เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มหานครที่เจริญที่สุดของเมืองจีน ที่จะพาทำให้ทัศนคติเก่า ๆ เกี่ยวกับการเที่ยวจีนเปลี่ยนมุมมองไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ถ้าใครที่ยังคงหวาดหวั่นกับเมืองจีนตามคำร่ำลือแต่เก่าก่อน บอกเลยว่าต้องลองมาเซี่ยงไฮ้ดูสักครั้ง จะได้รู้ว่าเที่ยวจีนไม่น่ากลังเกรงอีกต่อไป แต่แค่จะบอกแล้วเชื่อกันง่าย ๆ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้างั้นต้องพิสูจน์ … ตามมาส่องเลยกับ “10 พิกัดเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ไปแล้วรับรองเวรี่แฮปปี้”

ใครที่มีแผนทลายกำแพง (ความคิดเกี่ยวกับ) เมืองจีนกันอยู่แล้วล่ะก็ ก่อนไปเล็งสถานที่ท่องเที่ยว แอบแวะไปเล็งที่พักในเซี่ยงไฮ้กับ Traveloka ไว้ด้วยเลยก็ได้นะ นอกจากไอเดียที่เที่ยวจะได้ ๆ ยังจะไอเดียที่พักราคาดี ๆ ที่ Traveloka ได้รวบรวมที่พักกว่า 6,000 แห่งในเซี่ยงไฮ้เอาไว้ให้ในที่เดียวแล้ว

จองที่พักเซี่ยงไฮ้ กับ Traveloka

 

 

  1. หอไข่มุก (The Oriental Pearl Tower)

เริ่มกันที่แรกด้วย หอไข่มุก (The Oriental Pearl Tower) กับหอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลกกับระดับความสูง 468 เมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของมหานครเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังถูกจัดให้เป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลก ตั้งอยู่ในย่านผู่ตง (Pudong) ริมแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River) กับรูปลักษณ์โดดเด่นแปลกตาของไข่มุกสีแดงไล่ขนาดที่วางเรียงตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า กับการผสมผสานสถาปัตยกรรมอันทันสมัยแห่งโลกอนาคตกับศิลปกรรมจีนโบราณเอาไว้อย่างลงตัว โดยเฉพาะความท้าทายที่ Observation Deck บนชั้นบนสุดของหอไข่มุก ที่เปิดให้เป็นจุดชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศา ที่มาพร้อมกับจุดชมวิวมุมสูงพื้นกระจกสุดหวาดเสียวอีกด้วย

พิกัด : The Oriental Pearl Tower

 

  1. เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower)

เพื่อให้สมกับความเป็นมหานครของเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็ต้องมีตึกสุดอลังการซึ่งมีความสูงสูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก อย่างตึกเซี่ยงไฮ้ ทาว์เวอร์ (Shanghai Tower) อาคารรูปทรงกระบอกบิดเกลียวสุดเท่ความสูงกว่า 632 เมตร มีทั้งหมด 128 ชั้น โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสประสบการณ์ชมวิวมุมสูงแบบ Bird Eyes View ที่ Observation Deck ชั้น 119 อีกด้วย

พิกัด : Shanghai Tower

 

  1. ตึก Shanghai World Financial Center (SWFC)

เพราะเป็นมหานคร เมืองเซี่ยงไฮ้จึงมีตึกสูงแข่งกันผงาด ท้าทายความสูงอวดโฉมความอลังการกันเต็มไปหมด โดยเฉพาะในย่านผู่ตง (Pudong)  อีกหนึ่งอาคารหน้าตาแปลกตาสูงตระง่านกลางกรุงเซี่ยงไฮ้อย่างตึก Shanghai World Financial Center หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า SWFC ตึกสูง 492 เมตร ซึ่งครอบครองตำแหน่งตึกสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก กับลักษณะคล้ายที่เปิดขวด จนมีอีกชื่อเล่นหนึ่งว่า Bottle Openner บนยอดที่เปิดขวดด้านบนนั้นถูกออกแบบเป็น Moon Gate หรือประตูทรงกลมพระจันทร์ของชาวจีน ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนลดความกลมมนไปเล็กน้อยจนออกมาเป็นหน้าตาแบบที่เห็นนี้ ส่วนใครที่อยากชมวิวมุมสูง ก็สามารถขึ้นไปที่ Observation Deck บนชั้น 94 ได้

พิกัด : Shanghai World Financial Center (SWFC)

 

  1. เดอะบันด์ (The Bund)

ข้ามฝั่งแม่น้ำไปต่อกันที่ เดอะบันด์ (The Bund) หรือหาดไว่ทาน (Waitan) ไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ทางเดินเลียบริมแม่น้ำแสนโรแมนติก ความยาว 1.8 กิโลเมตร แวดล้อมไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณเก่าแก่อันสวยงามสุดคลาสสิค จนได้รับฉายาว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออก เลยทีเดียว

พิกัด : The Bund

 

  1. สวนอี้หยวน (Yuyuan Garden)

สวนอี้หยวน (Yuyuan Garden) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าสวน Yu Garden อันมีความหมายว่า สวนแห่งความสำราญใจ สวนขนาดใหญ่เก่าแก่อายุกว่า 400 ปีมีพื้นที่ถึง 20,000 ตารางเมตร ถูกสร้างขึ้นโดยเศรษฐีชาวจืนคนหนึ่งเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่พ่อแม่ สวนแห่งนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือสวนชั้นนอก ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านรวง ร้านอาหาร โรงน้ำชา ร้านขายของที่ระลึก ที่ออกแบบในสไตล์จีนโบราณดั้งเดิมสุดคลาสสิค   และสวนชั้นใน ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงมังกร ในบรรยากาศอันร่มรื่นย์ เงียบสงบ รายล้อมไปด้วยต้นไม้อายุนับร้อยปี  สะพานไม้จีน สระน้ำ สวนไผ่ บ่อปลาคาร์พ และสิ่งปลูกสร้างแนวสถาปัตยกรรมจีน อย่างศาลาทรงเก๋งจีนสมัยราชวงศ์หมิงอันประณีตงดงาม

พิกัด : Yuyuan Garden

 

  1. เมืองน้ำโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao)

เมืองน้ำโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao) ชุมชนชาวจีนโบราณอายุกว่า 1,700 ปี ริมคลองเล็ก ๆ อันได้รับการขนานนามว่า เวนิสแห่งตะวันออก ซึ่งยังคงรักษาสภาพความเป็นอยู่ดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีทั้งอาคารบ้านเรือน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่อันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะสะพานหิน Fang Sheng Bridge สมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน้ำโบราณแห่งนี้

พิกัด : Zhujiajiao

 

  1. Shanghai Circus World

Shanghai Circus World กายกรรมสุดว้าวชื่อก้องโลกของเมืองเซี่ยงไฮ้ ศิลปะกายกรรมแบบจีนดั้งเดิมที่สืบทอดกันมานับพัน ๆ ปันเป็นเอกลักษณ์ทรงเสน่ห์เฉพาะตัวของชาวจีน ผสมผสานกับอารยธรรมทางการแสดงของฝั่งตะวันตก ด้วยการผูกเรื่องราวให้น่าสนใจ การรังสรรค์ฉากยิ่งใหญ่ตระ ผนวกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย แสงสีเสียงจัดเต็ม และเครื่องแต่งกายแฟนตาซีสุดเริ่มล้ำนำสมัย ที่ทำให้การแสดงดูทันสมัยเป็นสากลในกลิ่นอายกายกรรมจีนดั้งเดิมสุดคลาสสิคได้อย่างลงตัว มาถึงเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแดนมังกรทั้งที กายกรรมจีนนี่คือห้ามพลาดพูดเลย

พิกัด : Shanghai Circus World

 

  1. เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Official Facebook : Disney Shanghai Club for Thai Fan

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland) ธีมพาร์คของดิสนีย์แห่งที่ 6 ของโลก แต่นับเป็นสวนสวนุกของดิสนีย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากดิสนีย์แลนด์ ฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา บนเนื้อที่ราว 3,852,000 ตารางเมตร ใหญ่สมกับที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินจีน สวนสนุกแบ่งออกเป็น 6 โซนด้วยกัน คือโซนช้อิปปิ้ง Mickey Avenue, โซนสวนในจินตนาการ Garden of Imagination, โซนดินแดนเทพนิยาย Fantasyland, โซน Treasure Cove ถ้ำแห่งขุมทรัพย์, โซน Adventure isle ตะลุยเกาะผจญภัย และโซน Tomorrowland ดินแดนแห่งอนาคต ทุกโซนประกอบไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลายชนิด และบรรยากาศคลาสสิคสุดตระการฉบับดิสนีย์ และทีเด็ดที่สุดน้องใหม่ของ Shanghai Disneyland นั่นคือ โซนน้องใหม่อย่าง Toy Story Land และ Toy Story Hotel ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกที่นี่เท่านั้น

พิกัด : Shanghai Disneyland

 

  1. ถนนคนเดินหนานจิง (Nanjing Road Pedestrian Street)

สนุกเพลินเพลินในเซี่ยงไฮ้ไปหลากหลายรูปแบบแล้ว ก็ต้องมาที่ย่านช้อปปิ้งกันบ้าง ที่ถนนคนเดินหนานจิง (Nanjing Road Pedestrian Street) ย่านศูนย์กลาง แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่และครบครันที่สุดในเซี่ยงไฮ้ มีความยาวกว่า 5.5 กิโลเมตรเลยทีเดียว ท่ามกลางบรรยากาศหลากหลายรูปแบบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งตึกอาคารสถาปัตยกรรมยุโรป ตึกอาคารบ้านเรือนแบบจีน ไปจนถึงอาคารสุดชิครูปทรงล้ำนำสมัยสุดโมเดิร์น ที่ตั้งอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่ขัดสายตาแต่อย่างใด

พิกัด : Nanjing Road Pedestrian Street

 

  1. วัดพระหยก (Jade Buddha Temple)

ปิดท้ายพิกัดสุดท้ายด้วยความเป็นสิริมงคลกันที่ วัดพระหยก (Jade Buddha Temple) หรือวัดพระหยกขาว ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธอันดับต้น ๆ ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองอีกด้วย กับเอกลักษณ์ทางศาสนาวัฒนธรรมเฉพาะตัวของวัดจีนดั้งเดิม ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เพื่อจัดเก็บโบราณวัตถุล้ำค่า และประดิษฐานระพุทธรูปหยกสีขาวนวล 2 องค์ อันศักดิ์สิทธิ์จากประเทศพม่า อันประกอบด้วย พระพุทธรูปปางนั่งมีความสูง 190 เซนติเมตร ประดับด้วยเพชรพลอย และพระพุทธรูปปางนอน มีความยาว 96 เซนติเมตร

พิกัด : Jade Buddha Temple

 

แถมให้กันอีกนิดกับทีเด็ดของเมืองเซี่ยงไฮ้ อย่างนั่งรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง (Shanghai Maglev Train) เทคโนโลยีใหม่ล้ำล่าสุดของนครเซี่ยงไฮ้กับ รถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่จะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ไปสู่สนามบินผู่ตง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ไม่เกิน 8 นาทีเท่านั้นเอง คนรักรถไฟทั้งหลายต้องไม่ควรพลาดจริง ๆ

ดูกันครบไปแล้วกัน 10 พิกัดที่เที่ยวในมหานครเซี่ยงไฮ้ คราวนี้เชื่อกันรึยังหล่ะว่า ไปเซี่ยงไฮ้รับรองว่าเวรี่แฮปปี้ ดี๊ดี ไม่มีนอยด์กันแน่นอน แถมการเดินทางก็ไม่ไกล สถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลาย ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายไม่แพงอีกด้วย ลองออกไปแฮปปี้ ใช้วันว่างชิค ๆ ที่เซี่ยงไฮ้กันสักทีดีกว่า แล้วจะรู้ว่ามังกรแห่งเอเชียตัวนี้ก็มีดีไม้แพ้ใคร เริ่มที่มหานครเซี่ยงไฮ้กันก่อนเลย … Zài Jiàn (Bye Bye แล้วพบกันใหม่)