้ที่นี่

  1. ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe)

อีกหนึ่งแลนมาร์กและอนุสรณ์สถานที่สำคัญของปารีส ได้รับการยอมรับให้เป็นประตูชัยที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รวมทั้งยังมีความละเอียดอ่อนในการออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ศิลปะนีโอคลาสสิก โดยเฉพาะรูปแกะสลักลอยที่นับเป็นผลงานชั้นยอดจากศิลปินชั้นเยี่ยม ที่มีเล่าเหตุการณ์การปฏิวัติและจักรวรรดิฝรั่งเศสผ่านผลงานศิลปะรอบๆ ประตูรอบ 4 ทิศ

  1. หอไอเฟล (Eiffel Tower)

ปิดท้ายกันด้วยสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของปารีสที่ไม่มาเหมือนไม่ถึงฝรั่งเศส อีกทั้งยังสามารถซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ปารีสในมุมสูงได้อีกด้วย นับเป็นจุดเช็กอินที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่ตลอดทั้งวัน ซึ่งช่วงกลางคืนก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ช่วงกลางวันโดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ปิดเวลาเที่ยงคืนเลยทีเดียว

การท่องเที่ยวสมัยนี้หาข้อมูลได้ง่าย ทั้งการเดินทาง ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองก็ยังเอื้อให้เราได้มีเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย สำหรับใครที่มีแผนอยากเที่ยวยุโรปสักครั้ง ลองเก็บฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง รับรองว่ามาแล้วจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส คลิกที่ Traveloka