หากจะให้นึกถึงทริปเที่ยวสั้นๆ ใช้วันลาไม่กี่วันและไปได้ไม่ต่ำกว่า 2 เมือง มั่นใจว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมี “ฮานอย-ซาปา” ติดอยู่ในลิสต์แน่ ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะสะดวกตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน ไม่ว่าจะโปรฯเยอะ ราคาที่พักน่ารัก ค่าครองชีพไม่เหลือบ่ากว่าแรง แถมมีครบทั้งความเป็นเมือง สถาปัตยกรรม จวบจนถึงงานธรรมชาติ อ่ะ…ไม่ขอสาธยายมาก เลื่อนลงเลยค่ะ แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามกับ Traveloka กันก่อน และจะรู้ว่าเราพูดไม่ผิด

จอง ตั๋ว เครื่องบิน ไป เวียดนาม กับ Traveloka คลิกที่นี่

1.อ่าวฮาลองเบย์ (Ha Long Bay)

เหตุผลแรกที่ควรไปก็คือที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโก ด้วยตัวอ่าวที่กว้างซึ่งถ้าวัดเป็นตัวเลขก็ราวๆ 1,500 ตารางกิโลเมตร ธรรมชาติงดงามโดยรอบ มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่โผล่พ้นน้ำกระจายตัวเกือบ 2,000 เกาะ ในบางเกาะมีโรงแรมที่เปิดรอต้อนรับนักเดินทาง และมีอีกหลายเกาะที่มีเฉพาะชาวบ้าน ใครที่ชอบชมความงดงามของธรรมชาติ ต้องการล่องเรือชมเกาะแก่งต่างๆ อ่าวฮาลองเบย์น่าจะเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

2.ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Hoan Kiem Lake)

หรืออีกชื่อคือทะเลสาบคืนดาบ เหมาะมากกับการมานั่งพักเหนื่อยสูดอากาศพลางชมวิถีชีวิตของชาวเวียดนามที่นิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ อีกทั้งรอบๆ ยังมีร้านอาหารที่น่าสนใจ คาเฟ่ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งให้เพื่อนๆ ได้แวะฟิน เห็นไหม? มานี่ยิงปืนนัดเดียวได้หลายต่อเลย

3. 36 เฝอเฟือง (Hanoi 36 Old Streets)

ในอดีตเป็นย่านหัตถกรรมที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 600 ปี ปัจจุบันคือสถานที่ให้ผู้คน (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว) ได้มาช้อปปิ้งซื้อหาของฝาก แวะตามรายทางเพื่อหาของอร่อยๆ กิน ยิ่งในยามค่ำคืนของวันศุกร์-อาทิตย์ที่นี่ก็จะแปลงร่างเป็นไนท์มาร์เก็ต โดยมีสินค้าพื้นเมืองหลายรูปแบบวางขายตลอดทั้งแนว ซึ่งใครที่จิตไม่แข็ง มาถนนนี้ต้องมีหมดตัวกลับไปแน่นอน

4.วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature)

วิหารเก่าที่สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1070 แต่เดิมคือมหาวิทยาลัยแห่งชาติแห่งแรก และสร้างเพื่ออุทิศให้แด่นักปราชญ์ผู้ที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างขงจื้อ ภายในเงียบสงบทั้งร่มรื่น บรรดาอาคารคงตามแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเวียดนาม ทั้งภายในวิหารแห่งนี้ยังประดิษฐานศิลาจารึกที่หลงเหลืออยู่มากถึง 82 แผ่นที่สลักชื่อบัณฑิตหรือจอหงวนกว่า 1,307 คน

5.โรงละครฮานอย (Hanoi Opera House)

สถาปัตยกรรมในแบบโกธิคและกรีกที่ตั้งอยู่กลางเมืองฮานอยแห่งนี้คือโอเปร่าเฮ้าส์ที่สร้างขึ้นในช่วงที่ถูกฝรั่งเศสยึดครอง ภายในโอ่อ่าและถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เหมาะมากกับใครที่ชอบชื่นชมงานสถาปัตยกรรมในแบบยุโรป อีกอย่างโรงละคนแห่งนี้ยังคงรักษาสภาพเดิมเอาไว้ และในปัจจุบันก็ยังเปิดทำการแสดงอยู่ ใครที่มีเวลาสามารถตามไปดูกันได้ค่ะ  

6.วัดเจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda)

เจดีย์ที่มีลักษณะงานไม้เกือบทั้งองค์ตั้งอยู่บนเสาปูนสวยเด่นกลางสระบัวแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิลี้ ท้าย ตง (Lý Thái Tông) ด้านบนมีองค์เจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้มาสักการะบูชา ว่ากันว่าคู่รักที่อยากมีบุตรมาอธิษฐานที่นี่ก็จะได้รับพรดีๆ กลับไป เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระจักรพรรดิลี้ ท้าย ตงมีลูกชายดั่งหวัง อ้อ! เจดีย์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดสัปดาห์ในหน้าร้อน แต่จะปิดในทุกๆ วันจันทร์และศุกร์ช่วงฤดูหนาว อย่าลืมโน้ตไว้ล่ะ

7.สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh’s Mausoleum)

ใครจองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนาม ก็คงพลาดที่นี่ไม่ได้กับสุสานของอดีตท่านผู้นำคนสำคัญของประเทศเวียดนามคือแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาด ตัวอาคาร ได้แรงบันดาลใจมาจากสุสานของเลนิน ณ กรุงมอสโก รอบๆ ประดับด้วยดอกไม้และต้นไม้กว่า 250 ชนิด สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามาชมสุสานต้องบอกข้อมูลสำคัญไว้ก่อนว่าที่นี่จะปิดทำการทุกๆ วันจันทร์และศุกร์ อย่ามาผิดวันล่ะ เดี๋ยวอดไม่รู้ด้วย  

8.โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph’s Cathedral)

โบสถ์สไตล์นีโอกอธิคโรมันแห่งนี้คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์คของฮานอยที่ควรค่าแก่การเดินทางมาถ่ายรูป ตัวโบสถ์สะท้อนความเป็นยุโรปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของหน้าต่าง จิตรกรรมฝาพนัง ไปจนถึงดีเทลด้านนอก เอาเป็นว่ามานี่เหมือนได้ชมสถาปัตยกรรมดีๆ อารมณ์เดียวกับวิหารนอเทรอดาม (Notre Dame Cathedral) แห่งกรุงปารีสเลยล่ะ

9.หมู่บ้านต่าฟาน (Ta Van Village)

เก็บที่เที่ยวฮานอยครบแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเหนือมาที่ซาปาบ้าง อย่างหมู่บ้านต่าฟานนี่เป็นอะไรที่ควรต้องไปเช็คอิน ตั้งแต่เสน่ห์แห่งทัศนียภาพของนาขั้นบันไดที่ไร้การปรุงแต่ง ความเขียวชอุ่มทั่วบริเวณท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของหมู่บ้าน เอาจริงๆ การมาเที่ยวจะอยู่แต่ในเมืองไม่ได้หรอก ต้องเปลี่ยนมู้ดมาชมธรรมชาติบ้างถึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ เห็นด้วยไหม?

10.ยอดเขาฟานซีปัน (Fansipan Mountain)

เขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 3,143 เมตรแห่งนี้ ได้สมญานามว่าเป็นหลังคาแห่งอินโดจีน (คิดดู๊ว่าสูงเฉียดฟ้าขนาดไหน) สำหรับใครที่อยากขึ้นไปสูดอากาศพลางชมหมอกเมฆขาวด้านบน ที่นี่เขาก็มีกระเช้าไฟฟ้าไว้คอยบริการค่ะ แถมระหว่างทางยังได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบ 360 องศา อีกทั้งด้านล่างก็ได้เห็นนาขั้นบันไดของหมู่บ้านกัตกัต (Cat Cat Village) แบบมุมสูงเป็นของว่างอีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่ไปไม่ได้แล้วล่ะ!    

11.ทะเลสาบซาปา (Sapa Lake)

จุดท่องเที่ยวอีกแห่งของซาปาที่เราอยากให้คุณได้แวะเวียนมาเยี่ยมชมนั่นก็คือบึงน้ำขนาดใหญ่กลางเมือง ยิ่งในวันที่ธรรมชาติเป็นใจคุณจะได้เห็นเงาสะท้อนของบ้านเรือนรอบๆ บนผืนน้ำ หรือในยามเย็นก็เหมาะจะมาปั่นเรือเป็ดกินบรรยากาศ ทำตัวให้สมกับเป็นเมืองตากอากาศของเวียดนามก็เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ

12.ภูเขาฮามรอง (Ham Rong Mountain)

ว่ากันว่าถ้ามาซาปาแล้วไม่ได้ขึ้นเขาฮามรองก็เหมือนกับว่ามาไม่ถึงแก่น แถมการเดินทางไปยังเขาฮามรองก็ง่ายแสนง่ายด้วยโลเคชั่นที่อยู่ใจกลางเมือง หมายความว่าไม่ต้องว่ารถออกไปนอกตัวเมืองให้ยุ่งยากเหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ แม้จะต้องเสียค่าเข้าแต่อยากจะบอกว่าวิวข้างบนนั้นคุ้มค่านะ ทั้งระหว่างทางก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ได้ชม อย่างสวนหิน, สวนดอกไม้ ไปจนถึงการแสดงของชาวชนเผ่า นับว่าเป็นอะไรที่ทำให้เราได้เพลิดเพลินและไม่มีเวลาไปโฟกัสกับการเดินทางให้รู้สึกว่าการเดินขึ้นเขานี่เหนื่อยจัง

13.น้ำตกสีเงิน (Silver Waterfall)   

น้ำตกสีเงินคือสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ เดินทางไปเที่ยวได้อย่างสะดวกๆ (ด้วยความที่อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่ 15 กิโลเมตรเท่านั้น) ตัวน้ำตกอลังการด้วยความสูงมากกว่า 100 เมตร สวยงามด้วยกระแสน้ำตกที่ไหลมาตามหน้าผาหินจวบจนถึงเบื้องล่าง ยิ่งเมื่อน้ำตกยามต้องแสงแดดกระทบก็ทำให้ทราบถึงที่มาของชื่อ ซึ่งถือว่าเป็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มนุษย์อย่างเรายังต้องทึ่งในความสวยงาม  

14.ตรามตอนพาส (Tram Ton Pass)

จุดชมวิวชื่อดังของซาปาที่มีความสูงมากถึง 1,900 เมตร ทัศนียภาพเบื้องหน้าที่คุณได้จะพบก็คือทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาของฟานซีปัน แนะนำว่าให้ไปถึงในตอนเช้าตรู่เพราะนอกจากจะได้ชมหมอกท่ามกลางอากาศเย็นๆ ยังตัดสลับกับวิวถนนที่คดเคี้ยวริมหน้าผาอันมุ่งหน้าไปที่เมืองไลโจว (Lai Chau) อีกด้วย

15.หมู่บ้านกัตกัต (Cat Cat Village)

เห็นวิวจากมุมสูงไปแล้วแต่ไม่ได้แวะไปชมชัดๆ มันก็ยังไงๆ อยู่ว่าไหม? ซึ่งหมู่บ้านกัตกัตเนี่ยเค้าว่าเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวม้งดำ ใครที่มาเที่ยวที่นี่จะเห็นชาวท้องถิ่นแต่งตัวสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และนอกจากจะมีวิวนาขั้นบันไดให้คุณได้นั่งชมแบบไม่มีเบื่อ ที่นี่ยังมีน้ำตกสวยๆ ให้ได้ไปชื่นชมความงดงามอีกต่อ และด้วยความที่หมู่บ้านอยู่ห่างจากตัวเมืองซาปาแค่ 3 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจึงเดินทางไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ทางที่ดีคือเลี่ยงช่วงเสาร์-อาทิตย์ และไปในวันธรรมดาจะดีกว่า

เป็นไงกับแต่ละที่น่าถ่ายรูปลงไอจีเนอะว่าไหม? และไม่ใช่แค่ฮานอย-ซาปาที่สวย แต่เวียดนามยังมีเมืองที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองอีกมาก และอย่างที่ Traveloka บอกไปตั้งแต่ต้นว่าการไปเวียดนามเป็นอะไรที่ง่ายแถมใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามกับ Traveloka ทริปฮานอยแอนด์ซาปาที่คุณหวังไว้ ก็เป็นไปได้

จอง ตั๋ว เครื่องบิน ไป เวียดนาม กับ Traveloka คลิกที่นี่