ใครๆ ก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น จนมีรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นมาให้อ่านมากมาย อาจจะเป็นเพราะหลังจากที่ญี่ปุ่นได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับประเทศไทย ญี่ปุ่นก็ได้กลายเป็นประเทศยอดฮิตของคนไทยไปซะแล้ว เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งของกินอร่อยๆ ย่านเมืองเก่า มีวัดสวยๆ มากมาย รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามจับใจ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมญี่ปุ่นถึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้ สำหรับใครที่กำลังมีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีแพลน ในบทความนี้เราจึงจะมารีวิวเที่ยวญี่ปุ่น มาบอก 20 พิกัดเจ๋งรอบญี่ปุ่นที่เป็นเหมือนมินิไกด์ย่อมๆ ใครที่ไม่เคยเที่ยวญี่ปุ่นมาก่อนก็สามารถนำมาเป็นไอเดียได้

อันดับแรกเลยก่อนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ ก็ต้องจองตั๋วไปญี่ปุ่นกันก่อน ซึ่งแนะนำให้จองตั๋วไปญี่ปุ่นกับ Traveloka เพราะว่าง่าย สะดวกมาก แค่ใส่รายละเอียดก็มีไฟลท์บินมาให้เลือกเพียบ ถ้าใครอยากประหยัดหน่อยก็เลือกไฟลท์ที่ถูกที่สุด รับรองใส่โค้ดลดราคาไปด้วยแล้ว ยิ่งถูกกว่าเดิมแน่นอน ส่วนที่พักญี่ปุ่นก็จองได้ใน Traveloka อีกเช่นกัน

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka

 

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

ชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นนี้จะพาไปชมหมู่บ้านมรดกโลก ที่หากคุณเห็นรูปหมู่บ้านทรงหลังคาสามเหลี่ยมที่สวยงามราวกับอยู่ในนิทาน จงรู้ไว้ว่าที่นั่นก็คือ “ชิราคาวาโกะ (Shirakawago)” หมู่บ้านชาวนาอันเก่าแก่ที่ยังคงสถาปัตยกรรมตัวบ้านไว้อย่างดั้งเดิม ด้วยบ้านทรงกัสโซ ที่มีความชันมากถึง 60 องศา รูปทรงหลังคาจะดูคล้ายกับคนที่กำลังพนมมือ บ้านบางหลังก็จะมีอายุยาวนานมากกว่า 200 ปี นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และน่าสนใจ เหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด สวยจนแทบลืมหายใจ อีกทั้งยังสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดู

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถบัสบริษัท Nohi Bus จาก Kanazawa โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นรถบัส จากเมือง Takayama ใช้เวลาประมาณ 50 นาที และรถบัสจาก Nagoya ไป Gifu ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือบินมาลงที่สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (chubu centrair international airport) จากนั้นให้นั่งจากสนามบินไปลงที่นาโกย่า ก็จะใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น

 

ชมกวางที่เมืองนารา (Nara)

Nara Park - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ชมกวางอย่างใกล้ชิดที่ในไทยก็ทำไม่ได้! แนะนำมาเที่ยวเมืองนารา (Nara) เมืองที่เก่าแก่ในอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ติดอยู่กับโอซาก้า และเกียวโต แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองนารานั้นก็คือ Nara Park สวนสาธารณะเมืองนาราที่มีกวางอาศัยอยู่มากมายกว่า 1,000 ตัว เนื่องจากมีความเชื่อว่ากวางเป็นสัตว์ที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครอยากมาไหว้พระ และให้อาหารกวางแบบเอ็กซ์คลูซีฟ แนะนำให้มาที่เมืองนารา

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: สำหรับคนที่เดินทางมาจากโอซาก้า สามารถใช้บริการรถไฟ JR ได้ โดยขึ้นจาก Osaka Loop Line ที่มุ่งหน้าไปนิชิคุโจ (Nishikujou) ก็จะถึงสถานีนารา และใช้เวลาประมาณ 50 นาที หรือถ้าใครมาจากเกียวโต ก็สามารถใช้บริการรถไฟ JR สายนารา ขบวนมิยาโกะจิไคโซขุ (Miyakoji Rapid Express) ก็จะถึงสถานีนารา และใช้เวลาประมาณ 40 นาที

 

ศาลเจ้าเมจิ (meiji jingu)

ศาลเจ้าเมจิ (meiji jingu) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

รีวิวญี่ปุ่นพิกัดต่อไปใครจะเชื่อว่าอยู่ใจกลางโตเกียว กับ “ศาลเจ้าเมจิ (meiji jingu)” ศาลเจ้าสุดสงบที่อยู่ในย่านฮาราจูกุ เป็นศาลเจ้าที่มีความเงียบสงบ ขัดความวุ่นวายในย่านนั้นๆ อีกทั้งยังมีความร่มรื่นเป็นอย่างมาก ที่ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมมากจากทั้งชาวญี่ปุ่นเอง และนักท่องเที่ยว เพราะถือว่าเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และเก่าแก่มาก ยิ่งในช่วงเทศกาล หรือว่าปีใหม่ ก็จะมีคนเดินทางมาเพื่อสักการะเป็นจำนวนเยอะมาก ที่สำคัญคือศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับคู่บ่าวสาว ที่มาจัดงานแต่งแบบพิธีดั้งเดิม ที่หาดูได้ยาก

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Harajuku Station และ Yoyogi Station ใช้เวลาเดินมาประมาณ 10 นาที ไม่เสียเงินค่าเข้าชม

 

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง(Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง(Fushimi Inari Shrine) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

ถ้าใครได้แวะมาเที่ยวเกียวโต แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนศาลเจ้าจิ้งจอกแดง (Fushimi Inari Shrine) แห่งนี้ เพราะเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์มาก ถือว่าเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นสำคัญของเมืองโตเกียว โดดเด่นด้วยประตูโทริอิ (Torii Gate) ที่เรียงรายประมาณหมื่นต้น จนทำให้เกิดเป็นจุดสำหรับถ่ายรูปมากมาย โดยประตูโทริอินี้ จะตั้งเรียงไปทั่วภูเขาอินาริ ที่มีความเชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และมีเทพเจ้าอินาริคุ้มครองอยู่ ซึ่งมีจิ้งจองเป็นสัตว์คู่กาย ถ้าใครอยากเดินเล่นทั่วภูเขา จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย JR Nara Line มาลงที่สถานี JR Inari หรือจะนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Fushimi Inari แล้วเดินเอาก็ได้

 

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นนี้ถ้าหากไม่มีที่เที่ยวปราสาท ก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึงญี่ปุ่น เราจึงขอนำเสนอ “ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)” ปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามเป็นลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ แถบภูมิภาคคันไซ เป็นปราสาทที่เหลือรอดมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ไม่ถูกทำลาย อีกทั้งยังถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดดเด่นด้วยปราสาทที่เป็นสีขาวทั้งหลัง นอกจากนั้นจุดเด่นของปราสาทฮิเมจิก็คือบริเวณปราสาทจะมีต้นซากุระมากมาย เหมาะกับเป็นจุดชมซากุระที่เราไม่อยากให้คุณพลาดเลยจริงๆ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งสถานีรถไฟมาลง Himeji Station จากนั้นเดินต่อมาอีกประมาณ 15 – 20 นาที

 

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko)

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

อยากเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิแบบชัดๆ แนะนำว่าให้มาที่ “ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko)” เพราะว่าทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 5 ของทะเลสาบที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ และสามารถเดินทางไปง่ายที่สุด สามารถไปเที่ยวได้จากโตเกียวด้วยการนั่งรถไฟ หรือรถบัส นอกจากจะเป็นจุดชมความงามของภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดแล้ว ที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะยังเหมาะกับการมาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อชมความงามของดอกซากุระบานสวยๆ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: สำหรับคนที่อยู่ในโตเกียว ก็สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shinjuku และนั่งรสบัสมาต่อได้ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หากใครที่ต้องการนั่งรถไฟก็สามารถนั่งจากสถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Otsuki และนั่งต่อไปยังสถานี Kawaguchiko ก็จะใช้เวลานานกว่านั่งรถบัสเท่านึง

 

ไปดูลิงแช่ออนเซ็นที่ Jigokudani Monkey Park

ไปดูลิงแช่ออนเซ็นที่ Jigokudani Monkey Park - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

หากใครอยากเห็นลิงแก้มแดงแช่ออนเซ็นมาที่ “สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Monkey Park)” ซึ่งตั้งอยู่ที่กลางหุบเขาจิโกคุดานิ(Jigokudani valley) ที่นางาโน่ะ โดยที่นี้จะมีน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่มีลิงหิมะลงมาแช่ออนเซ็นในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตก เป็นภาพที่หาดูไม่ได้จากที่ไหน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่เที่ยวแห่งนี้ โดยถ้าหากใครที่ต้องการแช่ออนเซ็น ก็มีออนเซ็นให้แช่ด้วยเช่นกัน

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Yudanaka Station และนั่งรถบัสต่อไปที่ Kanbayashi Onsen

รถไฟชมวิวสาย โออิกะวะ (Oigawa Railway)

รถไฟชมวิวสาย โออิกะวะ (Oigawa Railway) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

ใครที่อยากชมวิวสวยๆ แนะนำให้มานั่งรถไฟขบวนโออิกะวะ (Oigawa Railway) เพื่อชมวิวชนบทอันงดงามระหว่างทาง ซึ่งอันที่จริงแล้วภายในญี่ปุ่นก็จะมีรถไฟสำหรับชมวิวหลายขบวน แต่รถไฟสายนี้ถือว่าได้รับความนิยม และโด่งดังเป็นอย่างมาก เพราะว่ามีไฮไลท์ตรงที่รถไฟจะวิ่งไปข้างๆ แม่น้ำ Oigawa อีกทั้งหัวรถจักรก็ยังเป็นไอน้ำ ช่วยเพิ่มความคลาสสิกได้มาก แต่รถไฟจะวิ่งอย่างน้อยแค่หนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น คนที่สนใจอาจจะต้องเตรียมตัวล่วงหน้านานหน่อย ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงช่วงต้นเดือนธันวาคม

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: การเดินทางจากเมืองโตเกียวก็ให้นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี สถานี Shizuoka จากนั้นให้นั่งต่อมาลงที่สถานี Kanaya หรือใครที่มาจากโอซาก้าก็ให้นั่ง JR มาลงที่ Hamamatsu และต่อ JR Tokaido นั่งมาลงที่สถานี Kanaya

 

ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ (Motonosumi-inari Shrine)

ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ (Motonosumi-inari Shrine) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่มีความงดงามจับใจ เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่อยู่ติดริมทะเล ตั้งอยู่ในเมือง Nagato จังหวัด Yamaguchi มีจุดเด่นตรงที่เป็นศาลเจ้าที่หันหน้าเข้าหาทะเล และมีเสาโทริอิเรียงรายมากถึง 123 ต้นเรียงกันไปเป็นระยะทางมากกว่า 100 เมตร เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งนัก คนส่วนมากนิยมมาเดินลองเสาโทริอิเพื่ออธิฐานให้สมความปราถนา นอกจากนั้นคนที่มาขอพร จะนิยมโยนเหรียญให้เข้ากล่องบริจาคที่ติดอยู่บนเสาโทริอิ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าโยนเข้าไปได้ ก็จะโชคดี

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ให้นั่งรถไฟ Sanyo Shinkansen จากสถานี Asa ไปลงที่สถานี Nagatoshi จากนั้นก็ให้เปลี่ยนรถไฟเป็นสาย JR Sanin Honsen มาลงที่สถานี Nagato Furuichi แล้วให้นั่งรถแท็กซี่ต่อมาอีก 10 นาที

 

น้ำตกยะชิ (Nachi Fall)

น้ำตกยะชิ (Nachi Fall) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

ขอเอาใจนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติด้วยสถานที่เที่ยวสวยๆ “น้ำตกยะชิ (Nachi Fall)” น้ำตกที่ไหลลงมาเป็นระยะทางยาวที่สุดในญี่ปุ่นโดยไม่ตกกระทบ หรือมีชั้นใดๆ ที่มีความสูงมากถึง 133 เมตร ซึ่งไฮไลท์ของน้ำตกที่ทำให้วิวน้ำตกนั้นสวยมากขึ้นไปอีก ก็คือจะมีศาลเจ้าคุมะโนะนะจิตั้งอยู่บริเวณนั้น นอกจากนั้นวันที่14 กรกฎาคมของทุกปี ก็จะมีการจัดงาน”เทศกาลนะจิ โนะ โอกิ (Nachi no Ogi Matsuri)” ที่จะมีการจุดคบไฟตรงบริเวณทางเข้าน้ำตกตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป เป็นเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ให้เดินทางจากสถานีรถไฟ Shin-Osaka ไปลงที่สถานี Kiikatsuura และนั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Nachi no Taki-Me ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิ (Churaumi Aquarium)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิ (Churaumi Aquarium) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบครอบครัว หรือมีเด็กเล็กๆ แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะไปชม “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิ (Churaumi Aquarium)” ที่เกาะโอกินาว่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และมีแทงค์น้ำที่ติดอันดับเป็น 1 ในแทงค์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งภายในแทงค์น้ำนี้จะบรรจุสัตว์น้ำมากมายในแถบโอกินาว่า ล้วนแต่เป็นสัตว์น้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ และหาดูได้ยาก ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ก็จะมีฉลามวาฬยักษ์มากถึง 3 ตัวด้วยกัน

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: จากสนามบิน Naha Airport ก็ให้นั่งรถบัส Yanbaru Express bus ต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
เวลาเปิด-ปิด: 8:30 – 20:00 น. ปิดทุกวันพุธแรกของเดือนธันวาคม และวันถัดไป

 

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นแห่งนี้ เอาใจสายหวายกันหน่อย ด้วยโลเคชั่นสวยๆ เหมาะกับการมาถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่งกับ “สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)” สวนดอกไม้ริมทะเลขนาดใหญ่ อยู่บนเนินเขา Miharashi ที่มีขนาดกว่า 190 เฮกเตอร์ ความโดดเด่นของสวนดอกไม้แห่งนี้คือสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากจะมีดอกไม้พันธุ์ต่างๆ บานสลับกันตลอดเวลา แต่ถ้าหากใครอยากมาถ่ายรูปกับดอกไม้พันธุ์ไหน ก็ต้องเช็ครายละเอียด และวางแผนการเดินทางนิดหนึ่ง

ทุ่งดอกนาร์ซิสซัส(Narcissus) จะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน
ทุ่งดอกทิวลิป(Tulip) จะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน จะบานตั้งแต่กลางมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนเมษายน
ทุ่งดอกเนโมฟีเลีย(Nemophila) เป็นทุ่งดอกไม้ที่จะบานต่อจากทุ่งดอกทิวลิป ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรอคอยที่จะมาถ่ายรูปกับทุ่งนี้ เพราะหาดูได้ยาก
ทุ่งดอกโคเชีย(Kochia) จะบานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม จะมีการเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีแดงสดสวยงามยิ่งนัก

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Ajigaura station จากนั้นก็ให้เดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

 

ป่าไผ่ซากาโนะ (Sagano Bamboo Forest)

ป่าไผ่ซากาโนะ (Sagano Bamboo Forest) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

มาเกียวโตทั้งที หากไม่แวะมาเที่ยวที่ป่าไผ่ซากาโนะก็ดูเหมือนว่าจะมาไม่ถึง เพราะสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นป่าไผ่ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเกียวโต เต็มไปด้วยความร่มรื่น มีไผ่เรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว เพราะจะมีให้บริการรถลาก ใครที่อยากได้รูปสวยๆ และอยากได้ฟีลญี่ปุ่นแบบแท้ๆ แนะนำให้ไปเช่าชุดกิโมโนมาถ่ายรูป จะมีความเป็นเอกลักษณ์มาก ใครที่ชอบความเป็นธรรมชาติ ก็จะต้องหลงรักป่าไผ่ซากาโนะอย่างแน่นอน

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ให้นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Saga Arashiyama Station และเดินต่อมาประมาณ 10 นาที หรือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Arashiyama Station แล้วเดินต่อมาประมาณ 15 นาที

 

ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine)

ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

“ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ(Itsukushima Shrine)” หรือที่หลายคนเรียกกันว่าศาลเจ้าลอยน้ำ หรือโทริอิลอยน้ำ เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิม่า(Miyajima) ที่ฮิโรชิม่า โดดเด่นด้วยการที่เป็นศาลเจ้าที่มีเสาอยู่ด้านล่างในน้ำทะเลเพื่อรับน้ำหนักศาลเจ้า ซึ่งในช่วงที่น้ำขึ้นจะดูเหมือนว่าศาลเจ้านี้ลอยอยู่กลางทะเล คนส่วนใหญ่เมื่อไปเที่ยวศาลเจ้าอิสึกุชิมะ จะนิยมนำเหรียญไปวางที่รอยแตกของประตูศาลเจ้าเพื่ออธิฐานขอพรให้สมความปราถนา

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Miyajimaguchi station จากนั้นก็ให้ข้ามเรือที่ท่าเรือมิยาจิมะ

 

กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine)

กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

นับว่าเป็นหนึ่งเส้นทางเดินรถที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และ “กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine)” ถือว่าเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย สำหรับเส้นทางอุโมงค์หิมะนี้ เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองโทยาม่า (Toyama) ในจังหวัดโทยาม่า กับเมืองโอมาจิ(Omachi) จังหวัดนากาโน่(Nagano) โดยกำแพงหิมะนี้จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ช่วงเวลาของวันที่16 เมษายน 2556 ถึง 30 พฤศจิกายน 2556 ที่โอบล้อมด้วยกำแพงหิมะที่มีความสูงมากถึง 20 เมตร ซึ่งจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคมกำแพงหิมะก็จะค่อยๆ ละลายลงเรื่อยๆ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ไปยัง Nagano จากนั้นก็ขึ้นรถบัสที่มุ่งหน้าตรงไปยัง Ogizawa หรือให้นั่งจากสถานี Shinjuku Station(Tokyo) ในโตเกียว ด้วย JR Azusa limited express ไปยังสถานี Matsumoto แล้วเปลี่ยนสายไปลงที่สถานี Shinano-Omachi Station จะใช้เวลาประมาณ 3.5 ชั่วโมง

 

งานเทศกาลหิมะโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival)

งานเทศกาลหิมะโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับใครที่อยากสัมผัสอากาศหนาวเย็น แนะนำให้มาเที่ยวที่ซับโปโร่ โดยเฉพาะที่เมืองโอตารุ (Otaru) ที่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการจัดเทศกาลงานเทศกาลหิมะโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) อย่างยาวนานเป็นเวลาถึง 10 วันด้วยกัน และนับว่าเป็นเทศกาลที่โด่งดังมาก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวมากมาย ทั่วทั้งเมืองจะมีการประดับประดาไฟให้เข้ากับเทศกาล ช่วยเพิ่มความสวยงาม และเพิ่มความโรแมนติกแบบสุดๆ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางได้หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนั่งรถไฟจากสถานีซัปโปโร (Sapporo Station) ไปยังสถานีโอตารุ (Otaru Station) ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หรือจะขึ้นรถบัสจากTokeidaimae Bus Stop และ Chuo Bus Sapporo Terminal ก็ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ซาโอะ สกีรีสอร์ท (Zao Ski Resort)

ซาโอะ สกีรีสอร์ท (Zao Ski Resort) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

คนที่ชื่นชอบเล่นสกี หรืออยากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะ แนะนำให้มาที่ “ซาโอะ สกีรีสอร์ท (Zao Ski Resort)” ซึ่งตั้งอยู่ที่ภูมิภาคโทโฮกุ ที่เมืองยามางาตะ (Yamagata) ยิ่งเฉพาะถ้าคุณมาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม หิมะก็จะถูกปกคลุมไปทั่วเทือกเขา เป็นวิวที่งดงามยิ่งนัก ไฮไลท์ของที่นี่คือถูกอย่างจะถูกปกคลุมเป็นสีขาวไปหมด โดยเฉพาะต้นไม้ ทำให้กลายเป็นรูปร่างสูงใหญ่ดูไกลเหมือนๆ เป็นมอสเตอร์นั่นเอง ถ้าใครอยากมาที่นี่แต่เล่นสกีไม่เป็นก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมีคลาสพร้อมสอนเล่นสกีระดับเบื้องต้น

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ถ้าใครมี JR Pass ก็ให้นั่งรถไฟ JR จากโตเกียวมาลงที่สถานี Yamagata จากนั้นให้นั่งรถบัสหมายเลข 1 แล้วนั่งมาจนสุดสาย จากนั้นเดินตรงแล้วไปเลี้ยวขวา ก็จะเห็นทางขึ้นกระเช้า

 

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด (Hokkaido)

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด (Hokkaido) - รีวิวที่เที่ยวญี่ปุ่น

ฮอกไกโดเป็นเมืองที่ไม่มีดีแค่ในช่วงฤดูหนาว แต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อยสำหรับฤดูร้อน เพราะจะมีฟาร์มดอกไม้ให้ไปเที่ยวหลายฟาร์ม ที่จะมีดอกไม้เป็นล้านๆ ต้นบานสะพรั่ง พร้อมให้คุณไปถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งถ้าใครอยากจะมาดูดอกไม้ แนะนำให้มาที่เมืองเมืองฟุราโนะ ในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายนของทุกปี ถ้าใครอยากมาถ่ายรูปกับต้นลาเวนเดอร์ แนะนำให้มาเที่ยวที่โทมิตะ เพราะนอกจากจะมีทุ่งดอกลาเวนเดอร์สวยๆ ยังมีไอศกรีมลาเวนเดอร์ให้ชิมด้วยนะ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR จากสถานี JR Asahikawa ไปยังสถานี Naka-Furano และสามารถเดินไปต่อได้

 

ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya)

ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

ถ้าใครไปเที่ยวฮอกไกโดก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่ “ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya)” เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ ที่มีขนาดใหญ่มาก มีเส้นรอบวงประมาณ 40 กิโลเมตร ในหน้าร้อนอากาศจะเย็นสบายเป็นอย่างมาก และน้ำในทะเลสาบก็จะไม่แข็งตัวในช่วงฤดูหนาว ส่วนถ้าใครไปในช่วงฤดูร้อนก็สามารถไปเดินเล่นชมวิว หรือปั่นจักรยานเพื่อชมวิวสวยๆ รวมถึงการล่องเรือชมวิวได้ด้วย ถ้าใครมาเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ประมาณเดือนเมษายน-ปลายเดือนตุลาคม ก็จะมีการจุดพลุในเวลา 20.45 ของทุกคืนอีกด้วย

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR จากสถานีซับโปโรมาลงที่ JR Toya Station

 

เมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe)

เมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe) - รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น

หากอยากได้ฟีลเมืองเก่า อยากสวมชุดยูกาตะเดินเล่นรอบๆ เมือง แนะนำให้มาที่ “เมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe)” เมืองเก่าขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กับโตเกียว ที่ใครๆ ก็สามารถเดินทางมาเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริป ซึ่งเมืองคาวาโกเอะ ถือเป็นเมืองเก่าสมัยเอโดะที่ยังคงสภาพดั้งเดิมตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน จนใครหลายๆ คนเรียกเมืองนี้ว่าลิตเติ้ลเอะโดะ ภายในเมืองจะมีบ้านเรือนที่คงสถาปัตยกรรมสวยๆ และมีร้านค้ามากมายให้คุณได้ช้อปปิ้งไปเพลินๆ

แผนที่: Google Maps
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟสาย Tobu Tojo Line จากสถานี Ikebukuro ไปลงที่สถานี Kawagoe โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

 

เห็นได้ชัดว่ารีวิวเที่ยวญี่ปุ่นที่เราอยากจะพาทุกท่านไปพบกับพิกัดเจ๋งๆ ในญี่ปุ่นนั้น จะทำให้การเที่ยวญี่ปุ่นของคุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่อย่างแน่นอน เพราะมีสถานที่อีกหลายแห่ง ที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ ที่สำคัญคือญี่ปุ่นนั้นมีข้อดี ตรงที่สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดู สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวจุดไหน ก็สามารถทำเช็คลิสเอาไว้ แล้วจัดทริปคร่าวๆ ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ได้เลย