อย่าลังเลไปไยถ้าสัญชาตญาณแรกบอกว่าอยากไปก็ไปเลยแบบไม่ต้องคิดมาก ที่ว่าอย่างนั้นก็ เพราะว่าประเทศนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด (ถ้าผ่านการวางแผนมาเป็นอย่างดี) แถมยังมีที่เที่ยวอินเดียสวยๆ ชวนให้น่าประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งที่ถ่ายรูปกี่ชอตก็ชิค ด้านธรรมชาติพี่เขาก็มีให้คุณได้แบบอิ่มเอมแน่นอน   

จองตั๋วเครื่องบินไปอินเดียราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่

1. พระราชวังแห่งสายลม (Hawa Mahal)

เป็นแลนด์มาร์คใหม่เมื่อไม่นานมานี้ที่เหล่าคนชอบเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจจะต้องเลิฟสุดๆ สำหรับ “พระราชวังแห่งสายลม” หรือ “ฮาวามาฮาล” ที่แต่เดิมสร้างเอาไว้เพื่อเป็นฮาเร็มของมหาราชา ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายสีชาดตามสถาปัตยกรรมในแบบเปอร์เซียร์และโมกุลโบราณอีกทั้งถอดแบบมาจากรูปทรงมงกุฏของพระนารายณ์ โดยจุดเด่นที่เรียกแขกสุดๆ คงจะหนีไม่พ้นช่องหน้าต่างฉลุลายคล้ายรวงผึ้งสุดละเมียดที่มีจำนวนมากถึง 152 ช่องบ่งบอกถึงความละเอียดลออของช่างฝีมือโบราณที่ควรค่าแก่การไป
ชมด้วยตาจริงๆ

2. พระราชวังซิตี้พาเลซ (City Palace of Jaipur)

ด้วยโลเคชั่นของ “พระราชวังหลวง” นั้นอยู่ไม่ไกลกับฮาวามาฮาลเท่าไหร่ แถมภายในยังสวยงามและน่าถ่ายรูปในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นเคหสถานที่ออกแบบมาในสไตล์ราชบุตรฮินดูและโมกุลอิสลาม ทั้งคอร์ทยาร์ด รวมไปถึงนิทรรศการที่เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภันฑ์ Maharaja Sawai Man Singh II เอาแค่ ซุ้มประตูกับกำแพงวังที่ต้องมีเป็นสิบๆ ชอตแล้ว ด้านในที่สวยงามไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่าจะถ่ายรูปเพลินสักแค่ไหน   

3. ประตูเมืองลำดับที่ 9 (Patrika Gate)

และก่อนจะออกเดินทางไปยังแลนด์มาร์คอื่นถัดไปขอให้คุณได้แวะไปที่วงเวียน Jawahar Circle ก่อน เพราะ Patrika Gate หรือประตูเมืองแห่งชัยปุระนั้นก็เป็นจุดที่เราไม่อยากให้คุณพลาด ด้วยซุ้มประตูที่สวยไม่ธรรมดาทั้งเออะไปกับลวดลายอันแสนจะสดใสของ 9 โดม แม้ว่าที่นี่จะไม่มีบริเวณกว้างๆ ให้ เดินเล่นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เลยก็ตาม

4. ป้อมอาเมร์ (Amber Fort)

แม้จะห่างจากเมืองชัยปุระราวๆ 10 กิโลเมตรแต่ก็คุ้มค่าที่จะไปอยู่เด้อออ เพราะเอาแค่วิวด้านหน้าของตัวป้อมที่ตั้งอยู่บนผาสูงเหนือทะเลสาบเมาตา (Maota) ก็งดงามจนประเมินค่าไม่ได้แล้ว ส่วนใครที่อยากเห็นงานสถาปัตยกรรมด้านใน จะบอกว่าที่นี่สวยในแบบแบบผสมผสานระหว่างศิลปะฮินดูและราชปุตค่ะ อีกทั้งถูกจัดสรรแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ตั้งแต่พระที่นั่งอย่างท้องพระโรง พระตำหนัก ไปจนถึงสวนที่มีลักษณะเป็นรูปดาวแฉกที่ตั้งคั่นกลางระหว่างอาคารให้เหล่าท่านๆ ได้เดินชมความงดงามที่นอกเหนือไปจากจะได้ทึ่งไปกับดีเทลแต่ละจุดของป้อมปราการแต่เพียงอย่างเดียว

5. แชนด์ เบารี (Chand Baori)

จะไม่มีทางเที่ยวอินเดียได้ครบเลยหากทริปนี้คุณไม่ได้ไปเยือนบ่อน้ำขั้นบันไดที่ลึกที่สุดในอินเดียอย่าง “แซนด์ เบารี” บ่อน้ำที่สร้างเพื่อการกักเก็บน้ำหลังเกิดการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้อย่างหนัก แต่เหตุผลที่ทำให้อยากเยือนยิ่งกว่านั้นคือด้วยสิ่งก่อสร้างที่ถ่ายรูปยังไงก็ชิคคูล แถมที่นี่ยังเคยเป็นหนึ่งในโลเคชั่นสำคัญในภาพยนตร์ The Dark Knight Rises ซึ่งฉากเป็นที่คริสโตเฟอร์ โนแลน หรือมิสเตอร์แบทแมนในเรื่องถูกกักขังนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนหนังและอยากมาสัมผัสสถานที่จริงก็เชิญเลย รับรองว่าฟินลื้ม!

6. จันทาร์ มานทาร์ (Jantar Mantar)

เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวอย่างมีสาระกันบ้าง ซึ่งที่จันทาร์ มานทาร์นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงดาราศาสตร์ของเมืองชัยปุระ หอดูดาวที่สร้างโดยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ที่ 2 เนื่องจากพระองค์มีพระปรีชาสามารถในเรื่องของดาราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง บริเวณของจันทาร์ มานทาร์มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอย่างหอนาฬิกาแดดที่บอกเวลาได้อย่างแม่นยำอีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกอีกด้วย

7. พระราชวังกลางน้ำจาล มาฮาล (Jal Mahal)

หรือที่เรียกกันอย่างติดปากอีกชื่อหนึ่งว่า “พระราชวังฤดูร้อน” ตั้งโดดเด่นอยู่กลางผืนน้ำอันกว้างใหญ่ของมันสกาอีกทั้งมีทัศนียภาพของเทือกเขานหาร์การห์ฉาบอยู่ด้านหลัง แม้แต่เดิมตัวอาคารจะมี ขนาด 5 ชั้น แต่ด้วยความที่ชั้นล่างของพระราชวังถูกน้ำท่วมทำให้เหลือเพียงแต่โซนด้านบนที่โผล่ขึ้นมา เหนือน้ำให้นักท่องเที่ยวเช่นเราไ้ด้มาชื่นชมและถ่ายรูป

8. ป้อมนาหรครห์ (Nahargarh fort)

นอกจากจะได้ชมวิวมุมสูงของเมืองชัยปุระจากป้อมนาหรครห์แห่งนี้แล้ว สิ่งก่อสร้างนามนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ในปัจจุบันได้เปิดให้เป็นที่แสดงผลงานทางศิลปะ อีกทั้งเป็นมิวเซียมไปในคราวเดียวกันอีกด้วย   

9. ทัชมาฮาล (Taj Mahal)

สถาปัตยกรรมแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกทั้งเป็นสัญลักษณ์ของอินเดียที่ไม่ไปไม่ได้จริงๆ สำหรับ “ทัชมาฮาล” ตัวอาคารตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำยมุนาแห่งเมืองอัครา และใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่งภายในยาวนานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลตาและศิลาแลงตามแบบสถาปัตยกรรมแนวโมกุลของอินเดียและอาหรับเปอร์เซียนมุสลิม มีลักษณะสมมาตรและถูกสัดส่วนใน ทุกๆ ด้านที่ได้รับการยอมรับจากวงการสถาปนิก อีกทั้งวิจิตรงดงามไปด้วยการประดับประดาจากเพชรพลอย ท่ามกลางเนื้อที่ราวๆ 42 เอเคอร์ อ้อ! ทางที่ดีควรจะไปสถานที่นี้ในวันธรรมดาตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้าไม่อยากมีฉากหลังเป็นนักท่องเที่ยวอีกทั้งชาวอินเดียแทนที่จะเป็นทัชมาฮาล เดือนแล้วนะ!  

10. วิหารทองคำ (Golden Temple, Amritsar)

ใครที่เคยดูรายการหนังพาไปก็จะทราบดีว่าวิหารทองคำแห่งนี้สวยงามในทางสถาปัตยกรรม อีกทั้งเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้คนที่นับถือศาสนาซิกข์มากเพียงใด โดยตัววิหารสีทองที่ล้อมรอบด้วยน้ำทั้ง 4 ทิศคือจุดหมายปลายทางที่ผู้แสวงบุญต่างก็ต้องการไปเยือน รวมทั้งเราด้วยที่ก็อยากไปเห็นเป็นบุญตาสักครั้ง

11. ปารี มาฮาล (Pari Mahal)

ย้ายไปเที่ยวแคชเมียร์เมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็นสวรรค์บนดินกันบ้าง ซึ่งที่นี่โดดเด่นเรื่องความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ดังนั้นการชมวิวมุมสูงจึงเป็นกิจกรรมที่ควรต้องทำเป็นอย่างมาก อย่างการไปปารี มาฮาล สวนสวยที่มีเทอเรส 7 ชั้นทั้งยังอยู่บนยอดเขาซาบาร์วาน เมื่อกวาดสายตาจากด้านบนคุณจะเห็นถึงทิวทัศน์ของเมืองศรีนาการ์ไปจนถึงทะเลสาบดาลชื่อดังเลยทีเดียว    

12. โซนามาร์ค (Sonamarg)

3 ชั่วโมงจากตัวเมืองของศรีนาการ์ก็ถึงที่หมายอย่าง “โซนามาร์ค” สถานที่สุดโรแมนติกอีกแห่งในอินเดียที่คุณควรไปเช็คอินกัน
แบบด่วนๆ ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะทุ่งดอกมัสตาร์ดอันกว้างใหญ่เลียบแม่น้ำ
สินธุนั้นจะละลานตาไปด้วยสีเหลืองทองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แถมฉากหลังยังเป็นเทือกเขาหิมะขับให้ทุ่งแห่งทองคำสวยงามขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่า

13. ทะเลสาบนิจีน (Nigeen Lake)

ล่องเรือในแคชเมียร์ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ แต่ถ้าจะไปทะเลสาบดังๆ นักท่องเที่ยวเยอะๆ ก็คง จะเป็นอะไรที่วุ่นวายมากกว่าจะได้
ชิลล์ ซึ่งทะเลสาบนิจีนถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าทะเลสาบดาลประมาณนึง แต่เรื่องความสงบเงียบนั้นเค้าไม่แพ้ใคร จะพายเรือหรือนั่งเอื่อยริมตลิ่ง บอกเลยว่าระดับความฟินไม่แพ้กัน   

14. ป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort)

นครสีฟ้าหรือในอีกชื่อคือ “จ๊อดปูร์” เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์เก๋เกินจะมองข้าม เพราะไม่ใช่บ้านเมืองจะเต็มไปด้วยสีฟ้าแต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้คุณได้ไปทำความรู้จักมากขึ้นอีกด้วย อย่างป้อมเมห์รานการห์ ป้อมโบราณอีกทั้งเป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดแห่งอินเดีย ใหญ่ขนาดไหนก็กินพื้นที่เขากว่า 125 ลูกรวมถึงสร้างบนเนินเขาสูงถึง 122 เมตร คิดดูว่าวิวทั้งเมืองจ๊อดปูร์จะไปไหนเสีย       

15. ฮาเวลีพัทวันกี (Patwon Ki Haveli, Jaisalmer)

ชมเมืองไปแล้วมาชมสิ่งก่อสร้างที่เค้าเรียกว่าฮาเวลีกันบ้าง อ่ะ…แต่ก่อนจะพูดถึงฮาเวลีที่หรูหราที่สุดของเมืองจัยชัลแมร์ ต้องขอท้าวความก่อนว่าฮาเวลีคือคฤหาสน์เสนาบดี ซึ่งคนที่จะเป็นเจ้าของได้ก็แน่นอนว่าจะต้องมีเงินทองมากพอ อีกอย่างคือฮาเวลีของเมืองนี้มีจุดเด่นที่สร้างจากหินทรายทอง รวมถึงชั้นล่างก็จะต้องยกสูงเหนือพื้นดินเนื่องจากป้องกันฝุ่นของทะเลทรายนั่นเอง และคฤหาสน์เสนาบดีที่ยิ่งใหญ่กว่าบรรดาฮาเวลีด้วยกันก็คือ “ฮาเวลีพัทวันกี” โดยผู้ที่เป็นเจ้าของนั้นคือนักธุรกิจที่ร่ำรวยในยุคนั้น ที่ว่าอลังก็คืฮาเวลีพัทวันกีแห่งนี้มีจาโรกัสถึง 66 ระเบียงเลยทีเดียว

16. ทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake, Jaisalmer)

โอเอซิสขนาดใหญ่กลางทะเลสาบแหล่งน้ำสำคัญของชาวจัยชัลแมร์ รอบๆ ทะเลสาบคุณจะเห็นวัดและอนุสรณ์สถานที่สร้างจากหินทรายทองมากมาย ยิ่งถ้าในช่วงเย็นๆ ยามที่เงาได้สะท้อนน้ำ คุณเอ้ยยยยย สวยจนต้องกลั้นหายใจ!

17. ป้อมอัครา (Agra Fort)

พระราชวังที่ใช้เวลาสร้างอย่างยาวนานถึงสามยุคแห่งราชวงศ์โมกุล ด้านตัวอาคารทั้งหมดใช้หินทรายแดงในการปลูกสร้าง ตัวป้อมนั้นผนึกกำแพงสองชั้นทั้งมีทางเข้าครบ 4 ทิศ ภายในประกอบไปด้วยพระราชวัง, มัสยิด และสวนดอกไม้ รวมถึงเป็นที่คุมขังกษัตริย์อัคบาร์โดยบุตรชาย แล้วยังเป็นสถานที่ที่พระองค์ใช้ห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิตก่อนจะสิ้นพระชนม์

18. ฟเตหปุระสีกรี  (Fatehpur Sikri)

ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์สำหรับ “ฟเตหปุระสีกรี” หรืออดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิโมกุล ที่เป็นทั้งที่ตั้งของลานพระราชวัง พลับพลาที่ประทับ พระตำหนัก พระคลัง และซุ้มโค้ง โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กำแพงล้อมรอบ ตัวอาคารเน้นเป็นโทนสีสดจากหินทรายแดงเนื่องจากให้ความรู้สึกเป็นเอกภาพ และปัจจุบันนอกจากจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ท้องพระคลังเดิมยังเปลี่ยนรูปแบบเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีอีกด้วย

19. หอคอยกุตุบมีนาร์ (Qutub Minar)

หอคอยสุเหร่าที่สูงสุดในโลก เป็นหอคอยที่มีความสูงประมาณ 72.5 เมตร ถ้านับเป็นขั้นบันไดก็ 379 ขั้น ตัวหอคอยสร้างขึ้นจากหินทรายแดงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นถาวรวัตถุที่สวยงามและสมส่วน ซึ่ง ในปัจจุบันได้มีการห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปด้านบนหอสูงแล้ว เนื่องมาจากมีหลายรายที่ขึ้นไปเพื่อ อัตวินิบาตกรรม

20. วัดดอกบัว (Bahai Temple)

สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งแห่งของอินเดีย โดดเด่นด้วยรูปทรงดอกบัวโดยที่นี่ เปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ทั้งนี้ทั้งนั้นภายในวัดดอกบัวยังจัดแสดงงานศิลปะการแสดงที่สื่อถึงวัฒนธรรมประเพณีรวมถึงดนตรีและการเต้นสมัยใหม่อีกด้วย

20 ที่เที่ยวอินเดียตามที่ Traveloka ได้ชี้พิกัดไปด้านบนบอกเลยว่ามีแต่เด็ดๆ ปังๆ แถมยัง อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะใครที่ชอบถ่ายรูป พูดได้เลยว่านอกจากอินเดียก็ไม่มีอะไรที่เวิร์ค ไปกว่านี้ในตอนนี้อีกแล้วววว เอาล่ะ สำหรับใครที่เริ่มอยู่ไม่นิ่ง จงคลิกไปที่ Traveloka แล้วคุณจะเจอ เที่ยวบินถูกใจในราคาสุดคุ้มมากมาย กดเลยค่ะ!

จองตั๋วเครื่องบินไปอินเดียราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่