ใครนึกไม่ออกจะไปเที่ยวไหน ไปเที่ยวประเทศเวียดนามกันหน่อยมั้ย ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล บินไปแป๊ปเดียวถึง แถมยังเป็นประเทศที่เหมาะกับคนอยากเที่ยวต่างประเทศ แต่มีงบประมาณจำกัดมากเว่อร์ เพราะการบินไปที่นี่ตั๋วเครื่องบินก็ถูก ที่พักก็ถูก ค่าครองชีพก็ถูก ฉะนั้น เราเลยเก็บเอาทริปเวียดนามใต้ของเรา จากการบินไปโฮจิมินห์-มุยเน่ เที่ยวทะเลทรายมาฝากกัน

ที่บอกว่าการไปเที่ยวเวียดนามอะไรก็ถูก เรามาเริ่มต้นด้วยการจองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามก่อนเป็นไง สายการบินที่ถูก แถมคุ้มค่ากับการไปเวียดนามของเราในครั้งนี้ ก็คงต้องยกให้กับสายการบินนกแอร์ ซึ่งเราได้จองผ่าน Traveloka โดยราคาตั๋วก็ไม่แพง ไปกลับประมาณสองพันกว่าๆ ถึงสามพัน ถือว่าคุ้มสุด แต่ที่มาเลือกจองกับ Traveloka ก็ตรงที่เราไม่มีบัตรเครดิตนี่แหละ เลือกจองผ่านการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม สบายใจ กันไป ใครสนใจเราก็แนะนำเลยที่นี่ สำหรับการจองตั๋วนกแอร์ ไม่ว่าจะไปลงที่โฮจิมินห์หรือไปที่ไหนๆ ก็ตาม ทีนี้จองตั๋วเครื่องบินเสร็จ แพ็คกระเป๋าได้ ก็ไปลุยเที่ยวเวียดนามกันเลย

1 วันในโฮจิมินห์

โฮจิมินห์ เป็นศูนย์กลางของเวียดนามตอนใต้ ที่เดิมชื่อไซง่อน ความโดดเด่นของที่นี่ ก็คงต้องยกให้กับความจอแจของมอเตอร์ไซด์และสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ที่สะท้อนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แบบ 1 วันก็เที่ยวได้ทั่วจริงๆ

ฉะนั้น เริ่มต้นทริปนี้ เราขอให้คุณจองที่หลับที่นอนในย่านฟามงูเหลา (เหมือนย่านข้าวสารในไทย) เพราะมีราคาถูก และเป็นแหล่งรวมที่พัก ที่กิน และรถที่จะไปยังทะเลทรายมุยเน่หรือเมืองฟานเถียต เอาเป็นว่าพักย่านนี้ ง่ายที่สุด

และในส่วนของที่เที่ยวหลักๆ ในโฮจิมินห์ ก็มักจะอยู่ในย่านนี้ ซึ่งก็คือเขต 1 หรือ District 1 (Qun 1) โดยพอเก็บกระเป๋าเสร็จก็อาจจะเริ่มตรงตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market) ซึ่งเป็นตลาดของใช้ของฝาก ที่สามารถเดินมาได้จากฟามงูเหลา แต่ถ้าคุณคิดว่าไม่ใช่สายช้อป เราแนะนำให้เดินมาที่ถนนเลอลอย (Le Loi)

ก็เพราะถนนเลอลอยเส้นนี้ มีร้านขายของที่ฮิปๆ ทั้งของแต่งบ้าน ของฝาก ที่ตัวร้านตกแต่งได้อย่างมีสไตล์และสะท้อนความเป็นเวียดนามได้ดี รวมไปถึงยังเป็นที่ตั้งของร้านดังอย่าง “L’Usine” โดยร้านนี้เป็นตึกแถว ต้องสังเกตให้ดี ไม่อย่างงั้นอาจเดินเลย โดยชั้นล่างก็จะเป็นอารมณ์ขายของจากแบรนด์เก๋ๆ ต่างๆ ส่วนชั้น 2 ก็เป็นคาเฟ่ ที่มีโต๊ะแบบ Co-working Space ให้ได้นั่งร่วมกันทำงาน ส่วนเมนูก็มีทั้งชา กาแฟสไตล์เวียดนาม และอาหารเช้าแบบต่างๆ ยังไงใครได้ไป ก็ควรไปลอง

กินอิ่มแล้ว เดินเที่ยวกันเลยไปยัง “ศาลากลาง” (City Hall) และ “จัตุรัสโฮจิมินห์” โดยเฉพาะตรงจัตุรัสจะคึกคักมากเป็นพิเศษในตอนค่ำ ฉะนั้น ควรหาเวลามาให้ได้ทั้งช่วงกลางวัน เพื่อถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสวยๆ พร้อม Café Hopping ไปกับ “คาเฟ่อพาร์ทเมนท์” ซึ่งเป็นอาคารอพาร์ทเมนท์เก่าสูง 9 ชั้น ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ รวมๆ กันถึงกว่า 30 ร้าน สังเกตให้ดีล่ะ

นอกเหนือจากนี้ คุณอาจเดินเล่นชมสถาปัตกรรมสไตล์ยุโรปที่พบได้ในย่านนี้ หากเดินไปเรื่อยๆ ซึ่งก็มีทั้งโรงแรม Hotel Continental Saigon, Saigon Opera House และ Grand Hotel Saigon ที่พอถ่ายรูปออกมาแล้ว เหมือนหลุดไปอยู่ในประเทศแถบยุโรปเลยทีเดียว

และอย่าลืมไปต่อยังโบสถ์นอร์ทเธอดาม และไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ที่อยู่ติดกัน เป็นอันปิดทริปที่เมืองโฮจิมินห์ แบบเช็คอินครบ จบวันเดย์ทริปแบบสบายๆ

 

1 วันที่ทะเลทรายมุยเน่

เมื่อเที่ยวโฮจิมินห์จนจุใจ ในตอนกลางคืน เราแนะนำให้มาซื้อตั๋วไปเมืองฟานเถียตกันไว้ก่อน โดยสามารถมาซื้อได้ที่ PHUONG TRANG ซึ่งเป็นห้องแถวสีส้มๆ ใหญ่ๆ ส่วนรอบออก ก็ควรออกตั้งแต่เช้า เพื่อไปถึงที่ฟานเถียตตอนเที่ยง แล้วลุยเที่ยวแบบครึ่งวัน ลุยทะเลทรายของเวียดนาม

บอกเลยว่าการเดินทางจากโฮจิมินห์ไปฟานเถียต เพื่อลุยทะเลทรายมุยเน่นี่ไม่ลำบากอย่างที่คิด เพราะรถที่ใช้ในการไปนั้นเป็นรถนอน ที่ทั้งนั่งทั้งนอนสบาย หายห่วงจริงๆ

พอมาถึงที่นี่จะรู้ได้โดยทันทีว่า “เมืองฟานเถียต” เป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียง น่ามาพักผ่อนมากๆ ทั้งในเรื่องของที่พักราคาถูกและในเรื่องของการเป็นเมืองรีสอร์ต ที่มีชายหาดสวยงาม ทั้งยังมีสถานที่น่าเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่าง “มุยเน่” ซึ่งเป็นทะเลทรายแห่งเดียวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พอมาถึงก็เก็บกระเป๋า พักสักครู่ แล้วเราแนะนำให้ซื้อทริปกับทางโรงแรมที่คุณเข้าพักได้เลย โดยเท่าที่จำได้ ทางที่พักแต่ละแห่งจะมีทั้งทริปที่รวมกับคนอื่นๆ และทริปแบบส่วนตัว แต่ถ้ามากับกลุ่มเพื่อนเกิน 4 คน ให้ซื้อทริปแบบส่วนตัวจะคุ้มกว่าแน่นอนและรถที่จะพาเราไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของที่นี่ก็จะเป็นรถจี๊ป ได้ฟีลลุยๆ มากๆ

ส่วนบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวแบบครึ่งวันที่เราแนะนำ คนขับก็จะพาเราไปแบบไม่ต้องบอกอยู่แล้ว นั่นก็คือ “แฟรี่ สตรีม” (Fairy Stream) ซึ่งเป็นเนินทราย ผสมภูเขาหินปูนสลับกันไปมา ที่ถูกกัดเซาะโดยลมน้ำตามธรรมชาติ จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่

ถัดมาก็คือ “หมู่บ้านชาวประมง” (Fisherman Village) ซึ่งไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะไฮไลท์ของที่นี่คือ “เรือกระด้ง” ที่ชาวประมงใช้ออกไปทำประมง รูปร่างก็เหมือนกะละมังลอยน้ำสีสดใส ลอยอยู่เต็มไปหมด บอกเลยว่าจุดนี้ ถ่ายรูปสวยมาก

ปิดท้ายสถานที่ท่องเที่ยวด้วยไฮไลท์อย่าง “ทะเลทรายขาว” (White Sand Dunes) ทะเลทรายแบบปิดที่ต้องเสียค่าเข้า โดยทะเลทรายที่นี่ทั้งกว้างใหญ่ ทั้งสะอาด เต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั้งขับรถ ATV ขับรถจี๊ป และการถ่ายรูปเล่นต่างๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี “ทะเลทรายแดง” (Red Sand Dunes) ที่เป็นแบบเปิด มีการหาบเร่ขายของในเขตทะเลทราย และก็มีกิจกรรมอย่างการเล่นสไลด์เนินทราย เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ชอบ

ทั้งนี้สิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งเมื่อมาเยือนที่นี่เลยก็คือ การรับประทานอาหารทะเล ที่ทั้งสดและถูก โดยร้านอาหารทะเลก็หาไม่ยากจริงๆ ปิดทริป ทั้งกินเที่ยวพักผ่อน รับรองว่าฟิน แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ ทริปเวียดนามนี้จะประหยัดได้จรอง เริ่มจากการหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก ไม่ว่าจะนกแอร์หรือสายการบินไหนๆ ก็ต้องที่ Traveloka

จองตั๋วนกแอร์กับ Traveloka คลิกที่นี่