วันหยุดทั้งที ใครรู้สึกเบื่อห้าง เบื่อย่านหน้าปากซอยเต็มที วันนี้เราจะชวนมาทำภารกิจกำจัดความเหงา แก้ความเบื่อหน่ายให้ทุเลา ยิ่งใครที่ขี้เบื่อเหมือนเรา ลองชวนเพื่อนซี้มาเปลี่ยนบรรยากาศ เม้าท์มอยชิลล์ๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ ย่านอารีย์ ดูไหม ถ้ามีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเราจะทำอะไรได้บ้าง กวักมือเดินตามเรามา เดี๋ยวจะพาทัวร์เอง

 

และสถานที่ที่จะพามาเช็คอินวันนี้ มีชื่อว่า ไนน์ทีน แบงคอก โฮสเทล โฮสเทลสุดเก๋เปิดใหม่ ราคาย่อมเยา เราจองผ่าน แอป Traveloka  ได้ราคาถูกใจมากๆ

เช็คราคาและจองที่พัก ไนน์ทีน แบงคอก โฮสเทล คลิกที่ Traveloka

เวลาบ่ายแก่ๆ เราก็ทำการนัดแนะกับเพื่อนว่าจะมาเจอกันที่ BTS อารีย์ แล้วค่อยเดินไปเช็คอินที่ไนน์ทีน แบงคอก โฮสเทล

ไนน์ทีน แบงคอก โฮสเทล อยู่ห่างจาก BTS อารีย์ประมาณ 600 เมตร  ถือว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้างเดินทางสะดวกทีเดียว หรือใครสะดวกมาลง BTS สนามเป้าก็ได้เหมือนกัน

เดินจาก BTS ไม่ถึง 10 นาที ก็จะสังเกตเห็นบันไดสีน้ำเงินสูงลิบ ถือเป็นไฮไลท์ที่มองไกลๆ ก็รู้เลย ว่ามาถึงแล้ว พอถึงหน้าประตูปุ๊บ เวลาบ่าย 2 นิดๆ เราก็รีบตรงดิ่งไปเช็คอินทันที แดดเมืองกรุงฯ นี่ร้อนใช่เล่นเลยนะ หนีร้อนไปเพิ่งแอร์แปบ

 

ที่ ไนน์ทีน แบงคอก โฮสเทล ถือว่าเป็นโฮสเทลเปิดใหม่ที่ถูกใจเราตั้งแต่แวบแรกที่เข้ามา ด้านในตกแต่งโทนสีฟ้าให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก พนักงานก็ต้อนรับดี แฟลนลี่สุดๆ แขกมีทั้งคนไทยและต่างชาติ

 

โฮสเทลที่นี่มีทั้งหมด 5 ชั้น  15 ห้อง มาคราวนี้เรากับเพื่อนซี้เลือกจองแบบ Standard Double Room With Shared Bathroom ห้องน้ำรวมและนอนได้ 2 คน

จุดเด่นของที่นี่ ในส่วนของห้องโฮสเทล มีเตียงกว้างถึง 4 ฟุต ในทุกๆ เตียง ในตัวห้องมีเครื่องปรับอากาศห้องละ 2 ตัว เรียกได้ว่า แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนในห้องพักเลย ออกจะหนาวไปด้วยซ้ำ ถ้าปรับอุณหภูมิต่ำเกินไป

 

เช็คอินกันแล้วก็ได้เวลาเข้าไปดูห้อง กวักมือพาไปสำรวจห้องด้านในกันดีกว่า

ทางนี้คือในส่วนของเตียงนอน เห็นแล้วก็อยากนอนกลางวันขึ้นมาทันที

ขอเวลานอนเช็คอินประมาณ 3 ชั่วโมงยาวๆ ไปค่ะวัยรุ่น

หลังจากนอนกลางวัน ก็ได้เวลาล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวพาไปดูห้องน้ำรวม

เท่าที่กวาดตามองไปรอบๆ ห้องน้ำถือว่าสะอาดเอี่ยมอ่องใช้ได้ ในส่วนของห้องน้ำ เราให้ผ่าน เข้าสุขาแบบอารมณ์ดีแฮปปี้เวอร์

พาขึ้นลิฟท์ไปชั้น 5 ชั้นบนสุด ด้านบนเป็นสถานที่นั่งเล่นและทานอาหารเช้า ใครที่ซื้อของกินด้านนอกเข้ามาด้วย สามารถนำขึ้นมาทานด้านบนได้เลย พื้นที่กว้างขวาง มีมุมนั่งเล่นเพียบ

นอกจากโซนนั่งเล่นที่กว้างขวาง มองออกไปเห็นรถไฟฟ้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทางที่พักมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ เราแนะนำให้ไปถ่ายตรงบันไดสีฟ้าถือเป็นไฮไลท์ที่หลายๆ คนไม่ควรพลาด

ในส่วนของอาหารเช้า ที่นี่ เปิดตั้งแต่ 7.30 – 10.00 เช้า

ขนมปัง เนย แยม ไส้กรอก แฮม ไข่ต้ม FreeSnack กาแฟ โอวัลติน น้ำเปล่า ก็สามารถขึ้นไปดื่มได้ที่ชั้น 5 เช่นกัน ทางที่พักอนุญาติให้ซื้อของกินจากข้างนอกมานั่งกินบริเวณนี้ได้เหมือนกัน ตู้เย็นก็สามารถนำของกินมาฝากแช่ไว้ก่อนได้ ซึ่งในส่วนของห้องครัว น่ารักเหมือนอยู่บ้านอย่างไรอย่างงั้น

 

และแล้วก็ถึงเวลาเช็คเอ้าท์ เรากับเพื่อนเตรียมแยกย้าย แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้า จะว่าไปแล้วเราก็เริ่มติดใจการเปลี่ยนสถานที่นอน แม้จะเป็นโฮสเทลในกรุงเทพฯ ในเวลาแค่นิดเดียว แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาได้ง่ายๆ และใกล้ตัวกว่าที่คิด