หลังจากความเดิมตอนที่แล้วเราไปเที่ยวโบรโม่ >> ทริปโบรโม่

เราก็ออกเดินทางจาก โบรโม่ เพื่อมาที่  Kawah Ijen ที่ห่างกันขับรถโดยประมาณ 5 ชั่วโมง วิวระหว่างทางสวยจับใจ อย่าเอาแต่นั่งหลับกันนะคะ ตื่นมาชมวิวกันด้วย วันนี้เราต้องไปเชคอินที่โรงแรม Ijen View Hotel & Resort ที่เมือง Bondowoso City ซึ่งห่างจากอีเจี้ยน อีก 2 ชั่วโมง เหตุผลที่เราพักที่นี่เพราะ โรงแรมนี้ถ้าต้องการพักแบบโรงแรมคือใกล้สุดตามคำแนะนำของไกด์ก่อนจอง ที่พักที่อยู่ใกล้ๆ อีเจี้ยนจริงๆจะเป็นพวก ที่พักประเภทโฮมสเตย์ ซะเป็นส่วนมาก เราก็เลยตกลงเลือกพักที่นี่ เข้า Traveloka จองเรียบร้อยก่อนมาไม่นาน ถึงจะไกลออกมาแต่ก็ขอนอนดีหน่อย แม้จะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเถอะ

จองที่พัก Ijen View Hotel & Resort กับ Traveloka

 

 

เราเข้าเชคอินที่ Ijen View Hotel & Resort ตั้งแต่ประมาณ 4 โมงเย็น โรงแรมกว้างขวางเลยทีเดียวเลย มีสระว่ายน้ำด้วย ส่วนมากแขกเข้าพักจะเห็นเป็นฝรั่งต่างชาติ ทั้งแบบคู่รักและครอบครัว แอบเห็นตอนเดินไปสำรวจสระว่ายน้ำ ซึ่งใหญ่พอควรทีเดียว แต่เราไม่ได้ว่ายเนื่องจาก ร่างกายยังไม่อยากออกกำลัง อยากนอนมากกว่า และไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมาเลยได้แต่เดินชม ใครที่มาพักที่นี่ ถ้าชอบว่ายน้ำอย่าลืมติดชุดว่ายน้ำมาด้วยนะคะ

 

โรงแรมเป็นอารมณ์แนวรีสอร์ท ช่วงจังหวะที่มาคือปลายเดือนพฤษภาคม อากาศค่อนข้างดีเลย มีลมพัดกำลังดีผ่านตลอดไม่ว่าจะเดินไปล็อบบี้หรือสระว่ายน้ำ เลยรู้สึกผ่อนคลายได้อารมณ์เหมือนมาพักร้อนดี ห้องนอนก็ประมาณหนึ่ง ห้องน้ำกว้างน้ำฝักบัวแรงกำลังดี ไม่ขี้เหร่เลย มีครบทุกอย่างราคาหลักร้อย เกินราคามาก มีอาหารเช้าให้แต่พวกเราคงไม่ได้กินทางโรงแรมก็จัดใส่กล่องให้ไปรองท้องด้วย ง่ายๆ ไข่ต้ม ขนมปังผลไม้ ประมาณนี้ หลังจากเราเก็บของเข้าห้องพักแล้ว ก็จะออกไปหาอะไรกินแล้วรีบกลับเข้ามานอน แต่ก็ล้าจากโบรโม่ เกินกว่าจะออกไปชมเมืองหรือไปไกลๆ เลยตัดสินใจกินที่โรงแรม ซึ่งก็มีเมนู หลายอย่าง รวมถึงอาหารฝรั่ง สปาเก็ตตี้ เบอร์เกอร์ ต่างๆเช่นกัน รสชาติปานกลาง ไม่ได้โดดเด่นอะไร เน้นกินให้อิ่ม แล้วรีบอาบน้ำเข้านอนค่ะ

ตอนแรกไกด์นัดมารับเราเที่ยงคืน หมายความว่าเราต้องตื่นห้าทุ่ม อาบน้ำเชคเอ้าท์โรงแรมตอนเที่ยงคืนกันเลย เราเลยตกลงกับไกด์ ให้ไกด์มารับเรา ตอนตีหนึ่งน่าจะดีกว่า หลังจากเจอกันตีหนึ่งเราก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้งคราวนี้นั่งรถไปอักประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอน ขึ้นรถปุ๊บพวกเราก็หลับเอาแรงต่อ เหมือนตื่นมานอนยังไงไม่รู้ ระหว่างหลับรอถึงที่หมาย เรามาเล่าถึง Kawah Ijen กันซักนิด

Kawah Ijen ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก ของประเทศอินโดนีเซีย โดยภูเขาไฟนั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกับเมืองโปรโบลิงโก (Probolinggo) ในจังหวัดชวาตะวันออก (East Java) ภูเขา ไฟคาวาอีเจี้ยนมีระดับความสูง ประมาณ 2,380 เมตร

Kawah Ijen คาวาอีเจี้ยน ก็เป็นส่วนหนึ่งในวงแหวนแห่งไฟ หรือ “The Ring of Fire” ซึ่งก็คือบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กม. และวางตัวตามแนวร่องลึกก้นสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟทั้งหมด 452 ลูก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) อยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟมีพลังทั้งโลก ซึ่งก็รวมถึง ภูเขาไฟโบรโม่ และ คาวาอีเจี้ยนด้วยเช่นกัน

 

เราถึงที่หมายที่จะเริ่มเดินเท้าขึ้นภูเขากันตอนตีสาม ลงจากรถอากาศหนาวจับใจเหลือแค่เลขตัวเดียว แถมมีลมอีก ทั้งเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรหม ถุงมือคือใส่หมดทุกอย่างยังเดินสั่นอ้าปากพูดที ไอหมอกออกเยอะมาก เราขึ้นอีเจี้ยนโดยมีไกด์ท้องถิ่นนำขึ้นไป เพิ่งเคยเดินที่หนาวและหมอกจัดขนาดนี้ครั้งแรก หมอกลงจัดจนเป็นละอองน้ำลอยปะทะหน้าตลอด ถ้าจะให้ดีอย่าลืมติดเสื้อกันน้ำกันฝนมาด้วย เพราะบางทีไม่ใช่แค่หมอกแต่เป็นฝนก็มี ทางเดินขึ้น Ijen Crater หรือบนยอดสูงสุดที่จะไปดู Blue Lake มีระยะทาง 3 กิโลเมตร แต่เป็น 3 กิโลเมตรที่ขึ้นเขาตลอดเวลา ถ้าร่างกายไม่ฟิตมาคือคุณจะพักบ่อยมาก หรือยอมแพ้ในที่สุด แต่เราก็กัดฟันเดินๆพักๆ บ่อยมาก และระหว่างที่เดินก็ค่อยๆถอดเครื่องพันธนาการแก้หนาวออกทีละชิ้น เพราะเมื่อออกกำลังก็เริ่มร้อนในบัดดล ที่ใส่กันหนาวก็ต้องถือเป็นภาระกันต่อไป เพราะฉะนั้นก็ต้องคิดให้ดีก่อนจะใส่อะไรขึ้นมานะ ซึ่งก็ต้องใส่ขึ้นมา เพราะพอหยุดเดินนานหน่อยก็เริ่มเย็น เริ่มหนาวทันทีเหมือนกัน

 

นอกจากนี้ ตั้งแต่เริ่มออกเดินจะมีบริการแท็กซี่ ซึ่งก็คือรถเข็น ที่สามารถเข็นคุณขึ้นไปถึงยอดได้เลย สำหรับคนที่เดินไม่ไหวและอยากใช้เงินแก้ปัญหา ราคาแท็กซี่ไปกลับอยู่ที่ราวๆ เกือบสองพันบาท ซึ่งไม่ได้กินเงินเราหรอก แต่ระหว่างทางเดินที่ต้องต่อสู้กับตัวเองแล้ว ยังต้องใจแข็งดังหินผา เพราะแท็กซี่ก็ไม่เลิกราง่ายๆ เขาจะเดินขึ้นไปกับเรา และร้อง แท๊กซี่ๆๆๆ ข้างหูเราไปตลอดจนถึงข้างบน รอให้เรายอมแพ้ใช้บริการนั่นเอง แต่แท๊กซี่ก็ไม่ได้เงินเรา เราชนะแท๊กซี่ และชนะตัวเองในที่สุด

 

เรามาถึง Ijen Crater ประมาณตีห้า ซึ่งก็เกือบจะพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไกด์บอกเราว่า เราลงไปดู Blue Flame เปลวไฟสีน้ำเงินไม่ทันแล้วจะสว่างแล้ว เพราะ Blue Flame ต้องดูตอนมืดเท่านั้น บางคนถึงต้องเริ่มเดินขึ้นเขาตั้งแต่เที่ยงคืน หรือ ตีหนึ่ง ซึ่งไม่ทันก็ดีแล้ว เพราะเราไม่ได้ตั้งใจมาดู ถ้าดูต้องขึ้นลงอีก 2 กิโลเมตร และลงไปก็อยู่นานไม่ได้เพราะอันตรายจากกำมะถันที่มีอยู่มากมาย แต่ไกด์ถามว่าพวกเราต้องการไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยหรือไม่ หากต้องการจากจุดนั้นต้องเดินไปกลับอีก 2 กิโลเมตรเช่นกัน เราก็ไม่ได้ต้องการอีกเพราะเราดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาจากโบรโม่กันแล้ว พวกเราขอรอดู Blue Lake หรือ Sulpher Lake ตอนฟ้าค่อยๆสว่างกันดีกว่า พอฟ้าเริ่มมีแสงรำไร ทะเลสาบซัลเฟอร์สีเทอคอยซ์ ก็ฉายแสงความงามให้เรายล ซึ่งพวกเราแทบไม่กระพริบตาเพราะกลัวพลาดความงามเสี้ยววินาทีเลยทีเดียว Blue Lake เป็นทะเลสาบน้ำกรดบนปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีค่า pH เท่ากับ 0.5 ค่าความเป็นกรดนี้ ถ้าเราไปสัมผัสนี่ก็คืออันตรายทำให้เจ็บป่วยแบบเฉียบพลันได้เลย

 

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีอาชีพของคนงานเหมืองแร่ ที่เริ่มงานกันตั้งแต่ตี 3 หาบกระบุงเปล่าขึ้นมาแล้วลงไปที่ปากปล่องแซะก้อนกำมะถันไต่ขึ้นมาบนทางที่ชัน แล้วหาบลงเขาไปอีก 3 กม. ซึ่งน้ำหนักของแร่กำมะถันที่ชาวบ้านแบกกันอยู่ที่ประมาณหาบล่ะ 60 – 90 กก. หรือบางทีก็มากกว่านั้น ค่าจ้างจะอยู่ที่ กก.ล่ะ 2 บาท ถ้าวันนึงหาบได้ 2-3 รอบ คิดเป็นเงินก็รอบละประมาณ 100  กว่าบาท นับเป็นงานที่เหนื่อยแสนสาหัสและอันตรายที่สุดในโลกแล้ว บั่นทอนสุขภาพมากๆ จากแก๊สพิษที่ดมเข้าปอดทุกวัน แต่บางครั้งชีวิตก็เลือกไม่ได้เช่นกัน….

 

เรานั่งท้าลมหนาว สลับกับการถ่ายรูปเป็นพัก จนแดดเริ่มแรงขึ้นถึงเริ่มกลับลงมา ทางขึ้นหนักหนาสาหัส ทางลงเหมือนจะง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าอันตรายมากว่า เพราะต้องคอยเกรงเท้าเวลาเดินลงไม่ให้ไถลลงเขาไป แถมฝนยังตกมาซ้ำเติมอีก กว่าจะถึงที่จอดรถน่องน่าจะเป็นลูกๆ ได้เลยทีเดียว

ในที่สุดเราก็ฟิต พิชิตIjen สำเร็จจนได้ แล้วคุณหละ กล้ามาพิสูจน์ความฟิต พิชิต Ijen กันมั๊ย

“The Ring of Fire” ยังรอให้ทุกคนไปค้นหาความสวยงามและคำตอบเสมอ…

 

เรื่อง และภาพถ่ายโดย  Rose สำเหร่

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sinehabangkok.com

Facebook Fanpage : Sineha Bangkok

Instagram : sinehabangkok

Twitter : sinehabangkok