เวียดนามประเทศนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้บินไปเช็คอินกันอีกเยอะ เอาแค่ที่ Traveloka คัดมาให้ก็พาขึ้นเหนือจรดใต้กันจนมึนแล้ว แถมหลายๆ ที่เที่ยวในเวียดนามก็ยังถือว่าเป็นแลนด์มาร์คใหม่ (สำหรับคนไทย) เอาเป็นว่าไม่มีซ้ำในเพจท่องเที่ยวใดๆ แน่นอน ถ้าไม่เชื่อก็เลื่อนลงไปพิสูจน์เองเล้ยย

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่

1. อ่าวฮาลองเบย์ (Ha Long Bay)

เริ่มจากสถานเที่ยวเวียดนามสุดคลาสสิกที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกของเวียดนามกันก่อนนั่นก็คือ “อ่าวฮาลองเบย์” อ่าวที่มีผืนน้ำกว้างขวางถ้าวัดเป็นตัวเลขก็ราวๆ 1,500 ตารางกิโลเมตร งดงามด้วยธรรมชาติโดยรอบ มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่โผล่พ้นน้ำกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ มากกว่า 1,969 เกาะ โดยบางเกาะใหญ่ขนาดที่มีโรงแรมตั้งประจำการรอต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีอีกหลายเกาะที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ใครที่ชอบชมความงดงามของธรรมชาติอยากล่องเรือไปตามเกาะแก่งต่างๆ อ่าวฮาลองเบย์น่าจะเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน เราเชื่ออย่างนั้น         

 

2. ทะเลทรายมุยเน่ (White Sand Dunes)

ไม่ต้องบินไปไกลถึงแอฟริกาเวียดนามก็มีทะเลทรายให้คุณได้ฟินได้เหมือนกัน จากโฮจิมินห์แค่นั่งรถประจำทางเพียง 5 ชั่วโมงก็มาถึง “มุยเน่” เมืองตากอากาศที่อยู่ทางใต้ของประเทศเวียดนาม ที่นี่มีทั้งชายทะเลและสันทรายขนาดมหึมาจนคุณก็อดทึ่งไม่ได้ ถ้าให้แนะนำทะเลทรายขาวจะถ่ายรูปสวยกว่าทะเลทรายแดงมาก มีข้อแม้อย่างเดียวคือทะเลทรายขาวจะมีค่าเข้าสถานที่ ส่วนทะเลทรายแดงนั้นเปิดโล่งให้ใครต่อใครไปชมความงดงามได้ อ้อ! มาถึงแล้วจะไม่สไลเดอร์ลงมาจากบนยอดสันทรายก็คงจะกระไรอยู่ ลองดูค่ะ สนุกนะจะบอกให้   

 

3. เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc Island)

“ฟูก๊วก” เพิ่งจะบูมในไทยเมื่อไม่นานมานี้เพราะมีสายการบินของบ้านเราบินตรงไปถึงที่นั่นได้โดยที่ไม่ต้องแวะเมืองใหญ่ๆ ก่อน ซึ่งสำหรับคนที่ชอบเที่ยวอย่างเรานั้นถือว่าเป็นอะไรที่สะดวกสบาย แถมไม่เสียเวลามากมายเหมือนแต่ก่อนอีกด้วย สำหรับเกาะสวรรค์แห่งนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีเกาะขนาดแตกต่างกันออกไปถึง 28 เกาะ หากถามถึงสีของน้ำทะเลว่าใสไหม อยากบอกว่าทั้งสวยและเคลียร์ใสคล้ายเทอร์ควอยซ์เลยล่ะ ส่วนแนวปะการังก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากบนผิวน้ำ ทั้งบางหาดก็มีปลาดาวมาอวดความสวยงามของเรือนร่างกับบนผืนทรายเลยทีเดียว โดยเฉพาะ Sao Beach หาดที่ขึ้นชื่อของฟูก๊วก พูดเลยว่าหากใครได้ไปต้องมีโวยวายไม่อยากกลับแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์  

 

4. บานา ฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)

ที่เที่ยวเวียดนามล่าสุด ที่ใครๆ ก็อิน “บานา ฮิลล์” ที่ดานังมีสถานที่ท่องเที่ยวขนาดอลังแห่งใหม่กระตุ้นให้เราอยากไปเช็คอินเป็นอย่างมาก นั่นคือสะพาน Golden Bridge ที่มีอุ้งมือยักษ์รองรับสะพานไม้ที่โค้งตามแนวเขาเอาไว้ นอกจากนี้บานา ฮิลล์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น หมู่บ้านฝรั่งเศส, สวนสนุก, สวนดอกไม้, กระเช้า ไฟฟ้า, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง และวัดวาอารามที่สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เรียกว่าไปที่เดียวเที่ยวครบได้ทุกบรรยากาศเลย  

 

5. ถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)

ตัวถ้ำตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญาโซนภาคกลางของเวียดนาม และด้วยความที่เป็นภูเขาหินปูนที่อายุอานามมากกว่า 400 ล้านปีซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดของทวีปเอเชีย ภายในถ้ำจึงมีความเป็นที่สุดในหลายๆ ด้าน อาทิ มีเนินทรายและหินใต้น้ำสวยที่สุด, มีหินงอกหินย้อยลักษณะต่างๆ เรื่อยไปตั้งแต่รูปทรงที่สวยงามไปจนถึงงานพิสดารที่สุด, มีทะเลสาบน้ำจืดถายในถ้ำที่สวยที่สุด มีลำน้ำลอดภูเขายาวที่สุด อีกทั้งพื้นที่ในถ้ำกว้างและงดงามเป็นที่สุด เห็นอย่างนี้แล้วถ้าไม่ไปคงจะเสียดายแน่ หรือไม่จริง?    

 

6. ซาปา (Sa Pa)

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งเวียดนามเหนือที่ไปแล้วรู้สึกเหมือนได้บำบัดปอดไปในตัว หนึ่งคือโลเคชั่นที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาเรียกว่ามองไปทางไหนก็สบายตา ส่วนอากาศก็ยังเย็นสบายตลอดทั้งปี เพราะทำเลอยู่ใกล้กับยอดเขาฟานซีปังยอดเขาที่สูงที่สุดของเวียดนาม ดังนั้น กิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่นี่ก็คือการนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาที่ว่า รวมถึงซาปาอดีตเคยถูกยึดครองโดยประเทศฝรั่งเศส บรรยากาศในเมืองจึงมีกลิ่นอายของความเป็นตะวันตกอยู่เบาๆ ไม่ว่าใครที่เคยไปพักผ่อนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือยุโรปย่อมๆ ดีๆ นี่เอง

7. เมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Old Town)

ถ้าทริปเวียดนามนี้คุณได้หนีบเอาแฟนไปด้วย “ฮอยอัน” เมืองมรดกโลกที่แสนจะโรแมนติกคือตัวเลือกที่เหมาะเหม็งสุดๆ ค่ะ อีกอย่างการเดินทางจากดานังก็ไม่ได้ไกลมาก หลายคนเลยเลือกพักที่ดานังแล้วจัดให้ฮอยอันเป็น One Day Trip ไป ด้วยข้อดีคือขนาดของเมืองค่อนข้างกะทัดรัดเลยเหมาะสำหรับไว้เดินชิลล์ๆ ตามตรอกซอกซอย แต่ถ้าเมื่อยที่นั่นก็มีบริการเช่าจักรยาน อรรถรสที่ได้ก็จะสนุกสนานไปอีกแบบ สำพังเมืองเก่าฮอยอันก็มีเสน่ห์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะสถาปัตยกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี สีสันของอาคารยังทำให้รูปที่ถ่ายออกมาสวยจนไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ด้วย อ้อ! ไฮไลต์ของเมืองนี้ที่ไม่ไปเช็คอินไม่ได้ก็คือสะพานญี่ปุ่นค่ะ ถ้าไม่ไปข้ามหรือเห็นด้วยตา ทริปฮอยฮันของคุณอาจไม่สมบูรณ์แบบก็เป็นได้        

8. หาดญาจาง (Nha Trang Bay)

หนึ่งในหาดที่ป็อปปูล่าของเวียดนามจากความสวยงามของชายหาดที่ทอดยาวมากกว่า 6 กิโล เมตร ที่นี่เหมาะแก่การนอนอาบแดด นั่งเรือท่องไปตามเกาะแก่ง เล่นกิจกรรมทางน้ำ อีกทั้งมีหลายจุดที่นักดำน้ำจะต้องชื่นชอบ รวมถึงอาหารทะเลที่นั่นก็เป็นอะไรที่ควรโดน เพราะทั้งสดและอร่อยไม่แพ้อาหารทะเลที่มุยเน่เลยล่ะ   

9. ถ้ำซันดอง (Son Doong Cave)

ขึ้นชื่อว่าเป็นถ้ำที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับ “ถ้ำซันดอง” พื้นที่กว่า 9 กิโลเมตรทั้งมีความสูงมากถึง 200 เมตร แถมยังมีน้ำใต้ดินขนาดใหญ่อยู่ภายในพร้อมระบบนิเวศที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ ทำให้เหล่านักเดินถ้ำหลายคนใฝ่ฝันที่จะมาสำรวจถ้ำแห่งนี้ให้ได้สักครั้งหากมีโอกาส และด้วยสภาพของถ้ำที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การท่องเที่ยวภายในถ้ำเลยไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปีจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนั้นเราขอแนะนำว่าอาจเป็นอันตรายได้สำหรับท่านที่ไม่ชำนาญในพื้นที่   

10. สวนดอกไม้เมืองหนาว (Dalat Flower Garden)

ดอกไม้กว่า 300 สายพันธุ์ที่ผลัดกันบานสะพรั่งในแต่ละช่วงของปี คุณสมบัติที่ว่านี้เลยทำให้สวนดอกไม้เมืองหนาวของดาลัตไม่เคยไม่งดงามแม้สักครั้ง และเพราะตัวสวนตั้งอยู่ที่ตอนเหนือของทะเลสาบซวนเฮืองซึ่งนับว่าอยู่กลางในเมืองดาลัต ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทัวร์ลิสต์รวมถึงคนเวียดนามด้วยกันเองก็ชื่นชอบที่จะไปชื่มชมความสวยงามของพรรณไม้ ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน    

11. โบสถ์ทันดินห์ (Tan Dinh Church)

โบสถ์ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของนครโฮจิมินห์ สวยงามด้วยอาคารที่อาบสีชมพูพาสเทลทั้งหลัง ดูโอ่อาแข็งแรงตามสถาปัตยกรรมโรมันแล้วยังเหมาะกับการถ่ายภาพอีกด้วย ใครที่เป็นสายเซลฟี่รับรองมีกรี๊ดเพราะไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ชิคซะหมดจนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาภาพไหนอัพลงไอจี อีกอย่างก็คือนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไปโบสถ์นอร์ทเธอดามมากกว่า ดังนั้นที่นี่ไม่มีซ้ำแน่นอน

12. สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh’s Mausoleum)

ย้ายมาฮานอยเที่ยวแลนด์มาร์คภาคบังคับกันบ้าง สำหรับ “สุสานโฮจิมินห์” สุสานของอดีตท่านผู้นำคนสำคัญของประเทศเวียดนาม ตัวอาคารได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากสุสานของเลนิน รอบๆ ประดับไปด้วยดอกไม้และต้นไม้กว่า 250 ชนิด สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามาชมสุสานต้องบอกก่อนว่าที่นี่จะปิดทำการทุกวันจันทร์และศุกร์ อย่ามาผิดวันล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่บอก   

13. ประสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary)

อีกหนึ่งเมืองมรดกโลกของเวียดนาม แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยปราสาทหินเก่าแก่และเจดีย์โบราณที่จัดเป็นโบราณสถานที่มีสถาปัตยกรรมแบบฮินดูที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคอินโดจีน บริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมีเซินอยู่ระหว่างฮานอยและดานังโดยกินพื้นที่ทั้งหมด 2 ตารางกิโลเมตรอดีตเคยเป็นนครศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรจามก่อนที่จะล่มสลายในช่วงศตวรรษที่ 15 ตัวโบราณสถานล้อมรอบไปด้วยภูเขาถึงแม้จะร่มรื่นแต่ช่วงกลางวันอากาศจะค่อนข้างร้อน ดังนั้นไปเที่ยวช่วงเช้าจะ โอเคกว่ามาก ทั้งนี้ทั้งนั้นสถานที่แห่งนี้มีการเก็บธรรมเนียมค่าเข้าประมาณ 200 บาท ใครใคร่สะดวกก็เชิญก็มาเยี่ยมชมได้เลย คุ้มค่าแน่นอนค่ะ     

14. น้ำตกฟงกัว (Pongour waterfall)

ได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่งดงามที่สุดของเมืองดาลัต ตัวน้ำตกสูงสง่าอีกทั้งกว้าง ทัศนียภาพรอบด้านก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายภายในเมือง เที่ยวน้ำตก (โดยเฉพาะน้ำตกฟงกัว) ก็เป็นไอเดียที่เริ่ดอยู่นะ ลองดูค่ะ ลองดู    

15. โรงละครฮานอย (Hanoi Opera House)

โรงละครกลางเมืองฮานอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่ถูกฝรั่งเศสยึดครอง สวยงามตามสไตล์สถาปัตยกรรมแบบโกธิคและกรีก ภายในตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา เหมาะมากกับใครที่ชอบชมงานสถาปัตยกรรมในแบบยุโรปเพราะโอเปร่าเฮ้าส์แห่งนี้ยังคงรักษาสภาพเดิมเอาไว้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยทีเดียว อีกอย่างก็คือปัจจุบันโรงละครก็ยังเปิดทำการแสดงอยู่ ตามไปดูกันได้ค่ะ    

16. พระราชวังเว้ (Complex of Hue Monuments)

ตัวพระราชวังจะเห็นได้เลยว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนแบบทั่วทุกอณู ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรมไปจนถึงสีสันของอาคาร กำแพงชั้นแรก (จากทั้งหมด 3 ชั้น) คือป้อมปราการเมืองหลวง มีลักษณะโอบล้อมรอบเมืองกินพื้นที่ถึง 10 กิโลเมตร มีทางเข้ามากกว่า 10 ทางและในขณะเดียวกันก็มีซุ้มปืนใหญ่ทั้งสองฟากรวมแล้วอยู่ที่ 9 ซุ้ม (แทนฤดูกาลทั้ง 4 และธาตุทั้ง 5) ชั้นต่อมาเป็นป้อมปราการหลวงและมีทางเข้าราว 4 ประตู ในอดีตประตูทางทิศใต้เป็นทางเข้าสู่ท้องพระโรงไทฮัว และมีเพียงกษัตริย์เท่านั้นที่จะเสด็จเข้าออกประตูนี้ได้ และกำแพงชั้นในสุดคือป้อมปราการต้องห้ามที่ภายในเป็นที่ประทับของกษัตริย์ทั้ง 13 พระองค์ในราชวงศ์เหงียน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาสภาพยังคงสมบูรณ์ มีเพียงแค่ตรงลานกว้างที่ก่อนเคยเป็นห้องทรงงานที่ไม่เหลือแม้แต่เค้าโครง เนื่องจากเหตุระเบิดนั่นเอง

17. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Fine Arts Museum‎)

อาคารสไตล์โคโรเนียลที่ด้านในอัดแน่นไปด้วยงานศิลปะมากมาย ใครชอบเดินมิวเซียมต้องการชมภาพเขียนและงานศิลปะในแขนงต่างๆ น่าจะต้องถูกใจกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แต่คนไหนที่ไม่อินเท่าไหร่กับงานศิลป์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮจิมินห์ก็ยังน่าไปอยู่ดีเพราะเป็นอีกที่ที่ถ่ายรูปสวยมาก ทั้งยังมีหลายมุมหลายบรรยากาศเอาเป็นว่าได้รูปไปโพสต์ยันปีหน้าแน่นอน เชื่อเรา     

18. ทุ่งหญ้าสีชมพู (Thung Lũng Vàng Suối Vàng)

ดาลัตไม่ได้มีแค่สวนดอกไม้เมืองหนาวแต่ยังมีฮอตสปอตที่ควรไปโดนอย่าง “ทุ่งหญ้าสีชมพู” ด้วย หญ้าที่ออกดอกสีชมพูพาสเทลเต็มพื้นที่พร้อมกับผืนทะเลสาบและมีฉากหลังคือภูเขา นอกจากจะถ่ายรูปยังไงก็ขึ้นแล้ว ที่นี่อากาศยังเย็นสบายจนหลายๆ คนอยู่ได้เลยทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ แต่ทุ่งหญ้าสีชมพูนี้จะเกิดขึ้นแค่ในช่วงปลายพฤศจิกาถึงต้นธันวาของทุกปีเท่านั้น ดังนั้นใครไปผิดช่วงอาจจะไม่ได้เห็นแบบนี้นะจ๊ะ เผื่อใจเอาไว้ด้วย        

19. น้ำตกดาตันลา (Datanla Waterfall)

ยังอยู่ที่ดาลัตเพราะที่เที่ยวของเค้านั้นเยอะซะเหลือเกิน สำหรับ “น้ำตกดาตันลา” ก็เป็นอีกแลนด์มาร์คในดาลัตที่ควรต้องแวะไปซึบซับบรรยากาศ โดยน้ำตกแห่งนี้เกิดจากภูเขาหินอ่อนถึงแม้จะไม่สูงมาก (20 เมตร) แต่ความสวยงามอีกทั้งความสมบูรณ์ทางธรรมชาตินั้นก็ไม่แพ้น้ำตกที่ไหนๆ เลย  

20. ลานอเนกประสงค์กลางเมืองดาลัต (Lam Vien Square)

ลานกว้างกลางเมืองดาลัตบรรยากาศสุดคึกคักคือที่ตั้งของโดมลักษณะคล้ายดอกตะวันป่าและ ดอกอาร์ติโชค โดยสร้างตามสัญลักษณ์สำคัญของเมืองตากอากาศแห่งนี้ ภายในโดมดอกตะวันป่าคือ ห้างสรรพสินค้า ด้านโดมดอกอาร์ติโชคคือคาเฟ่ขนาด 2 ชั้นที่ชื่อโดฮาที่นับว่าเป็นร้านกาแฟยอดนิยมของชาวดาลัตเลยทีเดียว    

 

ที่เที่ยวเวียดนาม 20 แห่งใช่ว่าจะไปครั้งเดียวแล้วเก็บได้ครบ ดังนั้นการแบ่งเป็นทริบๆ เที่ยวตาม เมืองใกล้ๆ ก็เป็นอะไีรที่ไม่เหนื่อยมาก แล้วถ้ายิ่งได้โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาดี การไปเที่ยวทั้ง 20 ที่ ตามลายแทงก็คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์อย่าง Traveloka นั้นถือว่า เป็นตัวช่วยชั้นดีเลยล่ะ ลองคลิกดู

 

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามราคาพิเศษ กับ Traveloka คลิกที่นี่