พูดถึงประเทศเกาหลีใต้ หลายคนอาจนึกแต่ โซล ช็อปปิ้ง ซีรีย์ ปิ้งย่าง แต่จริงๆ แล้ว ประเทศนี้มีธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ประเทศอื่นๆ เลยนะ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่ลมหนาวกำลังจะมาเยือนแบบนี้ เป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาของฤดูแห่งสีสันอย่างฤดูใบไม้ร่วงแล้ววว .. วันนี้เราก็เลยเอาที่เที่ยวใหม่ๆ ในเกาหลีมานำเสนอ เป็นเกาหลีในอีกหนึ่งมุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเกาหลีมีแต่โซลหรือตึกรามสูงใหญ่เพียงเท่านั้น เราจะมาขออาสาพาหลบออกจากกรุงโซลไปซบไหล่ธรรมชาติที่ “Yangsuri” เขตเล็กๆ ในเมืองยางพยอง (Yangpyeong) ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามจนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของช่างภาพสายแลนด์สเคปชาวเกาหลี ซึ่งสามารถจัดเป็น One Day Trip จากกรุงโซลไปเที่ยวได้ พอถึงเมือง Yangsu แล้วก็จะเช่าจักรยานปั่นไปกินลมชมเมืองเกาหลีในยามที่ถูกแต่งแต้มสีสันด้วยใบไม้เปลี่ยนสีกัน!

สำหรับการเดินทางสู่ประเทศเกาหลีนั้นเดี๋ยวนี้ช่างง่ายดายและราคาถูกลงกว่าเดิมเยอะ เพราะมีหลายเที่ยวบินให้บริการ ทั้งบินตรงหรือแวะเปลี่ยนเครื่อง สามารถหาตั๋วเครื่องบินราคาไม่ถึงหมื่นหรือหมื่นต้นๆ ได้แบบสบาย แค่คลิกเข้าเว็บไซต์ของ Traveloka หรือกดเข้าแอปพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนก็แสนจะสะดวกสบาย ขั้นตอนการจองก็ง่ายดาย แถมยังได้ราคาดีอีกต่างหาก ฉะนั้นถ้าใครมีแพลนไปเที่ยวเกาหลีช่วงปลายปีนี้ คลิกเข้าเว็บไซต์ Traveloka รับรองไม่มีผิดหวังจ้า

 

จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีกับ Traveloka คลิก!

 

เอาล่ะ เมื่อถึงกรุงโซลเป็นที่เรียบร้อย ช็อปปิ้ง กินปิ้งย่างกันจนอิ่มหน่ำสำราญ ก็ได้เวลาหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงออกไปซบไหล่ธรรมชาติ สูดกลิ่นความสดชื่นของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีให้ฉ่ำปอดกันแล้ว ส่วนวิธีการเดินทางไปยัง Yangsuri นั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Cheongnyangni แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Jungang Line ลงสถานี Yangsu นั่งกันยาวๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่ารถไฟ 1,750 วอนจ้า

 

พอถึงสถานี Yangsu สถานีเล็กๆ ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวในเขต Yangsu ก็เดินออกมาจากสถานีได้เลย บริเวณหน้าสถานีจะมีร้านเช่าจักรยานเรียงรายให้เลือกเช่าอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน มองแว่บเดียวก็รู้เลยว่ากิจกรรมยอดฮิตของการมาเที่ยวในเขตนี้นั้นคือจักรยานนั่นเอง ฉะนั้นสิงห์นักปั่นทั้งหลายรับรองว่าจะต้องหลงรักที่นี่ เพราะ Yangsu มีเส้นทางปั่นจักรยานที่เป็นเลนจักรยานจริงจังทอดยาวผ่านธรรมชาติสวยๆ ไปจนข้ามเขตข้ามเมืองกันเลยทีเดียว นับเป็นเส้นทางยอดนิยมของชาว Biker เกาหลีเขาล่ะ

สำหรับราคาค่าเช่าจักรยาน คือ 1 ชั่วโมง 3,000 วอน / 2 ชั่วโมง 5,000 วอน / 3 ชั่วโมง 7,000 วอน / 4 ชั่วโมง 9,000 วอน และเช่าทั้งวัน 15,000 วอน หลังจากจ่ายตังค์เขาจะให้ลงชื่อเอาไว้ พอเอาจักรยานมาคืนแล้วก็เซ็นชื่อคืน เหมือนกับการเช่าจักรยานทั่วไปเลย ร้านจะเปิดตั้งเวลา 9.00 – 18.00 น. แต่ก็ควรนำจักรยานกลับมาคืนไม่เกิน 17.30 น. นะ ฉะนั้นอย่าปั่นเพลิน เผื่อเวลาปั่นกลับมาคืนกันด้วยเด้ออ

 

พอได้จักรยานคันที่ถูกใจแล้ว ออกมาจากบริเวณสถานีได้ก็ปั่นไปทางขวาก่อนเลย เส้นทางนี้จะนำเราไปสู่เลนจักรยานท่องเที่ยวที่คนเกาหลีเขานิยมปั่นข้ามจังหวัดกัน แต่เราสามารถปั่นไปถึงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องข้ามจังหวัดแบบเขานะ 555 แนะนำว่าปั่นไปให้ถึง Nungnae Station ก็พอ ตรงนั้นจะเป็นสถานีรถไฟเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นจุดพักของสิงห์นักปั่น มีร้านอาหาร มีคาเฟ่ มีห้องน้ำ ระหว่างทางจะผ่านธรรมชาติสวยๆ ยิ่งเป็นช่วงปลายปี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อากาศดีมากกก ไม่หนาวเกินไป มีเหงื่อเล็กๆ พอให้รู้สึกว่าออกกำลังกายอยู่นาจา

 

 

ไฮไลท์ก่อนจะไปถึง Nungnae Station คือ สะพานไม้เก่า ตรงจุดนี้คนเกาหลีบางคนก็นิยมมาเดินเล่น ดูวิวทะเลสาบที่น้ำนิ่งจนกลายเป็นกระจกเงา บางคนก็เช่าจักรยานปั่นไปตามเลนจักรยานที่เรากำลังจะไป ระหว่างทางมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะๆ ใครบอกว่าเกาหลีมีแต่โซล มีแต่ตึก มีแต่ช็อปปิ้ง เราอยากให้ลองมาที่นี่ดู รับรองว่าจะเปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะจริงๆ แล้ว เกาหลีมีธรรมชาติที่สวยงามมากนะ เราเองตามช่างภาพสายแลนด์สเคปของเกาหลีอยู่หลายคน ดูรูปทีไรก็น้ำลายหกทุกครั้ง ต้องยั้งใจเอาไว้ไม่ให้กดจองตั๋วไปเกาหลี ไม่งั้นได้บินไปบ่อยจนล่มจมแน่ 555

พอปั่นไปถึง Nungnae Station แล้ว แวะถ่ายรูปสักพัก เราก็ปั่นกลับทางเดิมเพื่อไปเที่ยว “Dumulmeori” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองยางพยองต่อ แต่เราแวะคืนจักรยานก่อนแล้วเดินไป เพราะกลัวว่าจะอ้อยอิ่งอยู่นานจนกลับมาคืนจักรยานไม่ทัน ซึ่งระยะทางจากสถานีไปนั้นค่อนข้างไกลเลยทีเดียว เดินทีก็น่องปูด 555 แต่เราเป็นพวกชอบเดินอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีปัญหา สำหรับใครที่ไม่อยากเหนื่อยจะโบกแท็กซี่ให้ไปส่งตรง Dumulmeori เลยก็ได้ แต่ถ้าไม่กลัวเหนื่อย แนะนำให้เดินเถอะ เพราะระหว่างทางจะผ่านวิวงามๆ ใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ที่ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยไปเลย

 

Dumulmeori เป็นจุดที่แม่น้ำสองสาย Bukhangang (แม่น้ำฮันสายเหนือ) และ Namhangang (แม่น้ำฮันสายใต้) ไหลมาบรรจบกัน เกิดเป็นภาพทะเลสาบท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามจนทำเอารู้สึกอันซีนเหมือนกันว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าคือประเทศเกาหลีจริงๆ นะนี่ จุดเด่นซึ่งนับเป็นจุดศูนย์กลางของที่นี่ก็คือ ต้นเซลโคว่า (Zelkova) อายุเก่าแก่กว่า 400 ปี เป็นจุดแลนด์มาร์กที่ใครไปใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปเช็คอิน เขาก็เลยทำกรอบรูปเป็นฉากเก๋ๆ เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มีพร็อบสวยๆ ไว้เข้าเฟรม เป็นอีกหนึ่งมุมที่น่าจะถูกใจคนรักการถ่ายรูปมากทีเดียว ฉะนั้นถ้าใครยังไม่มีแพลนไปไหนช่วงปลายปี จองตั๋วจาก Traveloka ไปเกาหลีเลยนะ ดีไม่ดีอาจเผลอตกหลุมรักเกาหลีในมุมนี้ก็เป็นได้ : )