เบื่ออากาศร้อนแถมด้วยปัญหามลภาวะในบ้านเราที่ทำเอาหลายคนสุขภาพกายและใจอ่อนแอสะสม มาชาร์จแบตให้พลังเต็มเปี่ยมด้วยการไปเที่ยวญี่ปุ่น ชมดอกซากุระบานสะพรั่งท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ณ แดนอาทิตย์อุทัยดีกว่า งานนี้เรารวบรวมมาให้กันแบบจุใจจากหลากหลายจุดทั่วเกาะญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือสุดอย่างฮอกไกโดไปจนจังหวัดทางใต้อย่างคุมาโมโตะ และนี่คือ  “20 พิกัด หนีร้อนไปนอนดูซากุระ”  

 

 

  1. สวนสาธารณะโกะเรียวกะคุ (Goryokaku Park), ฮอกไกโด (Hokkaido)

แค่ดีไซน์ของสวนก็สวยเก๋น่าเที่ยวมากพอแล้ว สำหรับป้อมปราการแห่งแรกในญี่ปุ่นนี้ ที่ถูกออกแบบสไตล์ตะวันตกในยุคเอโดะ ยิ่งช่วงซากุระผลิบานบอกเลยว่างามแท้แลตะลึง โดยเฉพาะเมื่อมองลงมาจากจุดชมวิวบนหอคอยป้อมโกะเรียวกะคุ (Goryokaku Tower) จะเห็นทิวทัศน์ของสวนรูปดาวที่มีพรรณไม้เขียวขจีโอบล้อมด้วยคูน้ำสีฟ้าใส แต่งแต้มด้วยสีชมพูละมุนตาของต้นซากุระหลากสายพันธุ์ซึ่งปลูกไว้ราว 1,600 ต้นทั่วบริเวณ

พิกัด : สวนสาธารณะโกะเรียวกะคุ (Goryokaku Park)

 

2. สวนมัตสึมาเอะ (Matsumae Park), ฮอกไกโด (Hokkaido)

อีกหนึ่งพิกัดในจังหวัดฮอกไกโดที่คนรักซากุระต้องปักหมุด โดยปราสาทมัตสึมาเอะ (Matsumae Castle) และสวนมัตสึมาเอะ (Matsumae Park) ถือเป็นสัญลักษณ์และสถานที่ชมซากุระอันมีชื่อเสียงของเมืองมัตสึมาเอะ ภายในสวนแห่งนี้มีซากุระถึง 250 สายพันธุ์รวมกว่า 10,000 ต้น (แถมยังมีดอกไม้สวย ๆ ชนิดอื่นมากมาย อาทิ ดอกกุหลาบ, ดอกโบตั๋น, ดอกไฮเดรนเยีย) เรียกว่าอลังการตระการตาสมฉายา “ถิ่นกำเนิดแห่งซากุระ”

พิกัด : สวนมัตสึมาเอะ (Matsumae Park)

 

 

3.ริมแม่น้ำชิโรอิชิ (Hitome Senbonzakura, Shiroishi River), มิยะงิ (Miyagi)

ถ้ามาภูมิภาคโทโฮกุแล้วไม่ได้แวะชมซากุระที่นี่บอกเลยว่าพลาด โดยเส้นทางริมแม่น้ำชิโรอิชิแห่งนี้มีต้นซากุระเกือบ 1,200  ต้น เรียงรายให้ชมกันตลอดความยาว 8 กิโลเมตร ซึ่ง 1 ใน 3 ของซากุระของที่นี่อายุเกือบร้อยปี สำหรับจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงในมากที่สุด คือ Hitome Senbonzakura (แปลว่า ซากุระ 1,000 ต้นที่เห็นได้ในคราวเดียว)  ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างสถานีรถไฟฟุนากาโอกะและโอกาวาระโดยมีภูเขาซาโอะ (Mount Zao) เป็นฉากหลัง

พิกัด : ริมแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River)

 

4.มิฮะรุทากิซากุระ (Miharu Takizakura), ฟุคุชิมะ (Fukushima)

ต้นซากุระสายพันธุ์ชิดาเระซากุระอายุกว่า 1,000 ปีนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามต้นซากุระที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดยคำว่า Takizakura หมายถึง ต้นซากุระน้ำตก เนื่องจากซากุระชื่อของจังหวัดฟุคุชิมะต้นนี้สูงถึง 13.5 เมตร มีกิ่งก้านสาขากระจายไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก 20 เมตร รวมถึงกระจายไปทางทิศเหนือและทิศใต้ 18 เมตร ลำต้นมีเส้นรอบวงยาว 9.5 เมตร ยามซากุระบานสะพรั่งจึงดูประหนึ่งเหมือนเป็นน้ำตกแห่งซากุระ 

พิกัด : มิฮะรุทากิซากุระ (Miharu Takizakura)

 

5.นะงะโทโระ (Nagatoro), ไซตะมะ (Saitama)

มีโอกาสมาเยือนภูมิภาคคันโต อย่าหยุดอยู่แค่เมืองหลวงอย่างโตเกียวเท่านั้น เพราะหากแวะไปที่ไซตะมะคุณจะได้ตื่นตะลึงกับความงามของซากุระกว่า 3,000 ต้น โดยมีไฮไลท์เด็ด 2 จุดซึ่งมีลักษณะเป็นอุโมงค์ซากุระแสนอลังการ ได้แก่ ถนนคิตะซากุระ (Kita-Sakura) มีซากุระเรียงรายอยู่สองข้างทางกว่า 400 ต้น ยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร และถนนมินะมิซากุระ (Minami-Sakura) มีซากุระนับ 200 ต้น ยาวกว่า 1 กิโลเมตร

พิกัด : นะงะโทโระ (Nagatoro)

 

6.ชิโดริงะฟุชิ เรียวคุโด (Chidorigafuchi-ryokudo), โตเกียว (Tokyo)

ด้านมหานครโตเกียวก็มีจุดชมซากุระเริ่ด ๆ ให้เลือกแวะเพียบ หนึ่งในนั้น คือ ชิโดริงะฟุชิเรียวคุโด ทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี มีความยาว 700 เมตรทอดตัวเลียบคูน้ำทางฝั่งตะวันตกของพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ทั้งยังเป็นจุดชมดอกซากุระที่ดีสุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ด้วยต้นซากุระหลากชนิดจำนวนกว่า 260 ต้นอกจากนี้ยังสามารถเช่าเรือพายเล่นในคูน้ำเพื่อชมซากุระในบรรยากาศสุดร่มรื่นได้ด้วย 

พิกัด : ชิโดริงะฟุชิเรียวคุโด (Chidorigafuchi-ryokudo)

 

7.แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River), โตเกียว (Tokyo)

ยังคงอยู่ที่โตเกียวกับจุดชมซากุระยอดนิยมอย่าง แม่น้ำเมกุโระ มาพร้อมบรรยากาศสุดชิลล์อันมีต้นซากุระปลูกอยู่ 2 ข้างทางของแม่น้ำ ตั้งแต่บริเวณสะพาน Meguro Shinbashi ที่อยู่บริเวณตะวันตกของสถานีรถไฟ Meguro ไปจนถึงสถานี Nakameguro รวมระยะทางประมาณ 1.7 กิโลเมตร โดยมีทางเดินและที่นั่งให้สามารถเดินหรือนั่งชมซากุระได้อย่างสะดวกสบาย เสมือนเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ยาวขนานไปกับแม่น้ำเมกุโระ 

พิกัด : แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)

 

8.สวนซังเคเอ็น (Sankeien Garden), คานางาวะ (Kanagawa)

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของฤดูใบไม้ผลิในแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เนื่องจาก สวนซังเคเอ็น โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ที่ผสานสถาปัตยกรรมและสวนสวยไว้ได้อย่างลงตัว ภายในประกอบด้วยสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม (มีดอกไม้ให้ชมตลอดปีหรือทั้งสี่ฤดูนั่นเอง สำหรับฤดูใบไม้ผลิไฮไลท์ คือ  ดอกซากุระและดอกชวนชม) กับ 17 อาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์

พิกัด : สวนซังเคเอ็น (Sankeien Garden)

 

9.เจดีย์แดงชูเรโตะ (Chureito Pagoda), ยามานาชิ (Yamanashi)

นอกจากเป็นจุดชมวิวยอดนิยมตลอดปีแล้ว เจดีย์แดงชูเรโตะ ยังเป็นจุดชมซากุระที่เลอค่ามาก เนื่องจากแสดงถึงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นประเทศญี่ปุ่นทั้งสามสิ่ง คือ ภูเขาไฟฟูจิ เจดีย์ห้าชั้น และดอกซากุระ ไม่แปลกที่จะเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของมวลมหาชน สำหรับเจดีย์ชูเรโตะนี้เป็นเจดีย์ไม้ห้าชั้นตั้งอยู่บนศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน (Arakura Sengen Shrine) สามารถมองเห็นเมืองฟูจิโยชิดะ และภูเขาไฟฟูจิในระยะไกลได้อย่างชัดเจนและงดงาม  

พิกัด : เจดีย์แดงชูเรโตะ (Chureito Pagoda)

 

10.คาวาซุซากุระ (Kawazu-zakura), ชิซูโอกะ (Shizuoka)

อยากชมซากุระที่มีดอกสีชมพูเข้มขนาดใหญ่ต้องมาที่นี่  โดยบริเวณริมฝั่งแม่น้ำคาวาซุในจังหวัดชิซุโอกะนี้ มีต้นคาวาซุซากุระขนาดบิ๊กไซส์อายุกว่า 60 ปี มากถึง 8,000 ต้น เรียงรายบานสะพรั่งพร้อมกับทุ่งดอกคาโนลาสีเหลืองตัดกับสีฟ้าของแม่น้ำได้อย่างลงตัว ช่วงซากุระบานที่นี่จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระแห่งคาวาซุ ที่มีคนมาเที่ยวชมมากถึง 1 ล้านคน มีซุ้มอาหารท้องถิ่น และมีการประดับประดาไฟเพื่อชมซากุระยามค่ำคืน

พิกัด : คาวาซุซากุระ (Kawazu-zakura)

 

11.สวนมารุยามะ (Maruyama Park), เกียวโต (Kyoto)

หากจัดอันดับจุดชมซากุระระดับท็อปของเกียวโต รับรองว่าต้องมีชื่อของ สวนมารุยามะ รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นพิกัดชมซากุระที่ทั้งสวยทั้งเก๋า เนื่องจากมารุยามะเป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเกียวโต มีต้นซากุระประมาณ 680 ต้น โดยบริเวณใจกลางสวนแห่งนี้มีต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อย Shidarezakura ขนาดใหญ่ยักษ์อายุกว่า 80 ปี ตั้งตระหง่านอยู่ ซึ่งในช่วงค่ำคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม

พิกัด : สวนมารุยามะ (Maruyama Park)

 

12.วัดไดโกะจิ (Daigoji), เกียวโต (Kyoto)

แค่ชมสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ภายในวัดไดโกะจิก็ประทับใจมากแล้ว ถ้าอยากฟินขั้นสุดแนะนำให้มาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะวัดสำคัญในพุทธศาสนาญี่ปุ่นนิกายชินกอนและมรดกโลกแห่งนี้ จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของไม้นานาพันธุ์ ดูงดงามราวภาพฝัน ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ของวัดมีจุดให้เดินชมซากุระในหลากหลายบรรยากาศ ทั้งเจดีย์ห้าชั้น วิหารเบ็นเท็นโด ไปจนถึงสวนสวยบริเวณกุฏิซัมโบอิน

พิกัด : วัดไดโกะจิ (Daigoji)

 

13.แม่น้ำโอคาว่า (Okawa River), โอซาก้า (Osaka)

หากมีโอกาสมาเยือนโอซาก้าในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อย่าลืมเจียดเวลาแวะมาชมความงามของซากุระกันที่นี่ โดยแม่น้ำโอคาว่า ถือเป็นจุดชมซากุระที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เนื่องจากมีต้นซากุระเรียงรายไปตามริมน้ำกว่า 4,800 ต้น เหมาะอย่างยิ่งกับการนั่งเรือเพื่อชมวิวของสองฝั่งแม่น้ำอันมีต้นซากุระผลิบานสีชมพูสวยพร้อมสถานที่เที่ยวสำคัญของโอซาก้า อาทิ สวนเคมะซากุระโนะมิยะ, โรงกษาปณ์, ปราสาทโอซาก้า เป็นฉากหลัง

พิกัด : แม่น้ำโอคาว่า (Okawa River)

 

14.ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle), เฮียวโงะ (Hyogo)

ไม่กล่าวถึงไม่ได้เพราะปราสาทฮิเมจิถือเป็นพิกัดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงของภูมิภาคคันไซในการชมดอกซากุระบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยปราสาทหลังใหญ่สีขาวโดดเด่นนี้ ตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามากว่า 400 ปี ในพื้นที่รอบปราสาทมีต้นซากุระหลากพันธุ์ รวมกว่า 1,000 ต้น ออกดอกสีชมพูสวยช่วยประดับประดาปราสาทฮิเมจิให้งามละมุนยิ่งขึ้น สำหรับจุดชมซากุระสุดเริ่ดของที่นี่ ได้แก่ ลานซันโนะมารุ, สวนนิชิโนะมารุ, สวนโคโคเอ็น

จองทัวร์ ปราสาทฮิเมจิ กับ Traveloka Xperience 

พิกัด : ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

 

15.ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino), นารา (Nara)

มรดกโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยซากุระป่าราว 200 สายพันธุ์ รวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 ต้น โดยสายพันธุ์ที่มีจำนวนมากที่สุดคือสายพันธุ์เก่าแก่อย่าง ชิโระยามะซากุระ (Shiroyamazakura) ความที่ซากุระมีหลากหลายสายพันธุ์นี้ทำให้ดูราวกับว่าภูเขานี้ถูกระบายด้วยสีชมพูสารพัดเฉด นอกจากนี้ในฤดูซากุระบานจุดชมวิวสุดฮิตนี้ยังมีการประดับไฟไลท์อัพในเวลากลางคืนให้ได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศที่ต่างจากยามกลางวันอีกด้วย

พิกัด : ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino)

 

16.สวนสาธารณะนารา (Nara Park), นารา (Nara)

คุ้มมากเพราะมาที่เดียวแต่ได้ทั้งชมซากุระและยลความน่ารักของน้องกวาง โดยภายในสวนสาธารณะนารา ปลูกต้นซากุระไว้กว่า 1,700 ต้น กระจายไปทั่วทั้งสวน ส่วนใหญ่เป็นซากุระกลีบซ้อนสายพันธุ์นาราโนะยาเอะซากุระ ซึ่งมีจุดเด่นที่ดอกขนาดเล็กกว่าซากุระพันธุ์กลีบซ้อนอื่น ๆ พร้อมด้วยสัญลักษณ์ของเมืองอย่างเจ้ากวางน้อยกว่า 500 ตัว บอกเลยว่างามสมกับที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 สถานที่ชมซากุระสุดฮิตของญี่ปุ่น

จองทัวร์ นารา กับ Traveloka Xperience

พิกัด : สวนสาธารณะนารา (Nara Park)

 

17.สะพานไม้คินไตเคียว (Kintaikyo Bridge), ยามางูจิ (Yamaguchi)

ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่สวยและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นสะพานโค้ง 5 สะพานเชื่อมต่อกัน พาดผ่านระหว่างแม่น้ำนิชิกิ ด้านหนึ่งของสะพานติดกับเชิงเขาโยโกยะมะ ซึ่งมองขึ้นไปจะเห็นปราสาทอิวะคุนิ ฉะนั้น เมื่อมีโอกาสมาที่นี่ห้ามพลาดเด็ดขาดกับการล่องเรือชมสะพานคินไตเคียวและดอกซากุระที่บานสะพรั่งกว่า 3,000 ต้น จากนั้นขึ้นบกมาชิลล์กันต่อ ณ งานเทศกาลชมดอกซากุระแห่งสะพานคินไตเคียว 

พิกัด : สะพานไม้คินไตเคียว (Kintaikyo Bridge)

 

18.ภูเขาชิอุเดะ (Mt. Shiude), คางาวะ (Kagawa)

ตื่นตาตรึงใจไปกับภาพของภูเขาที่ถูกย้อมไปด้วยสีชมพูของซากุระราว 1,000 ต้น บนภูเขาชิอุเดะ ที่มีความสูง 352 เมตร บนคาบสมุทรโชไน โดยมีเมฆหมอก วิวทะเลเซโตะ และหมู่เกาะน้อยใหญ่อยู่เบื้องหลัง สำหรับซากุระของที่นี่มีหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ โซเมอิโยชิโนะ ซึ่งเป็นซากุระสายพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่พบเจอได้มากที่สุดในญี่ปุ่น, ยาเอะ ซึ่งเป็นซากุระที่มีกลีบดอกซ้อนกันมากมาย ตั้งแต่ 10 กลีบไปจนถึง 50 กลีบทีเดียว

พิกัด : ภูเขาชิอุเดะ (Mt. Shiude)

 

19.สวนโอมูระ (Omura Park), นางาซากิ (Nagasaki)

ปักหมุดไว้เลยสำหรับเหล่าคนรักซากุระ เพราะที่สวนโอมระเต็มไปด้วยดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นที่กำลังบานสะพรั่งทั่วบริเวณเป็นจำนวนกว่า 2000 ต้นจากทั้งหมด 21 สายพันธุ์ ทั้งสีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม และสีเหลือง โดยหนึ่งในนั้นคือ โอมูระซากุระ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของญี่ปุ่น โดยเป็นซากุระที่มีกลีบซ้อนดอกใหญ่มี 60-100 กลีบต่อดอก เรียกว่ากลีบเยอะประหนึ่งดอกกุหลาบทีเดียว 

พิกัด : สวนโอมูระ (Omura Park)

 

20.ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle), คุมาโมโตะ (Kumamoto)

ปิดท้ายด้วยการชมซากุระรอบ ๆ ปราสาทคุมาโมโตะ ที่คุ้มแสนคุ้มเพราะได้เห็นทั้งสถาปัตยกรรมของปราสาทอายุกว่า 400 ปีที่แสนงามวิจิตรไปพร้อม ๆ กับการยลความงามของซากุระที่รายล้อมรอบตัวปราสาท โดยมีต้นซากุระปลูกอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 980,000 ตารางเมตรของปราสาทประมาณ 800 ต้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิยามซากุระเบ่งบาน ปราสาทคุมาโมโตะที่เคร่งครึมและแข็งแกร่ง จึงดูละมุนตาและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

พิกัด : ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle)

 

ใครมีแพลนหนีร้อนไปนอนดูซากุระที่ญี่ปุ่นอย่ามัวรีรอ รีบจองตั๋วเครื่องบินและที่พักแต่เนิ่น ๆ เพราะหากพลาดต้องรออีกหนึ่งปีทีเดียว ถ้าไม่อยากยุ่งยากเสียเวลาแถมได้ราคาดีและโปรโมชั่นสุดคุ้มแนะนำให้คลิกไปจองที่เที่ยว Traveloka Xperience จองง่าย จ่ายสะดวก แอปเดียวครบจบเรื่องเที่ยว