ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ไปเที่ยวเวียงจันทน์ทั้งครอบครัวกัน เพราเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางง่าย วัฒนธรรมไม่ต่างกับเรามาก  ที่สำคัญค่าใช้จ่ายก็ไม่เยอะ สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตที่คล้าย ๆ กัน แถมเรื่องภาษาก็ไม่เป็นปัญหา และอาหารการกินเองก็คล้ายบ้านเรามาก   ว่าแล้วมาดูกันว่าเที่ยวสไตล์ AEC กับ “ทริปเที่ยวเวียงจันทน์ 2 วัน 1 คืน เอาใจคนรักครอบครัว”  จะออกมาเป็นยังไง

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้  เนื่องจากเรายังไม่รู้ว่ายกครอบครัวเที่ยวเวียงจันทน์ครั้งแรก  เด็ก ๆ จะเป็นยังไงกันบ้าง จะชอบมั้ย จะเบื่อหรือเปล่า เราเลยต้องเลือกที่พักสำหรับครอบครัว  ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม มีสระว่ายน้ำใหญ่ ๆ เอาใจเด็ก ๆ กันซะหน่อย หลังจากศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีแล้ว  จึงมาจบที่ โรงแรมแลนด์มาร์ค แม่โขง ริเวอร์ไซด์ (Landmark Mekong Riverside Hotel)  ซึ่งได้ราคาดี ๆ จากการจองที่พักล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ Traveloka มาก่อนเดินทางแล้ว

จองที่พักเวียงจันทน์ กับ Traveloka

เมื่อเดินทางมาถึงเวียงจันทน์  เราก็มีรถลีมูซีนของโรงแรมมารอรับที่สนามบินอยู่แล้ว  ซึ่งเป็นบริการของโรงแรมไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใด  บริการทุกระดับประทับใจจริง ๆ แล้วเราก็มุ่งหน้าพุ่งตรงสู่ที่พักของเราในเวียงจันทน์  ที่ Landmark Mekong Riverside Hotel เช็คอินได้ห้องพักกันเรียบร้อย  สไตล์ครอบครัวเราก็ต้องสำรวจที่พักกันก่อนเลย

 

Landmark Mekong Riverside Hotel

Landmark Mekong Riverside Hotel  โรงแรม 5 ดาวในเครือ Landmark ทำเลที่ตั้งชิดติดริมแม่น้ำโขงสุดอลังการ  ในบรรยากาศเงียบสงบ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ตลอดความยาวด้านหน้าโรงแรม  เหมาะกับวันพักผ่อนสำหรับครอบครัวเป็นที่สุด ดีไซน์การออกแบบและการตกแต่งโดดเด่นแต่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการตกแต่งสไตล์ Contemporary ร่วมสมัย  เน้นวัสดุจากธรรมชาติและเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก กับโทนสีครีมและสีโอ๊กสุดคลาสสิคเข้ากับสภาพแวดล้อม ในบรรยากาศสุดชิลล์

สำรวจที่พักจนทั่วเป็นที่เรียบร้อย  เวลาแห่งการท่องเที่ยวก็มาถึง ทางโรงแรมยังมีบริการรถรับ – ส่งระหว่างโรงแรมกับในตัวเมืองที่ให้บริการฟรี  โดยมีรอบการเดินทางให้เลือกหลายรอบต่อวันทั้งไปและกลับ เมื่อลงสู่ใจกลางเมืองเวียงจันทน์แล้วเราก็ไปกันต่อกับจุดหมายปลายทางแรก  ที่ ประตูชัย  กันเลย

  • ราคาเริ่มต้นที่  3,xxx บาท
  • จองที่พัก  Landmark Mekong Riverside Hotel ใน Vientiane กับ Traveloka คลิกเลย

 

 

ประตูชัย (Patuxay)

Landmark และจุดเช็คอินที่เมือ่มาเวียงจันทน์แล้วต้องแวะมา  ไม่อย่างนั้นจะมาไม่ถึงเวียงจันทน์กับ นุแสรณ์สถานแห่งสำคัญของประเทศลาว  สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 เพื่อเป็นการสดุดีวีรชนผู้ร่วมรบเพื่อประกาศเอกราชจากประเทศฝรั่งเศส  ออกแบบตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนา นอกจากจะดื่มด่ำกับบรรยากาศของประตูชัยสุดชิลล์ที่ด้านล่างบริเวณลานน้ำพุหน้าประตูชัยแล้ว  ยังสามารถขึ้นไปชมวิวสวย ๆ จากมุมสูงของเมืองเวียงจันทน์จากชั้น 7 ของประตูชัยได้อีกด้วย

พิกัด : Patuxay Monument

 

ผ่านเวลาล่วงเลนมาเกินครึ่งค่อนวันแล้ว   ทั้งจากการเดินทางและจากการตะลอนเที่ยว เมื่อท้องเริ่มร้อง  ก็ต้องมาที่นี่เลย ร้านขอบใจเด้อ  ร้านอาหารลาวที่ชื่อดังที่สุดในเมืองเวียงจันทน์

 

ร้านขอบใจเด้อ  (Khop Chai Deu Restaurant Lounge Bar)

ร้านอาหารพื้นเมืองกึ่งบาร์ร่วมสมัย  ด้วยตัวอาคารสถาปัตยกรรมโคโลเนียลเดิม ๆ แบบต้นฉบับ  ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยเน้นวัสดุธรรมชาติอย่างพื้นและเฟอร์นิเจอร์ไม้  ในโทนสีเหลืองพาสเทลอันอบอุ่น ร้านเปิดมากว่า 20 ปีแล้ว นับเป้นร้านที่อยู่คู่เมืองเวียงจันทน์มาอย่างช้านาน  ให้บริการอาหารสุดอร่อยหลากหลายแนว ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารลาว อาหารญี่ปุ่น และอาหารยุโรป ไปจนถึงคาเฟ่ที่มีกาแฟครบทุกแบบไว้บริการ

พิกัด : Khop Chai Deu Restaurant

 

หลังจากที่อิ่มท้องกันแล้ว  กองทัพก็ยังคงเดินเล่นชมบรรยากาศต่อไปในบริเวณย่านตัวเมืองเวียงจันทน์  เพลิดเพลินกับย่านตัวเมืองจนพอใจแล้ว เราก็ต้องไปหาที่ชอปปิ้งกันต่ออีกสักหน่อยที่  ตลาดนัดกลางคืนเวียงจันทน์  ก่อนจะกลับเข้าที่พักตามรอบที่นัดรถของโรงแรมไว้ให้มารับ

 

ตลาดนัดกลางคืนเวียงจันทน์ (Vientiane Night Market and Vientiane Night Street)  

ตลาดกลางแจ้งบนพื้นที่โล่งกว้างริมน้ำโขง  กับแหล่งชอปปิ้งอันเป็นที่รวมตัวของชาวเวียงจันทน์ทุกเพศทุกวัย  โดยตลาดนัดกลางคืนของเวียงจันทน์มีอยู่ด้วยกัน 2 จุดติดชิดริมแม่น้ำทั้งคู่  คือ ตลาดนัดกลางคืนเวียงจันทน์ ในบริเวณสวนอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ และถนนกลางคืนเวียงจันทน์ที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกลนัก  โดยทั้งตลาดและถนนกลางคืนของเวียงจันทน์เป็นศูนย์รวมร้านอาหาร ของอร่อย ขนมพื้นบ้าน สินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก เอาไว้ให้เลือกมากมายหลายหลากนับร้อยกว่าร้านค้า  โดยมีจุดแตกต่ากันเพียงเล็กน้อยคือตลาดนัดกลางคืนเวียงจันทน์จะมีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่ทุกร้านจะใช้รเต้นท์สีแดงที่สามารถเห็นได้เด่นชัดจากระยะไกล ส่วนที่ถนนกลางคืนเวียงจันทน์จะอยูใกล้ชิดแม่น้ำโขงมากกว่า  ร้านรวงตกแต่งในแบบ Local Loft ที่ดูทันสมัยกว่า ใครถูกใจแบบไหนก็เลือกช้อป ชม ชิม และชิลล์ในทำเลตามสไตล์ที่ชอบกันได้เลย

พิกัด : Vientiane Night Market and Vientiane Night Street

 

ได้เวลาที่รถบริการของโรงแรมที่นัดไว้มารับแล้ว  ก็ต้องรีบตัดใจกลับเข้าที่พักกันก่อน แต่ด้วยระยะเวลาเท่านั้ก็ได้ของติดมือกลับมาไม่น้อยทีเดียว

เช้าวันที่สอง  เด็ก ๆ ตื่นแต่เช้า  พร้อมกระตือรือร้นอยากออกไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำของโรงแรมกันแต่เช้า  ก็สระใหญ่เว่อร์วังอลังการซะขนาดนี้ มันเชิญชวนให้ไปเล่นน้ำดำผุดดำว่ายแบบสุด ๆ  พอเลยน้ำกันได้พักใหญ่ ๆ จนเริ่มจะหมดพลังงานที่ชาร์ตมาตั้งแต่เมื่อคืน ก็กลับขึ้นห้องพักเพื่ออาบน้ำ  เก็บข้าวของจัดกระเป๋า แล้วลงมาทานอาหารเช้า ก่อนจะ Check Out ออกจากที่พัก โดยเราก็ให้รถของโรงแรมไปส่งที่ที่หมายปลายทางแรกของการเที่ยววันที่สองเช่นเดิม  โดยวันนี้เราเริ่มต้นกันที่ หอพระแก้ว

 

หอพระแก้ว (Hophakaew Museum)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตของไทย  ปัจจุบันเหลือไว้เพียงแต่พระแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น พระวิหารเก่าแก่สีน้ำตาลดำอันทรงมนต์ขลัง  ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่เขียวขจี และสวยหย่อมที่ตกแต่งอย่างสวยงาม รอบ ๆ ตัวพระวิหารเรียงรายไปด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ดั้งเดิมที่ทั้งดูขลังและสวยงามในเวลาเดียวกัน  ภายในพระวิหารประดิษฐานพระประธานอันเป็นศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สักการะบูชาของชาวเวียงจันทน์

พิกัด : Hophakaew Museum

 

หลังจากนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เราก็เดินข้ามฝั่งถนนด่านหน้าหอพระแก้วมา เพื่อมุ่งหน้าสูพิกัดที่หมายต่อไป คือ  วัดศรีสะเกษ  ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเพียงแค่ข้ามถนนเท่านั้นเอง

 

วัดศรีสะเกษ หรือวัดสะตะสะหัสสาราม (Sisaket Temple)

วัดโบราณอันเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นวัดแรกในเวียงจันทน์  เคยที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชลาวในอดีต ปัจจุบันเป็นทั้งวัดและพิพิธภัณฑ์ในคราวเดียวกัน  เพราะเป็นที่เก็บรวบรวมพระพุทธรูปทุกแบบทุกปางค์ไว้ถึง 16,000 องค์ วันแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบไทยล้านนาเดิมแท้ ๆ ทุกกระเบียดนิ้ว  จึงมีบรรยากาศที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี ภายในเงียบสงบ สวยงาม และยังคงเสน่ห์ และมนต์ขลังของวักเก่าแกไว้ได้เป็นอย่างดี

พิกัด : Sisaket Temple

 

แล้วก็ได้เวลาล่ำลาเมืองเวียงจันทน์  เพื่อมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพบ้านเกิดที่จากมา  ถึงเป็นการจบทริป “ทริปเที่ยวเวียงจันทร์ 2 วัน 1 คืน เอาใจคนรักครอบครัว”  อย่างเป็นสิริมงคล ส่วนครอบครัวไหนสนใจไอเดียยกครอบครัวเที่ยวประเทศเพื่อบ้านฉบับ AEC จะลองมาเยี่ยมชมเมืองเวียงจันทน์บ้าง  เราก็ไม่ว่ากัน เที่ยวเวียงจันทน์ 2 วันก็มีอะไรดี ๆ ให้ได้ชมกันแบบไม่ต้องเดินทางไกล และที่สำคัญมาได้บ่อย ๆ เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงเลย