เมื่อก่อนถ้าใครมาเที่ยวสิงคโปร์แล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับสิงโตพ่นน้ำ เมอร์ไลออน ก็เหมือนว่าจะมาไม่ถึง

แต่ตอนนี้ ถ้ามาสิงคโปร์แล้วไม่ได้ถ่ายรูปที่มีฉากหลังเป็นโรงแรมสุดหรู Marina Bay Sands ก็คงความรู้สึกเดียวกัน

เพราะอยู่ตรงจุดไหนในโซนท่องเที่ยวไฮไลท์ มารีน่า บูลเลอร์วาร์ดก็จะมองเห็นอาคารใหญ่ดีไซน์เป็นรูปไพ่ 3 สำรับ เรียงกัน กั้นเป็น 3 Tower และถูกเชื่อมกันด้วย Sand Sky Park ที่ชั้นดาดฟ้าซึ่งมีรูปร่างคล้ายเรือ บนความสูง 57 ชั้น ด้วยห้องพักหลายพันห้อง

นี่คือ The Marina Bay Sands Hotel ครับ

ทริปนี้ที่สิงคโปร์ ผมเข้าเช็คอิน พักที่โรงแรมแห่งนี้ เนื่องจากมือซน เปิด app Traveloka แล้วเจอราคากำลังดี แถมมีส่วนลดให้ด้วย เป็นตัวช่วยเติมเต็มให้ทริปสิงคโปร์ของผมมีความหมาย สนุกสนาน คุ้มค่า และหรูหรามากครับ

นอกจาก www.traveloka.com แล้ว ยังสามารถทำรายการจองผ่าน app ได้ด้วยครับ ดาวน์โหลดได้ทั้ง Play Store และ App Store สามารถเลือกจองโรงแรมได้ทั่วโลก จะกี่ดาวก็มีให้จองหมดครับ อย่างกานต์ก็จองผ่าน Traveloka เพราะว่าช่วงที่จองมีโปรโมชั่นพอดี  ถ้าใครพลาดโปรนี้ก็ติดตามเรื่อยๆ นะครับ จะมีมาบ่อยๆ ได้ลดไปก็ไม่ใช่น้อย เอาเงินส่วนต่างไปกินอาหารอร่อยๆ ที่สิงคโปร์ได้ครับ

 

Marina Bay Sands ถือสัญลักษณ์อีกอย่างของประเทศสิงคโปร์ครับ เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมในฝันของใครหลายคน ที่คิดว่าเมื่อมาสิงคโปร์ก็อยากพักที่นี่

… ผมก็เช่นกัน

นอกจากจะเป็น iconic ของสิงคโปร์แล้ว ยังสร้างตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี เป็นโรงแรมที่ตั้งบนทำเลที่ดีที่สุดในสิงคโปร์

ถ้าพักที่นี่เราจะสามารถชมทัศนียภาพรอบๆ เมืองได้อย่างเต็มที่  และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหารระดับ world class ห้างสรรพสินค้า the Shoppes สวนป่า Garden by the Bay และยังมี CASINO ด้วย

ถ้าดูจากรูปนี้เราจะเห็นภาพรวมของอาคารทั้ง 3 ที่มาประกอบร่างกันเป็น Marina Bay Sands โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านอาหารและคาสิโน แลนด์มาร์กชื่อดังของสิงคโปร์ จะเห็นว่า วิวของห้องพักทั้ง 2 ด้านจะต่างกัน ด้านที่เราเห็นอยู่นี้คือวิว Garden by the bay และอ่าว ส่วนอีกด้านคือ City View ที่เป็นหมู่อาคารน้อยใหญ่ ชอบแบบไหนสามารถเลือกได้ครับ

หลังจากจองโรงแรมผ่าน www.traveloka.comเรียบร้อยก็เดินทางมาโรงแรมโดยไม่ต้องปริ้นท์ใบจองมาให้ยุ่งยาก เพราะทุกอย่างถูกนำส่งไว้ในaccount ของเราเรียบร้อยแล้วครับ เป็นระบบที่โอเคมากๆ ทำให้เราไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียมเอกสาร แถมเลื่อนวันก็ง่าย เป็นฟีเจอร์ใหม่ของทาง traveloka เขา

ลงเครื่องมาเหนื่อย เข้าโรงแรมไปเช็คอิน พักร่างกันก่อนดีกว่าครับ จากสนามบินชางงี จะเลือกใช้บริการ MRT หรือ grab ก็ได้ครับ

ถ้าเป็นรถไฟฟ้า ลงที่สถานี Bayfront แล้วเดินออกมาทางออก C หรือ D ส่วนถ้าเป็นแท็กซี่ ก็ส่งถึงหน้าโรงแรมเลยครับ ค่าแท็กซี่ประมาณ 15 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (ราวๆ 360 บาท)

โรงแรม Marina Bay Sands สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ฝั่งประตู สำหรับใครที่มารถส่วนตัวหรือแท๊กซี่ครับ และแน่นอนว่าสามารถเช็คอินได้ทั้ง 2 ฝั่งเช่นกัน คือฝั่ง Tower 1, 2 และฝั่ง Tower 3 ซึ่งฝั่งนี้จะคนน้อยกว่าครับ ถ้าไม่อยากรอคิวนานก็เดินเลยมาหน่อยก็ได้ครับ

ส่วนผมเช็คอินที่ Tower 1

ชอบแสตนด์ดอกไม้นี้ครับ ดูเรียบแต่โก้ ดี ยิ่งเวลามีไฟส่องมายิ่งสวย

จุด Check In / Check Out ของทางโรงแรมครับ สามารถเปิด app Traveloka แล้วโชว์ให้ฟร้อนท์ดูได้เลย พร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้ รวดเร็วทันใจและง่ายมากครับ ไม่ต้องปริ้นท์เอกสารออกมาให้ยุ่งยาก

ใช้เวลาเช็คอินไม่นาน เพราะว่ามาถึงก็ใกล้ค่ำแล้วครับ ที่นี่ช่วงเวลาเช็คอินพีคๆ คือ บ่าย 3 เพราะคนจะเยอะมากกกกก

ได้คีย์การ์ดแล้วครับ ผมจองผ่าน Traveloka เป็นห้องแบบ Deluxe Sky View คือเป็นห้องชั้นสูงครับ จะแพงกว่าห้องชั้นล่างอยู่นิดหน่อย ลองดูในเวปนะครับมีให้เลือกอยู่หลายแบบ

ห้องผมอยู่ Tower 2 ชั้น 47 จากห้องพักชั้นสูงสุดคือ 54 ส่วนชั้น 55 เป็นฟิตเนส บันยันทรี ซึ่งปิดปรับปรุง!! เริ่มวันที่ผมเข้าพักพอดี อดวิ่งไปชมวิวไปเลย เซ็งมาก

เดินออกมาจากฟร้อนท์ด้วยความเซ็งเล็กน้อย 555 หันกลับมาอีกด้านจะเป็น Concierge ไว้คอยให้บริการแขกของโรงแรมครับ เราเดินผ่านมาเพื่อจะไป Tower 2 ระหว่างทางเดินก็จะเจอร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ตลอดทาง เพราะโรงแรมใหญ่มาก

เช็คอินแล้วตามกานต์มาครับ ได้พักที่ Tower 2 ห้องอยู่ชั้น 47 ต้องขึ้นลิฟต์โซนสูง บริเวณชั้น 1 ทั้ง 3 อาคารจะเชื่อมกันนะครับ ระหว่างทางเดินชั้น 1 หากเงยหน้ามองขึ้นไปจะเจอสะพานเล็กเชื่อมอยู่ด้านบน ผมอดสงสัยไม่ได้เลยไปหาคำตอบมาได้ความว่าเป็นสะพานที่เชื่อมจากตัวห้างสรรพสินค้า The Shoppes เพื่อจะลัดผ่านโรงแรมไปยัง Garden by the Bay ทะลุไปเลยครับ เก๋มาก

แต่ถ้าหากเดินเลยไปทาง Tower 3 จะเจอกับแขกภายนอกที่มาใช้บริการห้องอาหาร CÉ LA VI Restaurant and SkyBar ครับ ซึ่งสามารถขึ้นไปจิบไวน์ ทานอาหารและชมวิวได้ที่นี่ แต่หากอยากขึ้นไปชมวิวอย่างเดียว สามารถเดินออกไปด้านนอกอาคาร เลี้ยวซ้ายตามลูกศร จะเจอทางขึ้นไปจุดชมวิว Skypark Observation Deck ครับ

ส่วนผมเดินย้อนกลับมาก็จะมาถึงทางขึ้น Tower 2 ซึ่งลิฟต์จะมี 2 โซนนะครับต้องดูดีๆ เพราะลิฟท์จะมีสองระดับความสูง แม้จะเป็น Tower เดียวกัน ถ้าเป็น High Floor จะเดินเลยมาอีกนิดทางด้านขวาของรูป

ดูดีๆ นะครับ

ใช้เวลาไม่นาน ลิฟท์ก็พาเรามาถึงชั้น 47 กันแล้วครับ หูมีอาการอื้อเล็กน้อย ลิฟต์รวดเร็วทันใจดีและมี 6 ตัวด้วยกัน เป็นการทะยานมาสู่โซนสูงเลยครับ ทำให้ใช้เวลาไม่นาน

ออกจากลิฟท์มาสิ่งแรกที่เห็นคือโถงทางเดินที่เรียบง่าย เน้นโครงสร้างเส้นสายสี่เหลี่ยม จนดูทื่อๆ ไปหมดทั้งฟลอร์ บริเวณโถงทางเดินของชั้นตกแต่งด้วยไฟสีเหลืองทองซึ่งเป็นสีของโรงแรม ดีไซน์เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ก็ยังดูหรูหราครับ

ห้องพักของผมจะเป็นห้องมุมอยู่ด้านในสุดเลยครับ เป็นห้องแบบ Deluxe Sky View เปิดประตูห้องมา ด้านขวาเป็นกระจกเงา เพื่อทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น มีภาพเขียนประดับอยู่ เพื่อแยกเลเยอร์จะได้ไม่งง เดินชนทะลุกระจก ส่วนด้านซ้ายเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเป็นโซนห้องน้ำครับ

รีวิวห้องน้ำก่อนเลยละกัน 555 

ห้องน้ำก็ยังคงคอนเซปต์เรียบหรูโก้ มีเพียงอ่างอาบน้ำทรงไข่กลางห้อง ที่ประดับด้วยกระจกเงาและเน้นสีเหลืองทอง น้ำตาล ส่วน Amenity ก็มีบริการครบครัน เป็นแบรนด์ของโรงแรมเองครับ ห้องน้ำถือว่าธรรมดาไม่มีอะไรน่าจดจำเป็นพิเศษ

ตัวห้องพักเน้นความใหญ่ อลังการ แต่ไม่ได้หรูหรามาก หากเทียบกับโรงแรมห้องพักหลักหมื่นขึ้นไปแบบนี้ เว้นเสียแต่ว่าใครจะพักห้องระดับ Luxe Suite นั่นก็สมราคา การบริการที่สุดแสนจะประทับใจ ชนิดที่ว่าไม่อยากออกไปไหน

สามารถจองได้จาก www.traveloka.com หรือที่ app Traveloka ครับ ช่วงนี้มีโปรโมชั่นออกมาเรื่อยๆ เจอราคาถูกใจก็กดจองได้เลย แนะนำว่าหากอยากได้ชั้นสูง ให้เลือกเป็นห้อง sky view เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย แต่ได้วิวที่สวยงามอลังการคุ้มราคากว่ามากๆ เลยครับ

ใครที่จองไปแล้วก็สามารถเปลี่ยนวันเข้าพักได้ ด้วยฟีเจอร์ Easy Reschedule ทำผ่าน app raveloka ได้เลยสะดวกดีครับ

ดีไซน์ในห้องเป็นแบบโมเดิร์นครับ เน้นคุมโทนสีเหลืองทอง น้ำตาล ห้องค่อนข้างกว้างราว 30 ตารางเมตร พักได้ 2 คนสบายๆ ไม่อึดอัด ใช้กระจกเงาเพื่อเพิ่มมิติความกว้างเข้าไปอีก สังเกตดีไซน์ของที่นี่จะเป็นสี่เหลี่ยมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพรมลายต่างๆ การใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นไม้ปิดผิว เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง แต่สังเกตว่าเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในห้องพักมีความชนเหลี่ยม แข็งๆ ทื่อๆ แต่ก็ลดทอนความแข็งกระด้างด้วยโต๊ะกลางแบบโค้งมน

ไฮไลท์ของห้องคือผนังกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวหมื่นล้าน แม้ภายในห้องจะตกแต่งแบบเรียบง่าย ไม่เน้นดีไซน์มากนัก แต่ก็ยังมองเห็นรายละเอียดของการออกแบบเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเข้ามา เช่นการจัดเซ็ทของไฟให้เข้ากับโต๊ะกลางทรงรีสีดำ เป็นต้น

ห้องที่กานต์พักเป็นวิวหมู่ตึกของสิงคโปร์ครับ จะมองเห็นโรงแรม The Fullerton Hotel Singapore เห็นอาคารโอเปร่า มองเห็นแสงสีเสียงตอนกลางคืนค่อนข้างชัดเจนและเป็นส่วนตัว อาจจะยอมเพิ่มเงินอีกสักหน่อยเพื่อให้ได้ห้องชั้นสูงขึ้น สามารถดู type ห้องพักและสำรองห้องพักได้ที่ www.traveloka.com ได้เลยครับ

ขอดื่มด่ำวิวสิงคโปร์ให้ชื่นใจ แม้ว่าจะมีฝนตกโปรยปรายลงมาก็ตาม แต่จะว่าไปก็อาจจะเป็นความบังเอิญที่สีสูทเป็นสีเดียวกับห้องและคล้ายสีผ้าม่าน ราวกับว่านัดกันคุมโทนก็มิปาน

วิวอาคารน้อยใหญ่ใจกลางสิงคโปร์ครับ ตรงกลางภาพคือโรงแรม The Fullerton Bay Hotel Singapore อีกโรงแรมหรูที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจและการตกแต่งดีไซน์ที่สวยงามมาก อยากไปพักที่นี่เหมือนกัน ใครเคยไปพักมาแล้วบ้างเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ

จิบกาแฟจากเครื่องชง แล้วดื่มด่ำกับวิวห้องพักสมใจ จากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อนกันสักครู่ นั่งดูโทรทัศน์ของโรงแรมก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจ เห็นว่ากำลังจะมีละครเวที The Phantom of the Opera มาเปิดการแสดงที่มารีน่า

เสร็จจากภารกิจสำรวจห้องพัก ก็ไปชั้นสระว่ายน้ำของโรงแรมซึ่งเป็นไฮไลท์กันบ้างดีกว่า

ระหว่างรอลิฟท์ เก็บมาภาพนึง สวยดีเหมือนกันครับ เป็น red dot ท่ามกลางความ monochorme ของเมืองในประเทศที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ จำเป็นที่ต้องมีการจัดการวิถีชีวิตของตัวเองให้บาลานซ์ให้ได้นะครับ ไม่งั้นเครียดตายเลย

ขึ้นไปชั้น 55 ซึ่งจะต้องไปต่อลิฟท์อีกตัวเพื่อไปยังชั้น 57 ซึ่งเป็นชั้นสระว่ายน้ำ

Imagine soaking in the world’s largest rooftop infinity pool and gazing down on the glittering expanse of the city from 57 levels above. After your swim, sunbathe on a luxurious poolside lounger, or relax in the shade of a palm tree with a glass of champagne in hand.

มองจากสระว่ายน้ำไปทางหัวเรือ จะเห็นห้องอาหาร CÉ LA VI Restaurant and SkyBar ซึ่งวิวสวยและโรแมนติกมากครับ บริการสำหรับผู้ที่จะมารับประทานอาหาร หรือใครจะมาจิบเบาๆ ที่ SkyBar ก็ได้ เพื่อซึมซับบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกยามเย็น เน้นวิวสวยๆ

ส่วนผมขอเก็บภาพตัวเองบ้าง ได้มาประมาณหนึ่ง เพราะคนเยอะมาก แถมยังต้องตั้งกล้องถ่ายตัวเองจากขอบสระด้านใน เล็งมายังริมสระด้านที่ติดกับขอบตึก ทำเอาหวาดเสียวว่ากล้องจะหล่นน้ำหรือมีใครมาเดินชนเอา ต้องรีบแชะแล้วรีบเก็บกล้องครับ

หยิบกล้องมาลองถ่ายจากสระว่ายน้ำดูบ้าง เพื่อจะได้แบ่งปันบรรยากาศจากชั้น 57 ให้หลายคนได้ดูกันว่ามันสวยขนาดไหน

ภาพอาจจะดูเกรนไปบ้างเพราะดัน ISO ขึ้นไปสูงสุดๆ เพราะเป็นการถ่ายจากในสระว่ายน้ำ ไม่สามารถพกขาตั้งกล้องไปได้อยู่แล้ว แถมลมก็แร๊งแรง มือสั่นตลอดเวลา ต้องเกร็งมากเป็นพิเศษ

แต่ก็ได้รูปมาฝากกันประมาณนีงครับ ถูกใจหรือไม่ก็บอกกันด้วยนะครับ

รูปนี้ผมก็ชอบ ท่ามกลางสีเหลืองทองก็ยังมีสีชมพูเข้ามาตัดให้พอชื่นใจ บ่งบอกว่า บางทีชีวิตเราจะต้องมีสีสันอื่นเข้ามาตัดบ้าง พอให้ดูแตกต่างและเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป

มาดูวิวมุมสูงฝั่ง Garden by the Bay ในยามค่ำคืนบ้าง อาจจะมืดไปนิด เพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งครับ มือล้วนๆ เลย แต่สวยไปอีกแบบครับ ว่าไหม

2 ทุ่ม เป็นเวลาแสดงแสงสี ตามปกติ ชมจากด้านบนสระว่ายน้ำก็สวย หรือจะชมแบบใกล้ชิดบริเวณชั้นล่าง ก็ดูตื่นตาตื่นใจดีครับ มาสิงคโปร์ทุกครั้งก็นั่งดูทุกครั้ง ก็เปลี่ยนฝั่งดูไปเรื่อยๆ

โดยรวมของความประทับใจในโรงแรม Marina Bay Sands อาจจะไม่มาก หากไม่ได้คาดหวัง เช่นการออกแบบตกแต่งที่หรูหรา หรือฟังก์ชั่นที่น่าสนใจภายในห้องพัก แต่จุดเด่นที่กลบได้ทุกเรื่องคือวิวและบรรยากาศที่สวยงามเมื่อมองจากห้องพักหรือไฮไลท์คือสระว่ายน้ำ ชั้น 57 ที่เป็น Signature ดึงดูดใจให้หลายคนอยากมาพักที่นี่ สักครั้ง

ซึ่งสระว่ายน้ำก็เป็นจุดที่ผมชอบและเห็นว่าดีงามที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ปิดกั้นเฉพาะสำหรับแขกของโรงแรมเท่านั้น ได้รับความรู้สึกที่พิเศษ จึงกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบครันที่กองกันอยู่บนชั้นนี้

เสียดายที่หอบขาตั้งกล้องไปด้วยไม่ได้ ภาพเลยอาจจะดูเกรนๆ เล็กน้อย แต่ก็ต้องขอกราบในความอลังการของวิว  ทั้งฝั่งสระว่ายน้ำที่มองเห็นหมู่อาคารน้อยใหญ่ของสิงคโปร์ส่วนอีกด้านเป็นบ่อส่วนตัว เน้นวิวของ Garden By the Bay Singapore และอ่าวซึ่งก็สวยไปอีกแบบ

เอาเป็นว่า ถ้าอยากเป็นบรรยากาศการพักผ่อนตามโรงแรมทั่วไปในสิงคโปร์ ก็เลือกโรงแรมนี้ได้ครับ รับรองประทับใจในบรรยากาศแน่นอน และอย่าลืมนะครับ จะจองโรงแรมทั่วโลกทุกครั้ง จองผ่าน Traveloka น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทริปพิเศษของคุณครับ