มีเวลาเสาร์ อาทิตย์แค่ 2 วัน เพียง 48 ชั่วโมง คิดอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ ต้องที่สิงคโปร์นี่เลย เพราะที่สิงคโปร์เพื่อนๆ สามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ใครใคร่ช้อปปิ้งก็ช้อป ใครใคร่ไปสำรวจธรรมชาติก็ไป ใครใคร่ชมเมืองก็เดินกันให้ขาลากไปเลย ถ้าอยากรู้ว่า 48 ชั่วโมงที่สิงคโปร์ทำอะไรได้บ้าง ต้องรีบตามมาดูกันแล้วแหละ เพราะวันนี้เราจะพาคุณลัดฟ้าไปง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะจองเที่ยวบินกับแอร์เอเชียนี่แหละ วันนึงเค้ามีไปสิงคโปร์หลายเที่ยว แถมราคาก็ประหยัดไปอีก ถ้าจองกับ Traveloka เจ้านี้ เค้ามีโค้ดส่วนลดออกมาตลอด ตามไปเช็คราคา ตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ แล้วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวกับเราเสาร์อาทิตย์นี้ได้เลย

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ ราคาพิเศษ

  • 24 ชั่วโมงแรก

จองตั๋วกับแอร์เอเชียไฟล์ทเช้าที่สุด 7.10 น. ไว้ ถึงจะต้องตื่นเช้ามามาเช็คอินแต่ก็ได้นอนต่อเก็บแรงบนเครื่องอีกตั้ง 2 ชั่วโมง และไปถึงสิงคโปร์ก็ประมาณ 10.25 น. ถือว่าเป็นเวลากำลังดี ที่สำคัญอย่าลืมกรอกใบตรวจคนเข้าเมืองก่อนเครื่องลงด้วยนะ เพราะจะได้ไม่เสียเวลา พอเครื่องลงจะได้พุ่งไปเก็บกระเป๋าเที่ยวได้เลย

เมื่อไปถึงก็ให้ขึ้น MRT หรือรถไฟฟ้าของสิงคโปร์จากสนามบินชางฮีเข้าตัวเมืองได้เลย จะพักโรงแรมไหนนั้นก็ตามแต่ใจและเงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ ถ้าจะให้แนะนำย่านที่พักถูกๆ ก็คงหนีไม่พ้น Little India และ China Town ลองไปนอนโฮสเทลประหยัดๆ ก็จะทำให้เพื่อนๆ สามารถเก็บเงินไปกินไปเที่ยวได้เพิ่มด้วยนะ

หลังจากถึงที่พักเก็บของเสร็จก็คงประมาณเที่ยง เพื่อนๆ คงจะหิวกันแล้ว วันนี้เราแนะนำให้ไปเดินที่ถนน Orchard ถนนช้อปปิ้งสุดโด่งดังของประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า เพื่อนๆ สามารถมาที่ถนน Orchard ได้ด้วยการนั่ง MRT มาลงที่สถานี Orchard สายสีแดง (North South) โดยบนถนน Orchard นั้นมีห้างมากมายให้เพื่อนๆ ได้เลือกเดิน ไม่ว่าจะเป็น Ion Orchard, Takashimaya หรือ Plaza Singapura ซึ่งแต่ละห้างก็จะมีฟู้ดคอร์ทที่มีอาหารน่ารับประทานให้เลือกสรรกัน รับรองว่ารวดเร็ว ง่าย แถมยังอร่อยไม่แพ้ร้านในภัตตาคารเลย พอทานเสร็จก็สามารถเดินเล่น ช้อปปิ้งสินค้ากันได้ตามใจอยาก หรือจะเดินถ่ายรูปเฉยๆ ก็ไม่ว่ากัน

ช่วงบ่ายมาชมธรรมชาติที่สร้างสรรค์แต่งเติมอย่างลงตัวด้วยมือมนุษย์ที่ Garden by the Bay โดยที่อยากแนะนำคือการเข้าไปชมโดม ได้แก่ Cloud Forest และ Flower Dome โดยบัตรเข้าทั้งสองโดมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 28 ดอลลาร์สิงคโปร์ อยากจะบอกว่าคุ้มมาก อยากให้เพื่อนๆ ได้ไป เรียกว่าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับสิงคโปร์ เพราะจะมีที่ไหนอีกที่จะสามารถเดินชมสวน เย็นๆ บรรยากาศในห้องแอร์ มีดอกไม้ ต้นไม้แปลกๆ นานาชนิด บางต้นไม่เคยเห็นกันเลยก็มี การจัดวางแผงการเดินก็น่าสนใจ เดินได้สองสามชั่วโมงไม่มีเบื่อเลยแน่นอน ที่สำคัญอย่าพลาดชมโชว์ GARDEN RHAPSODY บริเวณ Super tree Grove เวลา 19.45 และ 20.45 ทุกวัน ด้วยนะ ส่วนใครที่อยากจะไปเดินสะพาน OCBC Skyway  สูง 22 เมตร ท่ามกลาง Super tree ต้องซื้อบัตรเพิ่มอีก 8 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดย Garden by the Bay  บริเวณด้านนอกสามารถเข้าได้ฟรีจะเปิดตั้งแต่ตี 5 จนถึง ตี 3 เลย ส่วนตัวโดมและ Skyway จะเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า สามทุ่ม

เดินกันต่อมาอีกหน่อยก็จะเจอ Marina Bay Sand โรงแรมที่มีเรืออยู่ด้านบน ที่ใครๆ ต่างก็ต้องมาเยือน โดยบริเวณด้านล่างจะมีห้าง คาสิโน และร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทาน ถ้าอิ่มกันแล้วก็ขึ้นไปยัง SANDS SKYPARK ที่เพื่อนๆ จะสามารถขึ้นไปชมวิวได้บนชั้น 57 ของโรงแรม ตั๋วราคา 23 ดอลลาร์สิงคโปร์แต่คุ้มมาก จะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ จะอยู่ชมพระอาทิตย์ตกลับเมืองสิงคโปร์จนมืดก็ได้ ยืนรับลมชมวิวตึกระฟ้าของสิงคโปร์ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็จะเห็น Garden by the Bay ที่เราเพิ่งไปเดินเล่นกันมาจากมุมสูง มุมทั้งสองฝั่งเชื่อว่าจะเป็นภาพที่เชื่อว่าจะสวยงามติดตาตรึงใจจนเพื่อนๆ ไม่มีทางลืมกันได้แน่นอน

หลังจากเพลิดเพลินความสวยงามบน Sands Skypark เสร็จแล้ว ก็ไปเดินเล่นข้างล่างริมอ่าว Marina เดินมาเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปตามอ่าว จะผ่านจุดแลนด์มาร์กของสิงคโปร์หลายจุดเริ่มที่ Art Science Museum หรือตึกเหมือนลูกโลกปลอกเปลือกด้านหน้า Marina Bay Sands ผ่านสะพาน Helix ซึ่งมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงามในตอนกลางคืน ผ่านไปเรื่อยๆ จะเห็นตึก Esplanade หรือที่เราเรียกกันว่าตึกทุเรียนซึ่งเป็นโรงละครของสิงคโปร์ จากนั้นก็จะถึงจุดที่ไม่ว่าใครไปก็จะต้องไปถ่ายรูปให้ได้ นั้นก็คือเจ้า Merlion นั่นเอง บริเวณ Merlion นั้นชิลมาก ถ้าไปกับแฟนซื้อน้ำ ซื้อขนมไปนั่งกินคุยกัน รับรองว่าฟินสุดๆ

มีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง จะให้รีบกลับไปนอนก็คงไม่ใช่ เสียค่าตั๋วมาสิงคโปร์ทั้งทีต้องเอาให้มันสุด ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เดินวนมาตามอ่าวเรื่อยๆ จะพบกับ Clark Quay (อ่านว่า คลาร์ก คีย์ นะ อย่าอ่านเป็นอย่างอื่น) ย่านแสงสีสุดชิคของสิงคโปร์ จะร้านไหนก็น่านั่งไปหมด ผับ บาร์ ริมน้ำ เบียร์ก็ราคาถูกกว่าที่ไทยเยอะ จะสั่งอาหารทะเลมาทานก็สดอร่อยมากด้วยเหมือนกัน แถมไนท์คลับที่นี่ยังปิดดึกมาก แต่อย่าลืมนะว่าเราต้องเก็บพลังไว้สำหรับวันถัดไปด้วย

  • 24 ชั่วโมงสุดท้าย

วันนี้ตื่นเช้ามาจะพาไปทาน Tian Tian ข้าวมันไก่สิงคโปร์ชื่อดังที่ฟู้ดคอร์ท Maxwell ย่านไชน่าทาวน์ เรียกได้ว่าเป็นร้านดังที่ไม่ว่าใครมาสิงคโปร์ก็ต้องมาลองกัน วิธีมาก็ง่ายๆ เลยคือนั่งมาลงที่สถานี China Town ทางออก A ถนน Pagoda เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึง หากใครพักอยู่แถวนี้ล่ะก็สบายเลย จะไปเที่ยววัดเขี้ยวแก้วก่อนตอนเช้าตรู่แล้วค่อยมาทานข้าวมันไก่ก็ได้ ไก่เนื้อแน่นๆ น้ำราดสูตรพิเศษ พร้อมซอสพริกตำ มันอร่อยได้ใจเหมาะกับมื้อเช้า แถมยังได้บรรยากาศสิงคโปร์มากๆ ราคาก็เริ่มต้นแค่เพียง 3 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับจานปกติ และ 3.5 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับจานพิเศษ

รับประทานอาหารกันเรียบร้อยบ่ายนี้จะพาไปใช้เวลาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงที่ Universal Studio Singapore สวนสนุกระดับโลกที่มีอยู่ไม่กี่ที่บนโลก แต่อยู่ใกล้ๆ บ้านเราที่สิงคโปร์นี้เอง ตั๋วอาจราคาแพงหน่อยที่ 76 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคน แต่รับรองว่าคุ้มแน่นอน เพราะเครื่องเล่นระดับโลกขนาดนี้ ในไทยที่ไหนก็สู้ไม่ได้นะจะบอกให้ โดย Universal Studio Singapore นั้นตั้งอยู่บนเกาะเซนโตซา ต้องนั่งรถไฟฟ้าข้ามไปจาก Vivo City ที่สุดสายสีม่วงสถานี Harbourfront จากนั้น เดินขึ้นไปชั้นบนสุดจะมีรถไฟฟ้าต่อไปฝั่งเซนโตซา หรือใครอยากจะนั่งกระเช้าข้ามไปก็ได้นะ

เนื่องจากเรามีเวลาครึ่งบ่ายเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ฉะนั้น ตรงดิ่งไปที่เครื่องเล่นเด็ดๆ ที่ขาโหดควรโดนกันดีกว่า

– อันดับแรกคงหนีไม่พ้นรถไฟเหาะตีลังกาตัวเด็ดที่ชื่อ Human และ Cylon โดยจะวิ่งพร้อมกันเป็นรางสลับกัน จะเลือกนั่งสีแดงหรือสีฟ้าก็ได้ หรือทางที่ดีควรจะโดนทั้งสองแบบเลยนะ เด็ดแน่นอนไม่ผิดหวังคุ้มค่าเวลารอ

– อันดับที่สอง คือ TRANSFORMERS The Ride และ Revenge of the Mummyทั้งสองเครื่องเล่นเป็นเครื่องเล่นภายในอาคาร จะสนุก โหด มันส์แค่ไหนต้องไปลองดูเอง

แต่หากใครต้องการเครื่องเล่นที่ไม่โหดเท่าไหร่ก็มี Shrek 4D Adventure เป็นหนัง 4 มิติ นั่งดูกันได้เพลินๆ ทั้งครอบครัว หรือจะเป็นนั่งเรือหลุดเข้าไปที่มาดากัสการ์กับเครื่องเล่น Madagascar: A Crate Adventure ก็สนุกเหมือนกัน แต่ใครก็ตามที่ไปอย่าลืมไปถ่ายรูปคู่กับปราสาทของเชร็คด้วยนะ เป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กของที่นี่เลยทีเดียว

หลังจากนั้นได้เวลาอันสมควรประมาณ 6 โมงก็สามารถมุ่งหน้าไปสนามบินชางฮีกันได้เลย รู้ไหมว่าสนามบินที่นี่เป็นสนามบินติดอันดับที่ดีที่สุดในโลกมาหลายปีแล้ว ไม่เคยพลาดเลย เพราะบางทีเดินๆ อยู่ในสนามบินเนี่ย ไม่คิดเลยนะว่าเดินอยู่ในสนามบิน นึกว่าอยู่ในสวนสาธารณะขนาดยักษ์เสียอีก แถมยังมีจุดผ่อนคลายหลายจุดให้เลือกกันอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากมีเวลาเหลือสามารถเดินเล่นพิสูจน์กันได้ว่าที่ว่าดีมันดียังไง

สุดท้ายนี้ก็เข้าไปเช็คอิน เตรียมโบกมือลาสิงคโปร์กันได้เลย จะแวะ Duty Free ช้อปปิ้งกันก็ได้ตามสบาย โดยแอร์เอเชียมีไฟล์ทกลับดึกสุดเวลา 22.10 น. เรียกได้ว่าถ้าไปตอนเช้าแล้งกลับตอนดึกแบบนี้ มีเวลาเที่ยวได้เต็มๆ กันเลยทีเดียว

เห็นไหมว่าการไปเที่ยวต่างประเทศให้คุ้มนั้นไม่จำเป็นต้องมีเวลามากเสมอไป หากเรารู้จักบริหารเวลา เราก็สามารถไปเพลิดเพลินอย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าจองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียผ่าน Traveloka นะ คุ้มสุดๆ แน่นอนเพราะจองในแอป ก็ถูกแสนถูก แล้วบางทียังมีโค้ดส่วนลดให้เพื่อนๆ ได้เลือกใช้กันอีกด้วย นั่นแน่! เริ่มสนใจไปสิงคโปร์กันแล้วใช่ไหมล่ะ? รีบไปจองกันเลยดีกว่า