Welcome to Tokyo จ้า สายกินทั้งหลาย ทริปนี้ Traveloka ขอพาทุกคนบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังแดนปลาดิบ แล้วไปตะลุยกินอาหารญี่ปุ่นให้หนำใจ เจ้าไหนที่เขาว่าดัง เจ้าไหนที่เขาว่าเด็ดในโตเกียว เราจะไม่พลาด แล้วรวบรวมมาเป็นลายแทงให้ทุกคนได้ตามไปกินกัน! แต่ก่อนจะบินไปถึงโตเกียวได้นั้น อย่าลืมแวะไปจองที่พักโตเกียวราคาดี ไม่มีค่าธรรมเนียมบวกเพิ่มกับ Traveloka กันก่อน จากนั้นก็ไปตะลุยกินได้อย่างสบายใจ บอกได้คำเดียวว่า ถ้าทริปนี้ตัวไม่แตกให้มันรู้ไป!!!

เช็กราคาและจองที่พักโตเกียวกับ Traveloka

1. Jiromaru

เปิดมาร้านแรกก็เอาใจคนกินเนื้อกันก่อนเลย เขาบอกว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้านเนื้อย่างธรรมดาๆ แต่เป็น Yakiniku สไตล์ Tachigu หรือพูดง่ายๆ ว่า ร้านยืนกิน โดยเราจะได้ทานเนื้อในราคาเริ่มต้นที่ 30 เยนเท่านั้น! ส่วนใครที่อยากลองเนื้อ A4 A5 ก็สามารถลองได้ในราคาไม่เกิน 300 เยน ส่วนขนาดร้านนั้นต้องบอกว่าเล็กกระทัดรัดสุดๆ มีเตาเพียงแค่ 6 เตาเท่านั้นเอง แต่เรื่องความอร่อยเราขอการันตี เพราะมีสาขามากถึง 10 สาขาเลยนะคิดดู! แต่ที่เดินทางง่ายที่สุดก็คงเป็นสาขา Shinjuku นี่แหละ เดินออกจากสถานี Seibu-Shinjuku ข้ามถนนก็ถึงเลยหาไม่ยาก

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: วันจันทร์ – เสาร์ 11.30 – 05.00 น. และวันอาทิตย์ 11.30 – 23.00 น.
Website: jiroumaru.jp

2. Ramen-tei Asakusa

ในระแวกสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างวัดอาซากุสะก็มีร้านราเมงอร่อยๆ รอให้เราไปลิ้มลอง Ramen-tei Asakusa ร้านราเมงเจ้าดังกับบรรยากาศร้านสไตล์โบราณที่มีคนเดินเข้า-ออกร้านกันไม่ขาดสาย จุดเด่นของราเมงเจ้านี้อยู่ที่เส้นที่เหนียวนุ่ม น้ำซุปที่เข้มข้นถึงใจ และรสชาติที่กลมกล่อมสุดๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นๆ บอกเลยว่าได้ฟีล และได้ฟินจ้ะ!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 20.00 น. และ เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.
Website: facebook.com/ramenteiasakusa/

3. BIO Ojiyan Cafe

ส่วนใครที่ชอบอาหารแนวฟิวชั่นทั้งหลายก็เชิญทางนี้เลยจ้า BIO Ojiyan Cafe ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์ญี่ปุ่น-อิตาเลียน ไฮไลต์ของที่นี่คือเมนู Ojiyoin ที่หน้าตาคล้ายๆ ริซอตโต้ของอิตาเลียน พร้อมบรรยากาศชิลล์ เหมือนบ้านชายทะเลกำแพงสีขาว ด้านในตกแต่งด้วยสีพาสเทล และมีดนตรีสดให้เราฟังเพลินๆ หน้าร้าน ที่สำคัญพนักงานสามารสื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วยนะ

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 11.00 – 22.00 น. ปิดทุกวันอังคาร
Website: facebook.com/bio.ojiya.cafe/

4. Sato Yosuke

มาสัมผัสความพิเศษของเส้นอุด้งที่ไม่เหมือนใครที่ร้าน Sato Yosuke ที่พกพาเอาเอกลักษณ์ประจำร้านอย่างการทำเส้นอุด้งแบบ อินานิวะ (Inaniwa) ที่สืบทอดกันมากว่า 150 ปีมาเสิร์ฟให้เราได้ทานกัน และด้วยเทคนิคการทำเส้นอุด้งนี้เอง ทำให้เส้นอุด้งของที่นี่ออกมาบาง เล็กและเรียวกว่าเส้นอุด้งทั่วไป (ปกติมันจะต้องอ้วนๆ หน่อยเนอะ) แถมยังนุ่มและลื่นเป็นพิเศษ เมนูไฮไลต์ประจำร้านคือ อุด้งเย็นเสิร์ฟพร้อมซุป 2 ชนิด กินแล้วจะต้องติดใจ!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11.30 – 14.30 น. และ 17.00 – 01.30 น.
               เสาร์ – อาทิตย์ 11.30 – 14.30 น. และ 17.00 – 20.45 น.
Website: sato-yoske.co.jp

5. Kanda Yabu Soba

ไม่ต้องเสียเวลาตามหาโซบะแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้เสียเวลา แค่ตรงมาที่นี่ก็เจอแล้ว! มาลองทานโซบะสไตล์ยุคเอโดะกันที่  Kanda Yabu Soba ภายในร้านตกแต่งให้มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นจ๋า มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบเคาน์เตอร์และชุดอาหาร โดยกรรมวิธีการทำเส้นโซบะของที่นี่จะเป็นแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้าเส้นของที่นี่จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทานพร้อมซอสพิเศษของทางร้านจะยิ่งอูมามิอย่าบอกใครเชียว!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 11.30 – 20.00 น. ปิดทุกวันพุธ
Website: yabusoba.net

6. Steak House Satou

ร้านเนื้อย่างสไตล์เทปันยากิที่ Beef Lovers ห้ามพลาดเด็ดขาด! การเดินทางมาที่นี่บอกเลยว่าไม่ยาก แค่นั่งรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงสถานี Kichijoji แล้วเดินต่อไปอีกแค่ 150 เมตรก็จะเจอกับคิวหน้าร้านที่ยาวพอตัว แต่บอกเลยว่ารอไม่นานนะ โดยร้านจะแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนร้านขายเนื้อ สำหรับโซนนี้แนะนำว่าให้ลอง เมนจิคัตสี เนื้อสับชุบเกล็ดขนมปัง ส่วนโซนร้านอาหารนั้น บอกเลยว่าไม่จะเป็นสเต็กเมนูไหนก็เลิศไปหมด!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: โซนร้านขายเนื้อ 10.00 – 20.00 น.
               โซนร้านอาหาร จันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 20.00 น.
               เสาร์ – อาทิตย์ 11.00 – 14.30 น. และ 16.30 – 20.30 น.
Website: facebook.com/niku.satou/

7. Sukiyabashi Jiro

เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ใครที่เคยดูหนังสารคดี Jiro Dream of Sushi ของคุณปู่จิโร่ต้องอยากมาลองชิมซูจิของคุณปู่ดูสักครั้งในชีวิต! ตามเรามาที่ย่านกินซ่า แล้วมาโดนซูชิระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว! ต้องบอกเลยว่าซูชิของที่นี่ปั้นกันสดๆ ทุกชิ้น เรียงลำดับตามรสชาติของวัตถุดิบ แถมแต่ละคอร์สในการเสิร์ฟซูชิของที่นี่ก็จะแตกต่างกันไปตามฤดู แต่! อย่างที่รู้กันว่าร้านซูชิของคุณปู่จิโร่นั้นดังมาก แถมยังเป็นร้านขนาดเล็กที่มีเพียงแค่ 10 ที่นั่งเท่านั้น ดังนั้นอย่าลืมโทรจองกันก่อนนะ!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11.30 – 14.00 น. และ 17.00 – 20.30 น. เสาร์ 11.00 – 14.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
Website: facebook.com/jirodreamsofsushimovie/

8. THE DEN JIMBOCHO

เรื่องหน้าตาอาหาร ความเก๋ไก๋ในการจัดจาน การเสิร์ฟแบบไคเซกิสสไตล์โมเดิร์นพร้อมกับอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ ชวนให้เราตื่นตาตื่นใจก็ต้องยกให้กับร้าน The Den Jimbocho เขาล่ะ แต่ละเมนูขอที่นี่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะถูกคิดค้นมาอย่างสร้างสรรค์ แถมรสชาติไม่เป็นสองรองใครรับรองกินแล้วถูกใจแน่นอน สำหรับใครที่อยากมองลองของอร่อยที่ The Den Jimbocho ต้องโทรจองก่อนล่วงหน้าเท่านั้นนะถึงจะได้กิน!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 18.00 – 23.30 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
Website: jimbochoden.com/

9. AFURI

ถ้าเสิร์จหาชื่อร้าน AFURI แล้วเจอหลายสาขาบน Google Map ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนี่คือราเมนเจ้าอร่อยที่มีทั้งหมด 8 สาขาอยู่ทั่วโตเกียวและโยโกฮาม่า ความพิเศษของราเมนเจ้านี้ก็มาจากชื่อร้าน AFURI ที่มาจากภูเขา Afuri นี่แหละ เพราะที่นี่เค้าใช้น้ำซุปจากน้ำธรรมชาติที่ไหลมาจากตีนเขาของภูเขา Afuri และใช้เวลาเคี่ยวนานมากจนลงตัว สำหรับที่อยากตามเรามาตำที่ร้านนี้ แนะนำให้ลองสั่งราเมนรสเกลือส้มซูยุดู รับรองว่าอร่อย กลมกล่อม และติดใจแน่นอน!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 10.00 – 23.00 น.
Website: facebook.com/afuri001/

10. HIGASHIYA

เอาใจสายขนมหวานด้วย Higashiya แหล่งขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่ควรค่าแก่การไปตำ! Higashiya แห่งนี้ตกแต่งด้วยไม้ ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ดูเท่ เก๋ หรู แต่อบอุ่นใจ ภายในร้านเต็มไปด้วยขนมหวานญี่ปุ่นมากหน้าหลายตา ที่จัดวางเรียงรายได้เราได้เลือกแบบจุใจ!  แต่ละชนิด แต่ละอันบอกเลยว่ายั่วน้ำลายสุดๆ ทั้ง Rice Candy, Pumpkin with Cream Cheese หรือจะ Sweet Potato Paste ก็ดี เสิร์ฟมาในรูปแบบปิ่นโตไม้สุดน่ารัก ทานคู่กับชาร้อนๆ จะเป็นอะไรที่ลงตัวมาก

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 11.00 – 19.00 น.
Website: higashiya.com/en/

11. Chimoto

มาต่อกันที่อีกหนึ่งร้านขนมหวานที่เราอยากแนะนำ Chimoto ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Toritsu-Daiguku เดินมาไม่ไกลก็จะเจอกับร้านขนมหวานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบกับบรรยากาศอันร่มรื่น ภายในร้านจะมีขนมหวานมากหน้าหลายตาให้เราได้เลือกสรร แต่ที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านก็ต้องยกให้กับ Yakumo-Mochi มีลักษณะเป็นแป้งนิ่มๆ รสหวานกำลังดี ทำจากน้ำตาลทรายแดงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนใครที่มีโอกาสแว๊บมาเที่ยวในหน้าร้อนก็อย่าลืมสั่งน้ำแข็งไสรสชาเขียวของที่นี่ล่ะ อร่อยเลิศมากจ้า!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 10.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันพฤหัสบดี
Website: chimoto-yagumomochi.com/

12. Yamawarau

สำหรับทริปนี้ใครจองตั๋วมาเที่ยวโตเกียวคนเดียวแบบเปลี่ยวๆ เหงาๆ ก็ไม่ต้องน้อยใจไป แวะมากินชาบูล้างใจกันดีกว่า Yamawarau ชาบูหม้อเดียวที่ไปคนเดียวก็อร่อย ที่นี่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีตามฤดูกาลมาให้เราทานกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ โดยทางร้านจะเน้นที่เมนูอร่อย ได้โภชนาการ บรรยากาศร้านดีและมาคนเดียวก็ทานได้ ทานชาบูอิ่มแล้วก็สามารถสั่งขนมหวานทานได้ ทิรามิซุชาเขียวของที่นี่อร่อยน้ำตาไหลเลยล่ะ

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 11.00 – 15.00 น. และ 17.00 – 22.00 น.
Website: yama-warau.jp/

13. TORAJI TOKYO

Toraji Tokyo ร้านเนื้อย่างเจ้าอร่อยที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 การันตีคุณภาพ ราคา รสชาติ ผัก และมีสาขาให้เลือกเยอะมาก สำหรับความพิเศษของที่นี่อยู่ที่เนื้อหั่นหนามีทั้งแบบหมักซอส และแบบโรยเกลือให้เราเลือก เวลาย่างเสร็จก็จะได้รสชาติเนื้อฉ่ำๆ ฟินๆ สำหรับใครที่อยากไปกินเนื้อย่าง Toraji แบบดั้งเดิม ก็ไปลองกันได้ที่ สาขาแรกบนถนน Ebisu ย่าน Shibuya-ku นะจ๊ะ

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11.30 – 15.00 น. และ 17.00 – 24.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 16.00 – 24.00 น.
Website: ebisu-toraji.com/en/

14. Kagetsudo

ถ้าใครได้แวะมาเดินเล่นแถววัดอาสากุสะก็ต้องสงสัยบ้างแหละว่า ทำไมใครๆ ก็ต้องไปต่อแถวซื้อขนมปังเมล่อน? ก็เพราะว่ามันอร่อยเหาะเลยน่ะสิ สำหรับขนมปังเมล่อนร้าน Kagetsudo ในระแวกวัดอาสากุสะนั้น มีทั้งหมด 4 ร้านด้วยกัน แต่ร้านที่คลาสสิกที่สุด ออริจินัลที่สุดก็คือร้านตรงมัตสึโมโต้คิโยชิ ภายในร้านอาจจะดูแคบๆ เล็กๆ ไปสักหน่อย แต่ขนมปังเมล่อนนี่อร่อยเด็ดดวงมาก หรือจะทานพายแอปเปิลแป้งกรอบๆ ก็ดีมากเช่นกัน ต่อให้คิวยาว รอนานก็ยอม!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 09.00 – 16.00 น.
Website: asakusa-kagetudo.com/en/

15. Shimokita Chaen Oyama

ปิดท้ายด้วย Shimokita Chaen Oyama ร้านน้ำแข็งไสที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานี Shimokitazawa เพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น ไฮไลต์อยู่ที่เมนูขนมหวานที่สาวกชาเขียวจะต้องเลิฟหนักมาก  Matcha Kakigori น้ำแข็งไสที่ถูกปลกคุมด้วย Uji Matcha มูสครีมพร้อมไซรัปชาเขียวที่ขึ้นชื่อลือชาของทางร้าน นอกจากน้ำแข็งไสถ้วยนี้จะได้กลิ่นและรสชาติของชาเขียวเข้มข้นถึงใจแล้ว ยังเป็นขนมหวาน Low Sugar อีกต่างหาก!

ที่อยู่: Google Map
เปิด-ปิด: 10.00 – 20.00 น.
Website: shimokita-chaen.com/

 

เป็นยังไงกันบ้าง แต่ละร้าน แต่ละเมนูที่เรารวบรวมมา ยั่วน้ำลายขนาดนี้ก็ต้องไปตามเก็บให้ครบทุกซอกทุกมุมของโตเกียวแล้วล่ะ สายกินทั้งหลายต้องรีบตั๋วเครื่องบิน จองที่พักโตเกียวกับ Traveloka แล้วรีบตามเราไปตำให้ไวเลยค่ะ!

เช็กราคาและจองที่พักโตเกียวกับ Traveloka