ใครที่กำลังจะไปญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวนี้ แต่ยังไม่ได้วางแพลนอะไรมาก Traveloka ขอแนะนำ 10 เมืองที่ห้ามพลาดในหน้าหนาว ใครเป็นสายชมไฟ สายชมธรรมชาติ สายแช่ออนเซ็น สายอนุรักษ์ ขอบอกเลยว่าเราขนข้อมูลมาให้ครบ! แต่ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka กันก่อนนะ จองง่ายมีหลายสายการบินให้เลือกทั้งฟูลเซอร์วิสและโลว์ครอส

ที่สำคัญการเดินทางไปญี่ปุ่นกับ Traveloka อุ่นใจแน่นอนเหมือนมีเพื่อนสนิทไปเที่ยวด้วย เพราะเมื่อมีปัญหาต่างๆ ในเรื่องการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักก็จะมีศูนย์บริการลูกค้าคอยให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงเลย คิดจะไปเที่ยวญี่ปุ่นจองกับ Traveloka ดีกว่าจริงๆ 

จองตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่นราคาพิเศษกับ Traveloka

ถ้าเช็คราคาตั๋วเครื่องบินพร้อมแล้วก็ไปส่องที่เที่ยวกันได้เลย

1.ซัปโปโร (Sapporo)

ใครมาญี่ปุ่นหน้าหนาวต้องห้ามพลาดสำหรับเมืองซัปโปโร ที่คนชื่นชอบการเล่นสกีต้องประทับใจอย่างแน่นอน เพราะซัปโปโรมีสกีรีสอร์ทชื่อดังให้เล่นท้าทายความหนาวท่ามกลางหิมะสีขาวไกลสุดลูกหูลูกตา แต่ถ้าใครเป็นคนชอบความโรแมนติกหรือแสงไฟยามค่ำคืนขอบอกเลยว่าซัปโปโรก็ตอบโจทย์ เพียงขึ้นไปชมวิวบนภูเขาก็สามารถเห็นแสงไฟได้ทั้งเมือง แต่ที่เป็นไฮไลท์เลยคงต้องพูดถึง เทศกาลหิมะและน้ำแข็งแกะสลักเมืองซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ความอลังการและความสวยงามของงานประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาซัปโปโรในหน้าหนาวอย่างล้นหลาม

เวลาเปิดปิด : เทศกาล Sapporo Snow Festival  จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เปิดไฟเวลา 17:00 – 21:00 น.

ค่าเข้า : ฟรี

 

2. โอตารุ (Otaru)

เมืองโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด เป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญทางการท่องเที่ยวในหน้าหนาว เนื่องจากมีเทศกาลประจำเมืองคือ Otaru Snow Light Path Festival คือการประดับประดาริมคลองโอตารุและแทบจะทั้งเมืองด้วยโคมไฟสีเหลืองอบอุ่น อีกทั้งยังมีการปั้นหิมะตกแต่งตามรายทาง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ เหมือนหลุดออกมาจากโลกการ์ตูน ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่หลงใหลความโรแมนติกให้ไปลองเยี่ยมชมสักครั้ง

เวลาเปิดปิด : เทศกาล Otaru Snow Light Path Festival  จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เปิดไฟเวลา 17:00 – 21:00 น.

ค่าเข้า : ฟรี

 

3. นิเซโกะ (Niseko)

หน้าหนาวหากใครอยากมาเล่นสกีโดยเฉพาะขอบอกว่าต้องมาที่เมืองนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด เมืองนิเซโกะมีสกีรีสอร์ทตั้งอยู่มากมาย แม้แต่คนเล่นไม่เป็นก็สามารถเล่นได้ เพราะภูเขาที่นิเซโกะมีความสูงที่พอเหมาะ ไม่สูงหรือเตี้ยเกินไป เหมาะสำหรับทั้งมือโปรและมือสมัครเล่น แถมหิมะยังขาวเนียนละเอียดสุดๆ นอกจากสกีแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ อาทิ สโนว์โมบิล สโนว์บอร์ด ให้ตะลุยหิมะกันจนหนำใจ

เวลาเปิด – ปิด : ขึ้นอยู่กับแต่ละรีสอร์ท

ค่าเข้า : ขึ้นอยู่กับแต่ละรีสอร์ท

 

4. โนโบริเบทสึ (Noboribetsu)

สายรักสุขภาพ รักความชิลต้องหลงรักโนโบริเบทสึอย่างแน่นอน เพราะโนโบริเบทสึเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำพุร้อนเป็นอย่างมาก ที่นี่มีที่ท่องเที่ยวนิยมคือ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jikogudani) ที่มีบ่อน้ำพุร้อนมากถึง 9 บ่อด้วยกัน แม้ชื่อจะมีความน่ากลัวแต่ทิวทัศน์ของที่นี่ไม่ได้เป็นไปตามชื่อ เพราะเมื่อถึงหน้าหนาวจะมีเจ้าลิงน้อยใหญ่ลงแช่ออนเซ็นกันจนเกิดเป็นภาพน่ารักน่าชังให้ได้หยิบกล้องขึ้นมาเก็บความน่ารักของมันอย่างแน่นอน

เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 8:30 – 17:00 น.

ค่าเข้า : ค่าเข้าหุบเขานรกจิโกคุดานิ ราคา 800 เยน

 

5. คาวาซึ (Kawazu)

เมืองคาวาซึ เป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนให้มาเยือน เนื่องจากมีเทศกาลสำคัญอย่าง Kawazuzakura Cherry Blossom Festival หรือเทศกาลดอกซากุระนั่นเอง ทันทีที่เดือนกุมภาพันธ์มาเยือน ดอกซากุระนับ 8,000 ต้นจะผลิบานสะพรั่งพร้อมกันเรียงรายตามริมคลองอย่างสวยงาม สีชมพูของดอกซากุระทำให้เมืองคาวาซึเป็นเมืองนอดนิยมในการมาดูหิมะเป็นอย่างมากใครอยากได้รูปสวยๆ ชมธรรมชาติฟินๆ อย่าลืมแพลนเมืองคาวาซึลงไปในแผนการเดินทาง

เวลาเปิดปิด : ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม

ค่าเข้า : ฟรี

 

6. โตเกียว (Tokyo)

เรื่องเทศกาลหน้าหนาวเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวก็ไม่แพ้เมืองไหนเช่นกัน โตเกียวในหน้าหนาว เราจะได้พบกับความโรแมนติก โดยเฉพาะช่วงก่อนวันคริสมาสต์ไปจนถึงวันปีใหม่ เพราะทั้งเมืองจะประดับประดาแสงไฟตามตึกห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร รวมถึงถนนย่านสำคัญ และถ้าหากใครไปโตเกียวในช่วงต้นฤดูหนาว ก่อนเข้าสู่เดือนธันวาคม ยังมีโอกาสได้ชมความสวยงามของต้นแปะก๊วยที่เปลี่ยนใบเป็นสีเหลืองทองอร่ามทั่วทั้งบริเวณถนน IchoNamiki หรือ Ginkgo Avenue นั่นเอง

เวลาเปิดปิด : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

ค่าเข้า : ฟรี

 

7. ชิคาโออิ (Shikaoi)

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ตามหาหน้าหนาวที่แปลกใหม่ เราขอแนะนำให้คุณมาที่เทศกาล Shikaribetsu Kotan ณ อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึ (Daisetsu National Park) ที่เมืองชิคาโออิ หน้าหนาวของที่นี่จะมีการสร้าง Igloo หรือบ้านน้ำแข็งแบบชาวเอสกิโมบนทะเลสาบที่แข็งตัวจนกลายเป็นน้ำแข็ง แถมที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่วมชิลไปกับคอนเสิร์ต บาร์ คาเฟ่ หรือถ้าหากอยากแช่ออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางอุณหภูมิติดลบก็ย่อมได้

เวลาเปิดปิด : ปลายมกราคม ต้นมีนาคม

ค่าเข้า : ฟรี

 

8. ทาคายามะ(Takayama)


เมืองคาทายามะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมรดกโลกอย่างชิราคาวาโกะ (Shirakawago) นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและอนุรักษ์ต้องห้ามพลาดหมู่บ้านแห่งนี้เด็ดขาด ตัวบ้านจะทำด้วยไม้ที่แข็งแรงแบบดั้งเดิม เมื่อเข้าหน้าหนาวหิมะจะตกลงมาปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน ยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟสีเหลืองนวล เหมือนหลุดออกมาจากนิทานสักเรื่อง ใครเห็นบรรยากาศแบบนี้เห็นจะมีแต่คำว่าหลงใหลและหลงรักเท่านั้น

เวลาเปิดปิด : ไม่มี

ค่าเข้า : ฟรี

 

9. ฟูกูชิมะ (Fukushima)

มีหมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุ(OuchiJuku) ที่จะจัดเทศกาลสำคัญในหน้าหนาวคือ Ouchijuku Snow Festival ที่มีการเฉลิมฉลองและปั้นหิมะเป็นรูปร่างต่างๆ ภูมิทัศน์หมู่บ้านมีความสวยงามมีเสน่ห์ด้วยสีขาวที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ รวมไปถึงหลังคาบ้าน ต้นไม้ต่างๆ เกิดเป็นภาพน่ารักให้น่าแชะภาพเก็บไว้ในความทรงจำ พอตกกลางคืนจะมีการจุดพลุเฉลิมฉลองขึ้นบนท้องฟ้าท่ามกลางความคึกคักของนักท่องเที่ยว

เวลาเปิดปิด : ต้นเดือนกุมภาพันธ์

ค่าเข้า : 250 เยน

 

10. โซอุนเคียว (Sounkyo)

เมืองโซอุนเคียว มีเทศกาลสำคัญในหน้าหนาวคือ Sounkyo Ice Fall Festival ที่มีการเนรมิตหมู่บ้านให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ มีการสร้างเป็นบ้านหรือปราสาทน้ำแข็งขนาดใหญ่อลังการและแข็งแรง มีการแกะสลักน้ำแข็ง และหิมะเป็นรูปร่างต่างๆ ให้คนหลายคนได้เข้าไปอยู่ข้างในได้ บริเวณปราสาทก็จะมีการจัดตกแต่งไฟหลากสี ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนมาเยี่ยมเยียน

เวลาเปิดปิด : ช่วงเดือนมกราคม มีนาคม เวลา 16:00 – 22:00 น.

ค่าเข้า : 200 เยน

คัดมาให้แล้วเน้นๆ สำหรับ 10 เมืองที่ควรไปเยือนในหน้าหนาวของญี่ปุ่น ใครได้ไอเดียแล้วเตรียมวางแพลน แพ็คกระเป๋า จองตั๋วและที่พักญี่ปุ่นในราคาสบายกระเป๋า เพราะมีส่วนลดให้ตลอด จองกับ Traveloka รับรองว่ามีเงินเหลือ ไปชมความสวยงามที่ญี่ปุ่นอีกเพียบ!